โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ICHI หุ้นเครื่องดื่มปันผลสูงสุดในกลุ่มฯ คาดงวด Q4/67 ให้ผลตอบแทนกว่า 4.5%

Wealthy Thai

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 16.24 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2568 เวลา 07.11 น.

สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นที่ให้ปันผลดี โดยเฉพาะในงวดผลประกอบการครึ่งหลังปี 2567 นี้ หุ้นเครื่องดื่มอย่าง ICHI หรือ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าบริษัทจะให้ผลตอบแทนสำหรับงวดไตรมาส 4/67 ถึง 4.5% อีกทั้งยังยกให้เป็นหุ้นเครื่องดื่มที่ปันผลสูงสุดในกลุ่มฯ อีกด้วย
โดย ICHI เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม “อิชิตัน กรีนที” เครื่องดื่มสมุนไพร “เย็น เย็น โดยอิชิตัน” และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิภายหลังการหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน ICHI มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 17,290 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 12.39 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ม.ค. 68) โดยราคาหุ้นวันที่ 23 ม.ค. 68 อยู่ที่ 13.30 บาท ปรับตัวลดลง 13.07% ในรอบ 6 เดือน และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 7.52%
ทั้งนี้ ในรอบผลประกอบการปี 2567 บริษัทจ่ายปันผลไปแล้ว 1 ครั้ง (1 ม.ค. - 30 ก.ย. 67) ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท ซึ่งในงวดผลประกอบการไตรมาส 4/67 นักวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่า ICHI จะจ่ายปันผลในอัตรา 0.60 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 4.5%
ส่วนแนวโน้มในปี 2568 ฝ่ายวิเคราะห์คาด ICHI จะจ่ายปันผลรวมทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 1.28 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 9.6% นอกจากนี้ยังมองว่า ICHI เป็นหุ้นปันผลสูงที่สุดในกลุ่มเครื่องดื่มด้วย
ด้านทิศทางผลประกอบการไตรมาส 4/67 ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 278 ล้านบาท ลดลง 5.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลง 22.3% จากไตรมาสก่อนหน้า ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้า เนื่องจากเป็นช่วง Low season รวมถึงอากาศที่หนาวกว่าปกติและสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อชะลอตัวลง
ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของรายได้ปี 2568 ฝ่ายวิเคราะห์มองเชิงบวกน้อยลง เนื่องจากอุปสงค์สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มทั้งในไทยและประเทศกลุ่ม CLMV ซึ่งเป็นกลุ่มรายได้หลักของบริษัท อาจถูกกดดันจากการเข้าสู่ช่วงลานีญา (La nina) ที่จะส่งผลให้อากาศเย็นลงเทียบกับปี 2567 อย่างไรก็ตามคาดว่ารายได้จะยังสามารถเติบโตได้ในระดับไม่ต่ำกว่า 5% จากปีก่อน หนุนจาก
1) การรับรู้กำลังการผลิตใหม่ โดยเพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนม.ค. 2568 ทำให้บริษัทสามารถกลับมาผลิตสินค้าให้ลูกค้ากลุ่ม OEM ได้อีกครั้ง หลังจากในปี 2567 มีการชะลอการผลิตลง เนื่องจากกำลังการผลิตที่จำกัด และ 2) การเร่งทำการตลาดโปรโมทสินค้ากลุ่ม Non-tea มากขึ้นทั้ง “น้ำด่าง” และ “เย็น เย็น” ซึ่งประมาณการรายได้ของฝ่ายวิเคราะห์ยังต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ระดับ 10% จากปีก่อน
ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในปี 2568 คาดยังสูงขึ้นได้เล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2567 แม้ถูกกดดันจากการรับรู้ค่าเสื่อมที่สูงขึ้นจากการขยายำลังการผลิต หนุนจากการปรับตัวลงของราคาต้นทุนการผลิตทั้งราคาน้ำตาล และราคาเม็ดพลาสติก
นอกจากนี้ฝ่ายวิเคราะห์ยังประเมินว่าราคาน้ำตาลมีโอกาสปรับตัวลงต่อตามราคาน้ำตาลโลกที่ยังมีแนวโน้มเป็นขาลงอย่างต่อเนื่อง โดยเป็น Upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ ซึ่งสุทธิแล้วทำให้ปรับประมาณการกำไรปี 2567 ลง 7.3% เป็น 1,409 ล้านบาท เติบโต 6.9% จากปีก่อน จากการปรับสมมติฐานรายได้ลงเพื่อเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และให้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 18.30 บาท โดยราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขายบน PER ปี 2568 เพียง 12.3 เท่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...