PCE ตั้งเป้าปี 68 รายได้แตะ 3 หมื่นลบ. ลุยขยายกำลังผลิต ดันยอดส่งออกกะลาปาล์มทะลุ 1 หมื่นลบ.ต่อปี
PCE ตั้งเป้ารายได้ปี 68 โต 15-20% แตะ 30,000 ล้านบาท พร้อมขยายกำลังผลิตผลิตน้ำมันปาล์มดิบ-การกลั่นน้ำมันปาล์มโอเลอีน พร้อมแตกไลน์ผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดในปาล์ม-น้ำมันเมล็ดในปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ สร้างมูลค่าเพิ่ม หวังดันสัดส่วนยอดการจำหน่ายเป็น 40,000 ตัน ตั้งเป้าส่งออกกะลาปาล์มไม่ต่ำ 100,000 ตันต่อปี
นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE เปิดเผยว่า ภาพรวมแผนธุรกิจปี 2568 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้จะเติบโต 15-20% หรือแตะระดับ 30,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ที่ 24,722.78 ล้านบาท โดยมีแผนใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายกำลังการผลิต รวมถึงเพิ่มมูลค่าสินค้าในธุรกิจการสกัดและการกลั่นน้ำมันปาล์ม
ทั้งนี้ บริษัทวางแผนจะขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จาก 90 ตัน/ชม. เป็น 135 ตัน/ชม. และขยายกำลังการผลิตด้วยการกลั่นน้ำมันปาล์มโอเลอีน (RBDOL) จาก 300 ตัน/วัน เป็น 700 ตัน/วัน
ตลอดจนเน้นผลิตและจำหน่ายน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) และมีแผนลงทุนด้านโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม เพื่อให้การสกัดน้ำมันปาล์มมีประสิทธิภาพสูงสุด
รวมถึงการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าและบริการทางออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองอัตราการอุปโภคบริโภคน้ำมันปาล์มที่เพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อน 3% (ข้อมูลจากกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์)
นอกจากนี้ยังมีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนขยายเป็น Bio Complex เช่น ลดของเสียและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการบริหารจัดการน้ำเสีย รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
รวมถึงให้ความสำคัญด้านการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดน้ำมันปาล์มและอื่นๆ ด้วยการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ปาล์มที่บริษัทมีอยู่ เช่น น้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) และน้ำมันเมล็ดในปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (RBDPKO) โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดการจัดจำหน่ายเป็น 40,000 ตันจากเดิมที่ 15,000 ตัน อีกทั้งยังวางแผนส่งออกกะลาปาล์มให้มากกว่า 100,000 ตันต่อปี
สำหรับแผนการลงทุนในปี 2568 บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยจะใช้ในการสร้างโรงงานแห่งใหม่และขยายโรงงานเดิมประมาณ 800 ล้านบาท ซึ่งแหล่งเงินทุนจะมาจากไอพีโอ และหากจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมบริษัทจะใช้เงินกู้จากสถาบันการเงิน
“ปี 2568 มีแนวโน้มว่าการส่งออกน้ำมันปาล์มไปจีน และอินเดียยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดี เราจะขยายกำลังการผลิต เน้นเพิ่มมูลค่าสินค้า เพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการพัฒนากลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้” นายพรพิพัฒน์ กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้ความสำคัญด้าน ESG ซึ่งมีโครงการส่งเสริมการนำน้ำมันพืชใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ด้วยการนำน้ำมันเก่า 2 ขวดมาแลกเป็นน้ำมันใหม่ 1 ขวด
รวมถึงโครงการรวมพลังสร้างปาล์มน้ำมันไทย ก้าวไกลสู่มาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากที่สุด โดยเป็นการร่วมลงนาม MOU กับหน่วยงานภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงยึดนโยบายขยายขอบเขตธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างผลตอบแทนระยะยาวผ่านการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ และพัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการควบคุมความเสี่ยงในธุรกิจสกัดและกลั่นน้ำมันปาล์ม ธุรกิจขนส่ง และธุรกิจเทรดดิ้งเป็นพิเศษ ด้วยการพิจารณาถึงปัจจัยความเสี่ยงที่ซับซ้อนจากราคาพลังงาน กฎระเบียบ สิ่งแวดล้อม และการเคลื่อนไหวน้ำมันปาล์มในตลาดโลก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน