โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

พบสารอันตรายในสายสมาร์ตวอตช์แบบยางที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้

BT Beartai

อัพเดต 28 ธ.ค. 2567 เวลา 02.42 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2567 เวลา 16.09 น.
พบสารอันตรายในสายสมาร์ตวอตช์แบบยางที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้

ปัจจุบันสมาร์ตวอตช์น่าจะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์เสริมที่หลาย ๆ คนต่างใช้งาน มีตั้งแต่ราคาหลักพันต้น ๆ ทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีการค้นพบว่าสายกลุ่มที่เป็นยางหรือซิลิโคนนั้นมีสารที่เป็นอันตรายต่อชีวิตเราด้วย

งานวิจัยใหม่ที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Environmental Science & Technology Letters พบว่าสายสมาร์ทวอทช์ที่ทำจากฟลูออโรอีลาสโตเมอร์จะมีสารเคมีที่คงอยู่ถาวรหรือเรียกว่ากรดเพอร์ฟลูออโรเฮกซาโนอิก (PFHxA) ในปริมาณสูงมาก ซึ่งสาร PFAS นั้นมีความเกี่ยวพันธ์กับโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็งบางชนิด การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เป็นต้น

นักวิจัยได้สกัดสารเคมีออกจากผิวของนาฬิกากว่า 22 ชนิด จากแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์พบว่าสารเคมีดังกล่าวสามารถถูกดูดซึมผ่านผิวหนังของเราได้อย่างง่าย และยิ่งมีการโฆษณาว่าเหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนเปิด ยิ่งทำให้สารดังกล่าวถูกดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย

ทีมวิจัยระบุว่า เดิมทีไม่ได้มีความสนใจเรื่องสาร PFAS ในสายนาฬิกาเลย จนกระทั่งมีการโปรโมตอย่างเป็นวงกว้างเกี่ยวกับสายนาฬิกาที่ทำจากฟลูออโรอีลาสโตเมอร์ เมื่อทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดก็พบว่าในสายนาฬิกาหลายแบรนด์มีสาร PFHxA อยู่ในปริมาณสูง

เป็นครั้งแรกที่เราพบสาร PFAS ในมีปริมาณความเข้มข้นที่สูงมาก สูงกว่าที่เราพบในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคโดยทั่วไปเลยด้วย

— Graham F. Peaslee หัวหน้าทีมวิจัย

ปัจจุบัน ผู้ผลิตสมาร์ตวอตช์หลาย ๆ แบรนด์อย่าง Apple, Huawei, Samsung และ Google ต่างใช้สายนาฬิกาที่มีส่วนผสมของเคมีที่กล่าวไว้ข้างต้นทั้งหมดเพื่อความทนทาน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากสารเคมีในสายนาฬิกาเหล่านี้ยังยังไม่มีความชัดเจน แต่ผู้วิจัยได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบวัสดุเหล่านี้เพิ่มเติม

ในระหว่างนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ใช้เปลี่ยนมาใช้สายนาฬิกาที่ทำจากวัสดุอื่นที่ไม่มีฟลูออโรอีลาสโตเมอร์แทนเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากสารเคมีดังกล่าวได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...