โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างรุ่น ต่างเป้าหมาย เมื่อ Gen Z อยากก้าวหน้าแต่คนรุ่นก่อนคิดต่างกัน

Mission To The Moon

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2567 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

ขึ้นชื่อว่าเป็นคนต่าง Gen ต่างอายุกันแล้ว สภาพสังคมตามยุคสมัยที่เกิดมาย่อมมีส่วนหล่อหลอมให้ชุดความคิด ทัศนคติ หรือเป้าหมายในการใช้ชีวิตแตกต่างกันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘การทำงาน’ ก็จัดเป็นหนึ่งในความแตกต่างที่คนทุก Gen ต้องประสบพบเจอด้วย
.
แล้วคุณล่ะ เคยถามตัวเองหรือไม่ว่า เป้าหมายหรือสิ่งที่ต้องการในการทำงานคืออะไร?
.
หากถามคำถามนี้กับคนแต่ละ Gen แน่นอนว่าเราก็อาจได้ยินคำตอบที่ต่างกันออกไป เช่น ความมั่นคง พัฒนาการของตัวเอง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากผลการวิจัยโดย Udemy แพลตฟอร์มการฝึกอบรมสำหรับผู้ใหญ่วัยทำงานแห่งสหรัฐอเมริกา เผยว่า 65% ของคน ‘Gen Z’ นั้น มีสิ่งที่ต้องการในการทำงานเป็น ‘ความเจริญก้าวหน้า’ ทั้งนี้ ก็เพื่อที่จะได้ประลองฝีมือกับคน Gen อื่นๆ อย่าง ‘Gen X’ ‘Gen Y’ หรือ ‘Millennials’ ด้วย
.
.
ความต้องการของคนแต่ละ Gen ในโลกแห่งการทำงาน
.
สำหรับคน ‘Gen Z’ การยกระดับทักษะที่มีอยู่เดิมควบคู่ไปกับการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ให้เข้ากับยุค AI โดยเฉพาะทักษะที่เอื้อต่อการเติบโตด้านอาชีพการงานนั้น คือสิ่งสำคัญยิ่งในโลกแห่งการทำงาน จนอาจกล่าวได้ว่า พวกเขามีแรงจูงใจในการพัฒนาวิชาชีพค่อนข้างสูงเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับคน ‘Gen X’ หรือ ‘Gen Y’
.
ซึ่งจากข้อมูลของ Tivian แพลตฟอร์มมอบคำแนะนำและให้ความรู้แก่คนวัยทำงาน ระบุว่า เมื่อพูดถึงเรื่องงานแล้ว คนแต่ละ Gen ก็จะมีความคาดหวังหรือสิ่งที่ต้องการไม่เหมือนกัน ในขณะที่เหล่าคน Gen Z ให้ความสำคัญกับ ‘ความเจริญก้าวหน้า’ ทางด้านของบรรดา Baby Boomers จะต้องการและให้ความสำคัญกับ ‘ความปลอดภัย’ เป็นอย่างมาก พวกเขาสามารถอุทิศชีวิตได้ทั้งชีวิตเพื่อการทำงาน และมักเลือกที่จะทำงานให้กับนายจ้างเพียงคนเดียว ไม่ย้าย เปลี่ยนงานบ่อยๆ หรือทำการใดก็ตามที่อาจส่งผลให้ความมั่นคงสั่นคลอน จนกระทบกับความปลอดภัยในการใช้ชีวิตหรือความเป็นอยู่ในแต่ละวัน
.
ในทางตรงกันข้าม คน Gen X จะมุ่งเน้นไปที่ ‘การได้สร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิต’ เป็นสำคัญ แม้พวกเขาจะไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนหากต้องทำงานหนัก แต่ก็ยังมองว่า การออกไปใช้ชีวิต เช่น แต่งงาน สร้างครอบครัว ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้อยู่ดี ถ้าได้มีโอกาสทำงานเป็นทีม จริงอยู่ที่คน Gen X มักมีความถ่อมตัวสูง แต่พวกเขาก็ต้องให้ผู้อื่นเคารพตนเองเช่นกัน
.
อย่างไรก็ตาม สำหรับคน Gen Y หรือ Millennials นั้น ‘งานที่มีคุณค่าและองค์กรที่โอบรับความแตกต่าง’ คือสิ่งที่พวกเขามองหาอยู่เสมอ ดังนั้น จะดีมากถ้าหัวหน้าหรือองค์กรคอยให้คำติชมแก่เหล่า Millennials อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับประสิทธิภาพหรือผลลัพธ์การทำงานของพวกเขาเอง หาก Millennials ได้รับการประเมินเหล่านี้เสมอๆ พวกเขาก็ตระหนักได้ด้วยตัวเองว่า ตัวเองทำงานตรงนี้ต่อไปเพื่ออะไร
.
.
ความท้าทายในการทำงานกับคนแต่ละ Gen
.
ตราบใดที่ทำงานภายใต้การควบคุมดูแลขององค์กร กฎเกณฑ์และตำแหน่งชนชั้นย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ซึ่งเหล่า Baby Boomers ก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะพวกเขารักในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ชอบให้ผู้อื่นคอยกำหนดให้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ในขณะที่คน Gen อื่นจะไม่ค่อยยึดติดกับกฎเกณฑ์หรือตำแหน่งในที่ทำงานเท่า Baby Boomers อีกทั้งยังต้องการอิสระในการทำงานมากกว่า หากบังคับให้ทำงานตามรูปแบบที่กำหนดไว้มากเกินไป ก็อาจทำให้พวกเขารู้สึกว่า อยากย้ายงานไปในที่ใหม่ๆ ได้
.
แน่นอนว่า ด้วยลักษณะการอุทิศชีวิตเพื่องานของ Baby Boomers ก็มีผลทำให้คนรุ่นต่อมาอย่าง Gen X เปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิต เพื่อที่จะได้สร้างครอบครัวและมีชีวิตสังคมไปพร้อมๆ กัน ฉะนั้น หากหัวหน้ารุ่น Baby Boomers คาดหวังให้ทำงานล่วงเวลา ก็อาจเสี่ยงสร้างความไม่พอใจให้กับคน Gen X ได้ ซึ่งความคิดที่จะสร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิตหรือ Work-Life Balance นี้ ก็ได้ถูกส่งต่อมายังคนรุ่นหลัง ทำให้ทั้ง Gen Y หรือ Gen Z ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ควรให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลเช่นกัน
.
อย่างไรก็ตาม คน Gen X อาจเคยชินกับการทำงานที่จะปรับปรุงหรือแก้ไขก็ต่อเมื่อได้รับคำแนะนำมาเท่านั้น ซึ่งในทางตรงกันข้าม ทั้งคน Gen Y และ Gen Z กลับมองว่า ตัวเองอยากได้รับคำติชมเกี่ยวกับผลการทำงานอยู่เสมอๆ เพื่อจะได้มั่นใจว่า สิ่งที่ตนทำลงไปนั้นมีคุณค่า
.
แม้ Gen Y กับ Gen Z จะมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง แต่คน Gen Y มักให้ความสำคัญกับการทำงานที่มีคุณค่าและความหมายในองค์กรที่มีวัฒนธรรมเปิดกว้าง ในขณะที่คน Gen Z มักมองหาความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นหลัก ต่อให้ได้รับคำติชมเกี่ยวกับผลงานในแง่ดีอยู่เสมอ หรือได้รับโอกาสให้ประลองฝีมือกับคน Gen อื่นบ้าง ทว่าหากไม่สามารถเติบโตจากงานนั้นๆ จนก้าวขึ้นสู่อีกระดับที่สูงกว่าได้ พวกเขาก็อาจรู้สึกว่า ไม่มีแรงจูงใจใดๆ เหลือให้พวกเขาอยากทำงานนั้นต่อเช่นกัน
.
.
ด้วยทัศนคติที่มีต่อการทำงานที่แตกต่างกันของคนแต่ละ Gen จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตราบใดที่ยังต้องทำงานร่วมกัน เราทุกคนล้วนหลีกเลี่ยงการประสบปัญหาความต่างระหว่าง Gen ในที่ทำงานไม่ได้เลย ฉะนั้น ในเมื่อความแตกต่างคือสิ่งที่ถูกกำหนดมาแล้ว และเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนแปลงอีกฝ่าย การมี Empathy หรือพยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของอีกฝ่ายจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่จะลดความรุนแรงของปัญหาลงได้
.
เพราะไม่ว่าคน Gen ไหน ก็ล้วนมีข้อดีที่ต่างสามารถเรียนรู้จากกันและกันได้ทั้งสิ้น ซึ่งหากทุกคนเข้าใจในข้อดีของความต่างนี้ ปัญหาความต่างระหว่าง Gen ในที่ทำงานก็จะไม่ใช่ปัญหาชวนปวดหัวอันดับหนึ่งในโลกแห่งการทำงานอีก
.
.
อ้างอิง
- Generation X, Y, Z: Generations in the workplace - https://bit.ly/3CJTXLS
- What Gen Z really wants now — and what it means for HR recruiting and retention strategies - https://bit.ly/40RlOEf
.
.
#trend
#worklife
#society
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...