โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

GAC รีแบรนด์หวังแชร์ท็อปทรี ส่ง 2 รุ่นอีวีเล็ก UT-เอ็มพีวี M8 ลุยตลาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ม.ค. 2568 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2568 เวลา 00.19 น.

GAC ปักหมุด ขึ้นแท่นขายติด Top 3 ทุกรุ่นที่ทำตลาดในไทย ประกาศปรับโครงสร้างแบรนด์ ตอกย้ำความชัดเจนหวังเพิ่มความแข็งแกร่งทางการตลาด แย้มมีเล็งรถยนต์พลังงานใหม่ในเครือเข้ามาเสริมไลน์อัพ กินรวบพลังงานทางเลือก EV-PHEV-REEV ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม

นายหวัง ห้าวหยง กรรมการผู้มีอำนาจ และผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GAC AION เปิดเผย แผนธุรกิจในไทยว่าภายในครึ่งปีแรกของปี 2568 บริษัทจะดำเนินปรับแผนการสื่อสารการสร้างแบรนด์และการตลาดให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ กว่างโจว ออโตโมบิล หรือ Guangzhou Automobile Group Co., Ltd. (GAC Group) บริษัทแม่

จากก่อนหน้านี้ที่บริษัทเข้ามาทำตลาดในไทยด้วยแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า อย่างแบรนด์ AION เมื่อ 2 ปีก่อน และเพิ่งเปิดแบรนด์ GAC AION HYPTEC ไปเมื่อช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีที่ผ่านมาเพื่อการสื่อสารที่ชัดเจน

บวกกับนโยบายบริษัทแม่ ที่ได้ศึกษาความต้องการของไทยแล้วพบว่า ผู้บริโภคยังมีความต้องการใช้พลังงานที่หลากหลาย ไม่เฉพาะเพียงแต่รถยนต์อีวีเท่านั้น และ GAC มีนโยบายเพิ่มความหลากหลายให้ผู้บริโภค และมีรถยนต์หลากหลายแบรนด์ หลากหลายเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า EV, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด PHEV, ไฮบริด REEV และ ICE ออกสู่ตลาด

“วันที่เราเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย เราเริ่มด้วยแบรนด์ AION เนื่องจากเป็นรถยนต์ไฟฟ้า และตามมาด้วย HYPTEC แน่นอนว่าหลังจากนี้ เราจะมีแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ GAC เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มเติม ซึ่งหลัก ๆ ก็จะสื่อสารไปว่า เราเป็นรถยนต์แบรนด์ GAC AION, GAC HYPTEC หลังจากนี้ก็จะมีแบรนด์ GAC อื่น ๆ ตามมา เรียกว่า GAC คือ แบรนด์หลักนั่นเอง ภายในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ทุกอย่างจะชัดเจน”

ขณะที่เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม GAC ในประเทศไทยนั้น บริษัทจะเดินหน้าลงทุนในส่วนของบริษัท จีเอซี เอนเนอร์ยี เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด อย่างต่อเนื่อง หลังจากได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เพื่อพัฒนาสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งจะเดินหน้าขยายสถานีชาร์จให้ได้ตามเป้าหมาย คือ 200 แห่งในปีนี้

และครบ 1,000 แห่งภายในปี 2570 จากปัจจุบันที่มีอยู่ 10 สถานี ในกรุงเทพฯ และกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ เชียงใหม่, พิษณุโลก, ชลบุรี, นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุดรธานี

ขณะที่แผนการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการนั้น บริษัทตั้งเป้าว่าภายในปีนี้จะต้องขยายให้ได้อย่างน้อย 70 แห่ง กระจายไปในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีอยู่กว่า 50 แห่ง

ส่วนแผนการเปิดตัวรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดในปีนี้ ได้แก่ AION UT ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่จะเปิดในงานมอเตอร์โชว์ 2025 เดือนมีนาคมนี้

อีกรุ่น คือ รถยนต์นั่งเอ็มพีวี (รถตู้) ปลั๊ก-อิน ไฮบริด M8 PHEV หรือชื่อในจีน GAC TRUMPCHI E9 ที่ได้มาโชว์ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมียอดพรีออร์เดอร์มาแล้วจำนวนหนึ่ง รถทั้งสองรุ่นจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงกลางปีนี้อย่างแน่นอน

“ราคาจำหน่ายของ M8 แม้จะเป็นรุ่นนำเข้ามาจำหน่าย แต่เรายังได้เปรียบด้วยอัตราภาษีของรถจากจีนเมื่อเทียบรถที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น ทำให้เรายังสามารถทำราคาแข่งขันได้ดีกว่า”

ส่วนเป้าหมายปีนี้ GAC คาดว่าจะมียอดขายรถยนต์ไว้ที่ 7,000 คันเพิ่มจากปีก่อนที่ขาย 5,000 คัน และโดยตั้งเป้าว่าจะมียอดขายคิดเป็น 7% ของยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวม ขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมคาดว่าจะมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 10% ของยอดขายรถยนต์โดยรวม และ GAC จะต้องมียอดขายติดอันดับ 3 ของรถยนต์ในทุกโมเดลที่จำหน่ายให้ได้

ส่วนความต้องการของตลาดรถยนต์ในไทยจะเป็นไปในทิศทางใด วันนี้ยังไม่มีใครคาดเดาได้ แต่บริษัทมีเทคโนโลยีพร้อมรองรับ และเชื่อว่าเครื่องยนต์สันดาปเพียว ๆ จะถูกกลืนหายไปเป็นพลังงานผสมแทน

ขณะที่โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า GAC ที่อยู่ใน EEC จ.ระยอง นั้นได้เริ่มผลิตรถยนต์ AION V ไปเมื่อปีก่อน แต่เนื่องจากปัจจุบันนโยบายรัฐบาลไทยยังไม่มีมาตรการสนับสนุนพลังงานอื่นเพิ่มเติม เราก็จะยังต้องรอดูความชัดเจนก่อน

อาจจะได้เห็นการขึ้นไลน์รถปลั๊ก-อิน ไฮบริด แต่เนื่องการลงทุนเปลี่ยนไลน์ผลิตไปเป็นพลังงานอื่น ๆ นอกจากรถยนต์ไฟฟ้านั้น จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณในการลงทุนอีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม คงจะต้องรอดูนโยบายและทิศทางการสนับสนุนของรัฐบาลไทยต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : GAC รีแบรนด์หวังแชร์ท็อปทรี ส่ง 2 รุ่นอีวีเล็ก UT-เอ็มพีวี M8 ลุยตลาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...