ก็บอกแล้วไงว่าหวง [มี E-book]
ข้อมูลเบื้องต้น
[อ่านฟรีจนจบ]
มีอีบุ๊กแล้วจ้าาา
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODczMjk0NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI3MzczNCI7fQ
ราคาโปรโมชั่น 159 บาท จากราคาปกติ 239 ราคานี้ถึงวันที่ 21 ธันวาคม 66 นะคะ (ถ้าซื้อผ่านระบบแอนดรอยหรือIOS นะคะ)
ถ้าซื้อผ่านลิ้งก์หรือจิ้มที่หน้าเพจก็จะได้ราคาโปรนะคะะะ
------
‘อีกสองสามวันผมจะเข้ากรุงเทพฯ เตรียมตัวได้เลย สั่งถุงยางยกกล่องแบบร้อยชิ้นรอแล้ว’
เกวลิณตาเหลือกหลังได้อ่านข้อความที่คันธพฤกษ์พิมพ์มา
ร้อยชิ้น! จะใช้กับเธอจนอักเสบกันไปข้างเลยรึไง!
ตอนนั้นเกวลิณไม่รู้จะตอบว่าอะไร ทำได้แค่ส่งมีมรูปแมวร้องไห้น้ำตานองไปให้เขา
‘แมวน้อยเกลร้องไห้ทั้งคืนแน่ เตรียมผ้าแห้งไว้ซับด้วยล่ะ’
แม่จ๋า กลัวแล้วจ้า
อ่านฟรีจนจบ อัพทุกวัน วันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 19.00 น. ถ้าไม่มีอะไรติดขัดนะคะะ
และจะเริ่มทำการติดเหรียญหลังจากผ่านครึ่งแรกไปแล้วนะคะ จะเริ่มติดเหรียญครึ่งแรกหลังลงตอนที่ 15 จ้า แล้วจะให้อ่านครึ่งหลังฟรีจนกว่าจะจบนะคะะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมแวะมาอ่านกันน้า พี่คีนส์น้องเกลน่ารักมากๆเลยค่ะะ!
ถ้าชื่นชอบ กดหัวใจให้เป็นกำลังใจให้ชาหน่อยน้าา
ฝากกดติดตาม Page Facebook ของชาด้วยน้าค้า
https://www.facebook.com/chahom101
เฉพาะผู้ติดตามเพจ บางครั้งชาจะมีของมะรุกกุ๊กกิ๊กแจกน้า
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ.2537
ห้ามคัดลอกเนื้อหา ภาพประกอบ รวมทั้งดัดแปลงหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต
บทที่ 1 ไม่อยากกลับคนเดียว 1/3
บทที่ 1
ไม่อยากกลับคนเดียว
เพลงประจำงานแต่งดังก้องห้องบอลรูม เกวลิณยืนถือแก้วแชมเปญ หมุนข้อมือไปมาช้าๆ ทำให้เครื่องดื่มในแก้วทรงสูงหมุนวนตามการเคลื่อนไหว ดวงตากลมโตคู่งามมองคู่บ่าวสาวที่เต้นรำเปิดฟลอร์ด้วยแววตาริษยาอยู่หน่อยๆ
“หนูเกล!”
เกวลิณหันมองตามเสียงเรียกก็พบหญิงวัยกลางคนที่คุ้นตาก็ยกยิ้มจนตาหยี วางแก้วแชมเปญแล้วยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะป้ามล”
มลวัญยิ้มรับการทักทาย มองหญิงสาวตรงหน้าแววตาพอใจ
“ป้ามลดิ่งมาหาเกลแบบนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ อย่าบอกนะคะว่าคุณปราบกับคุณหมวยตีกันอีกแล้ว” เกวลิณถามแล้วย่นหน้า รู้สึกถึงลางไม่ดีเท่าไรนัก
“โอ๊ย พวกเขาเหรอจะกล้า มีหนูเกลเป็นแม่สื่อแม่ชักทั้งที ต่อให้เป็นเทวดากับปีศาจก็รักกันได้!”
“เกลก็ว่างั้นแหละค่ะป้า” เกวลิณเชิดคางขึ้น ภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เคอะเขินกับคำพูดเกินจริงเล่นใหญ่ของป้ามลเลยแม้แต่น้อย
มลวัญหัวเราะเบาๆ ตบหลังมือของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู ชักชวนด้วยไมตรี
“บริษัทหาคู่ของป้ายังขาดหัวหน้าเก่งๆ แบบหนูเกลนะจ๊ะ”
หนูเกวลิณแม้จะไม่ได้อยู่ในแวดวงหาคู่ หรือเป็นแม่สื่อจับคู่ให้คนอื่นๆ แต่คนในวงการรู้ดีว่าตัวเธอเป็นเหมือนดาวนำโชคประจำวงการนี้ไปแล้ว!
ผลงานล่าสุดที่ทั้งโหดหินของคุณปราบกับคุณหมวยก็เป็นหนูเกวลิณที่จัดการจนอยู่หมัด
คุณปราบและคุณหมวยที่แต่เดิมดูไม่มีหนทางที่สามารถแต่งด้วยกันได้เลย เดิมทีคู่เจ้าบ่าวสาวต่างก็เกลียดขี้หน้ากันแม้จะรู้จักมักคุ้นกันตั้งแต่เล็ก แต่ไม่รู้ว่าโตมาด้วยกันอีท่าไหนถึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด
พบหน้ากันกี่รอบไหนก็เป็นต้องปะทะฝีปากกันทุกรอบ ไม่เว้นแม้แต่งานหมั้นที่หลังจากเสร็จพิธียกน้ำชาคุณหมวยก็สาดน้ำใส่คุณปราบไปรอบหนึ่ง ส่วนคุณปราบก็ดึงหัวคุณหมวยจนหัวฟู คู่บ่าวสาวพากันวิ่งวุ่นให้ยกเลิกการแต่งงานอยู่หลายสิบรอบ
แต่ติดที่ว่าทั้งสองครอบครัวของบ่าวสาวสนิทสนมกันมาก ทั้งยังมีคำสั่งเสียของผู้ใหญ่ที่ฝากฝังเอาไว้ก่อนเสีย เลยไม่ยอมยกเลิกการแต่งงานง่ายๆ
มีหนหนึ่งคุณปราบเกือบจะแต่งพริตตี้เข้าบ้านเพื่อให้ครอบครัวฝั่งบ้านคุณหมวยทนไม่ไหวจนต้องเป็นฝ่ายขอยกเลิก ส่วนคุณหมวยก็หอบผ้าหนีออกจากบ้าน
ไม่เพียงแค่สองครอบครัวจะเหนื่อย แม่สื่อแม่ชักเช่นมลวัญก็เหนื่อยแทบตาย ช่วงเวลานั้นบริษัทที่เป็นคู่แข่งก็ต้องพากันจับมือกัน ร่วมหาวิธีที่จะทำให้คู่มารผจญนี้แต่งด้วยกันให้ได้
วุ่นวายหัวหมุนกันอยู่หลายเดือน คิดแผนการจนหัวแทบแตกก็ไม่รู้จะทำให้คนทั้งคู่ยอมแต่งงานกันได้ยังไง จนต้องบากหน้ามาขอร้องให้เกวลิณช่วยไกล่เกลี่ย
หลังจากเกวลิณรับปากว่าจะช่วย ภายในอาทิตย์เดียวคู่บ่าวสาวที่ทะเลาะกันมาตั้งแต่งานหมั้นหมายก็พากันดีต่อกันจนน่าประหลาด สถานการณ์พลิกกลับเหมือนหน้ามือกับหลังเท้า! สามารถจัดงานแต่งได้ก่อนถึงฤกษ์ซะอีก!
อีกทั้งงานนี้ก็ไม่ใช่งานอภิมหาโหดงานเดียวที่เกวลิณทำสำเร็จ!
ถ้ามีเคสไหนที่บริษัทหาคู่รับมือไม่ไหว แต่ต้องรับมือเพื่อไม่ให้เสียลูกค้า และไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงก็จะยกหูหาเกวลิณให้ช่วยเสมอ
“ป้ามลก็…งานที่บ้านเกลลาออกไม่ได้ด้วย ถ้าลาออกคงถูกเตะออกจากบ้าน ถูกม้าตัดออกจากกองมรดกแน่ค่ะ”
“โอ๊ย เรื่องแค่นี้ ป้าเลี้ยงหนูเกลได้แน่ ค่าเหนื่อยหนูเกลหกหลักก็ยังว่าน้อยไป!”
บริษัทหาคู่ไม่ได้รับหาคู่เฉพาะบ่าวสาวทั่วไป ยังมีไฮโซไฮซ้อมากมายที่มองหาลูกเขยและลูกสะใภ้ดีๆ โพรไฟล์เลิศๆ ก็มักจะหาจากบริษัทหาคู่ของเธอ ยิ่งหากได้ตัวเกวลิณเข้าบริษัทมาด้วยเปอร์เซ็นต์การจับคู่แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ของหนูเกลก็จะทำกำไรได้มากแน่นอน!
“ถ้าเกลไม่อยู่ทำทัวร์กับที่บ้านจะมีใครช่วยขอเยว่เหล่าให้กันล่ะคะ หนูถือเป็นทูตสันถวไมตรีระหว่างไทยไต้หวันนะ”
เกวลิณยิ้มซุกซน สีหน้าสดใส ที่บ้านของเธอเปิดบริษัททัวร์ และเธอก็มีหน้าที่เป็นไกด์นำทริปพาทัวร์ไต้หวันบ่อยๆ
สถานที่ท่องเที่ยวเลื่องชื่อในไต้หวันก็หนีไม่พ้นวัดดังที่ขึ้นชื่อเรื่องคู่ครอง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบุญกุศลที่เธอนำลูกทัวร์เข้าไปกราบไหว้ ทำบุญกับที่วัดอยู่เสมอหรือไม่ ถึงทำให้เธอขอเรื่องความรักกับเยว่เหล่าที่เป็นเทพเจ้าแห่งตำนานด้ายแดงกุมชะตาบุพเพสันนิวาสของคนหนุ่มสาวโดยเชื่อว่าหากไปขอด้ายแดงกับผู้เฒ่าจันทราก็จะสมหวังในเรื่องความรัก และจะได้พบเนื้อคู่
ร้อยทั้งร้อยหากบริษัทหาคู่มีเรื่องของคู่รักหรือคู่หมั้นหมายที่กำลังง่อนแง่นไม่เข้ากัน หากเธอมองดูแล้วว่าคู่รักดูเหมือนจะไปด้วยกันต่อได้ เวลาที่เธอนำลูกทัวร์ออกทริป เธอก็จะมาขอเยว่เหล่าให้ช่วยเหลืออยู่เสมอ
ทั้งยังขอแล้วได้ผลแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
เธอยังแอบได้ยินพวกป้าๆ พูดว่าตัวเธอเป็นเหมือนเซียนน้อยคอยรับใช้เยว่เหล่าช่วยเชื่อมวาสนาด้ายแดงให้คนอื่นได้อย่างง่ายดาย!
“แต่ป้ามล…” เกวลิณเม้มปาก สีหน้าจืดเจื่อนลงเล็กน้อย ผ่อนลมหายใจอีกเฮือก
“เกลว่าจะไม่รับงานแล้ว”
“หา!!”
ประโยคเมื่อครู่ของเกวลิณทำให้มลวัญเสียกิริยา ร้องเสียงแหลมด้วยความตกใจ จนทำให้รอบด้านหันมอง ดีที่เสียงเพลงในห้องบอลรูมดังจึงไม่ทำรบกวนแขกเหรื่อหรือบ่าวสาวมากนัก
“ป้ามล…ปีนี้เกลยี่สิบเจ็ดแล้วนะ” เกวลิณลูบหน้าด้วยความจนใจ
“อีกไม่กี่ปีก็สามสิบแล้ว ถ้ายังใจเย็นแบบนี้อยู่ ไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักที หนูได้ขึ้นคานจริงๆ แล้วนะป้ามล”
จริง! คนเขาก็อยากมีฟงมีแฟน มีผงมีผัวบ้างอะเป่า!
ขอหัวใจคนละจึกสองจึกเป็นกำลังใจให้กันด้วยน้าค้าา
บทที่ 1 ไม่อยากกลับคนเดียว 2/3
บทที่ 1
ไม่อยากกลับคนเดียว
“โธ่ หนูเกลยังสาวอยู่เลย รอไปอีกสักปีสองปี…”
“ป้ามล ไม่ใช่ว่าหลานป้าที่อายุน้อยกว่าเกลสองปีตอนนี้มีลูกสองไปแล้วเหรอ!”
มลวัญได้ยินแล้วก็ถอนหายใจ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งเอียงคอพิจารณาหนูเกวลิณให้ชัดเจน
เกวลิณเป็นหญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผิวขาวนวลเนียน ดวงตากลมโตสดใสสุกสกาว รูปคิ้วเรียวสวย ปากนิดจมูกหน่อย แม้ไม่ถึงขั้นสวยสะกดสายตา แต่ก็มองได้เรื่อยๆ ได้โดยไม่รู้เบื่อ
“หนูเกลมาเป็นเคสของป้าไหมล่ะจ๊ะ สำหรับหนูเกลป้าคิดราคาพิเศษให้เลย”
“ป้ามลใช่ว่าเกลไม่เชื่อมือป้านะคะ แต่เกลขอเยว่เหล่ามาแล้วเหมือนกัน สุดท้ายก็โสดสนิท…”
มลวัญได้ยินแล้วรอยยิ้มบนหน้าก็แข็งทื่อ
“เกลขอให้คนอื่น เยว่เหล่าก็ประทานให้สมหวัง แต่หนู…หนูไม่ได้เลยสักคนป้ามล!” พอได้พูดออกมาแล้วเกวลิณก็รู้สึกคับข้องหมองใจเป็นอย่างมาก
ทำไมกัน!
ต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหนแน่ๆ!
“เอาเถอะๆ หวังว่าเยว่เหล่าจะเอ็นดูหนูเกลบ้าง…” มลวัญได้ยินแล้วก็ไม่กล้าเสี่ยง ได้แต่ให้กำลังใจหญิงสาวพร้อมยิ้มแห้งๆ
“เกลว่าเยว่เหล่าแอบตัดด้ายแดงของหนูที่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของท่านแน่ๆ ถ้าเกลยังดึงดันทำต่อไปชาตินี้หนูไม่ได้แต่งงานแน่…” เกวลิณยิ่งพูดก็ยิ่งเจ็บช้ำ คว้าเอาแก้วแชมเปญกระดกดื่ม พูดต่อไปด้วยใบหน้าใกล้ร้องไห้เต็มที
“ผู้ชายที่หนูหมายตาเอาไว้ก็หายไปมีเมียกันหมด เมียเลยนะป้ามล! ไม่ใช่แฟน…”
ใช่ว่าเธอไม่เคยเข้าหาผู้ชายก่อน พูดกันตรงๆ แบบไม่หลงตัวเอง ตัวเธอหน้าตาก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร แต่ผู้ชายที่เธอแอบเล็งไว้ก็มีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาแซงเธออยู่ร่ำไป ทำให้เธอพลาดผู้ชายครั้งแล้วครั้งเล่า
ยี่สิบเจ็ดแล้วแต่ยังโสดซิงแบบนี้ จะเอาไปชิงโชคที่ไหนได้บ้าง!
โมโห!
น่าน้อยใจจริงๆ ที่เธอยังเป็นโสดอยู่ เพราะเข้าไปยุ่งในเรื่องดวงรักที่ไม่ใช่ของตัวเอง ทำให้เยว่เหล่าไม่พอใจจนตัดด้ายแดงของเธอจนกะรุ่งกะริ่งไม่เหลือชิ้นดี ไม่มีแม้แต่โอกาสอะไรเลย!
“หนูเกลไม่ต้องคิดมาก เยว่เหล่าเอ็นดูหนูมากต่างหาก ท่านคงอยากหาคนที่เหมาะสมกับหนูเกลจริงๆ”
มลวัญพยายามปลอบหญิงสาวที่ดูห่อเหี่ยวหม่นหมอง แววตาก็ยิ่งฉายแววเอ็นดู หนูเกลน่ารักขนาดนี้จะไม่มีผู้ชายคนไหนสนใจได้ยังไง
ดูสิหากไม่ใช่ว่าเธอมีแต่ลูกสาว ป่านนี้เธอคงจับคู่หนูเกลกับลูกชายแล้ว!
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจจากงานแต่ง เกวลิณก็มีนัดกับผู้ชายคนหนึ่งในแอปหาคู่ คุยกันมาได้ระยะหนึ่งเลยตัดสินใจมาพบกันที่ร้านคาเฟเล็กๆ
แม้มีคนคุยหรือจะออกมาพบหน้ากันเป็นครั้งแรก เธอก็ยังไม่วางใจ ไม่คลายความระแวดระวัง
เธอมีประสบการณ์มามาก ก่อนหน้าผู้ชายคนนี้เธอก็ซุ่มคุยกับผู้ชายอีกคนเหมือนกัน ในขณะที่รู้สึกว่าอะไรๆ เป็นไปได้สวย ดื่มชากินขนมพูดคุยไปได้ไม่เท่าไรกลับมีผู้หญิงคนหนึ่งปรี่เดินเข้ามายังโต๊ะเธอ ประกาศว่าผู้ชายที่เธอกำลังเดตด้วยเป็นคู่หมั้น…
แต่เหตุการณ์นั้นจบด้วยดี เธอไม่ได้ถูกตบหรือถูกทำร้ายเพราะความหึงหวง คนที่เจ็บกลับเป็นผู้ชายเฮงซวยนั่นต่างหาก เธอจึงรอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิด
เกวลิณลงจากรถ ก้าวเท้าเดินไปตามร้านคาเฟที่นัดหมาย สายตาคมประดุจเหยี่ยวก็มองเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตาคล้ายรูปโพรไฟล์ที่เธอเห็นมาระยะหนึ่ง ในขณะที่กำลังจะโบกมือเรียกพร้อมทักทาย เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นก่อน
“กรี๊ด!!”
เกวลิณยืนอยู่ตรงนั้นเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้พอดิบพอดี มองเห็นทุกรายละเอียดได้อย่างชัดเจน
ผู้ชายของเธอเพิ่งเดินลงจากบันไดหมาดๆ ผู้หญิงที่กำลังลงบันไดตามหลังมากลับลื่นพรืด ร่างกายเสียหลักพุ่งลงมาจากขั้นบันไดด้านบน เหมือนจะเห็นเธอคนนั้นหมุนควงสว่านประมาณสามรอบแล้วก็ตกลงในอ้อมแขนผู้ชายของเธอที่รอรับอยู่ด้านล่างได้พอดิบพอดี
พอดีแบบเป๊ะๆ เหมือนหลุดออกมาจากนิยายหรือหนังละคร…
“ไอ้…”
เกวลิณหลุดพูดออกมาคำหนึ่ง จู่ๆ สายลมก็พัดโชย พัดพาใบไม้และดอกไม้ปลิวว่อน เกิดเป็นบรรยากาศหวานซึ้งในพริบตา
เกวลิณนิ่งอึ้งมองคนทั้งสองที่ยังคงจ้องหน้ากันอยู่แบบนั้น ใบหน้าซีกหนึ่งแข็งทื่อส่วน อีกครึ่งซีกกระตุกยิบๆ ได้แต่อ้าปากค้างกะพริบตาปริบๆ มองเธอคนนั้นที่อิงแอบอยู่ในอ้อมแขน ส่วนผู้ชายของเธอ…ที่ดูจากอาการน่าจะไม่ใช่ของเธออีกต่อไป กำลังจ้องผู้หญิงคนนั้นตาไม่กะพริบแล้วค่อยๆ ประคองเธอให้ยืน
เกวลิณยืนเกาหัวแกรกๆ รู้สึกอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้ผมร่วงก็วันนี้ มองบรรยากาศหวานแหววสีชมพูของคนทั้งสองอย่างเหลือจะเชื่อ มองวีรบุรุษที่กำลังประคองสาวงามที่กำลังขากะเผลกไปโรงพยาบาล
ไม่ยอม…
ไม่ยอมแพ้หรอกโว้ย!
เกวลิณเปิดกระเป๋าหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาแล้วโทร. หาผู้ชายคนนั้นทันที
“ฮัลโหลค่ะ ตอนนี้เกลถึงคาเฟแล้วนะคะ”
‘เอ่อ ขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่าตอนนี้ผมติดธุระกะทันหันน่ะครับ คงไปตามนัดไม่ได้แล้ว’
“ไม่เป็นไรค่ะ ไว้เราค่อยเจอกันวันอื่นก็ได้” เกวลิณกัดฟันพูดออกมา ไม่ยอมถอยง่ายๆ
‘เอ่อ…วันหลังก็คงไม่ได้แล้วละครับ’
“หมายความว่าไงนะคะ”
‘ผมคิดว่าเราคงเข้ากันไม่ได้น่ะครับ ไม่เหมาะสม…’
“แต่เรายังไม่ได้เจอกันเลยนะคะ จะรู้ว่าไม่เหมาะสมได้ยัง…”
ตู๊ด… ตู๊ด…
ไอ้เวร!
เกวลิณขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ถลึงตามองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายทิ้งไปอย่างไม่ไยดี แล้วเงยหน้าขึ้นฟ้าลอบก่นด่าโชคชะตาของตัวเองที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม!
เธอเดินคอตก ขึ้นรถกลับบ้านด้วยความท้อแท้ ความพยายามของเธอถูกทำลายจนป่นปี้หมดแล้ว!
มาถึงขั้นนี้แล้วเยว่เหล่าคงไม่ได้ตัดเพียงแค่เส้นด้ายที่คล้องปลายนิ้ว แต่คงจะตัดออกไปทั้งนิ้ว!
ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ!
ต้องมีอะไรผิดพลาดตรงไหน ไม่เข้าใจเลยสักครั้งง ไอ้ที่เขาทำฉันน้านก็ทำ แต่ไม่เคยสมหวั๊งงง
บทที่ 1 ไม่อยากกลับคนเดียว 3/3
บทที่ 1
ไม่อยากกลับคนเดียว
เกวลิณกลับมาที่คอนโด เหวี่ยงกระเป๋าไว้บนเคาน์เตอร์ครัว จุดเทียนหอมเพื่อผ่อนคลายหลังจากวันนี้เธอเหนื่อยล้ามากเหลือเกิน ทิ้งตัวนอนแผ่บนโซฟาถือโทรศัพท์เลื่อนดูคลิปหมาแมวน่ารักๆ เยียวยาหัวใจที่กำลังห่อเหี่ยวอ่อนล้า
แต่ดูไปดูมาเธอก็บังเกิดความคิดชั่ววูบหลังจากเห็นลูกหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์หน้าตาน่ารักน่าอมหัว พลันก็อยากเลี้ยงขึ้นมา มองแม่ค้าที่กำลังไลฟ์ขายลูกหมาอยู่ก็ไม่รอช้า รีบเอฟจอง…
“โอ้โห เจ้าหนูตัวนี้มีคนรีบจองกันมากเชียวละค่ะ ขอแม่ค้าดูก่อนนะคะว่า…”
เกวลิณเลื่อนผ่านทันที ก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นมีใครจะเอฟลูกหมา แต่พอเธอจะจอง กลับมีคนจองก่อนหน้าเธอไปแล้วหลายคน ต่อให้คิวแรกไม่รับ คิวที่สองก็รับอยู่ดี!
แม่ง…
แม้แต่หมาก็ไม่ได้เหรอวะ
ชีวิตบัดซบจริงๆ!
เกวลิณวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะกระจกข้างโซฟา นอนอย่างหมดเรี่ยวแรง
พยายามคิดว่าเธอจะเอาอย่างไรกับชีวิตในภายภาคหน้าต่อไปดี จริงๆ แล้วในแต่ละวันเธอก็ไม่ได้โหยหาหรือต้องการใครอยู่เป็นเพื่อนขนาดนั้น วันวันหนึ่งนอกจากเคลียร์งานของที่บ้านแล้ว เวลาว่างๆ ก็ดูซีรีส์ อ่านหนังสือ หากว่างมากอีกหน่อยก็ว่ายน้ำที่ส่วนกลางของคอนโด ไม่ได้เหงามากมายอะไรขนาดนั้น
แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงได้อ่อนไหวขึ้นมา
เกวลิณเอื้อมมือเปิดปฏิทินดูว่าสิ่งที่เธอเดาเอาไว้ถูกต้องหรือไม่
ไม่ผิดจากที่คิด เมนส์จะมาจริงๆ ก็เป็นเหมือนทั่วๆ ไป ใกล้ช่วงเวลานั้นของเดือนอารมณ์ก็จะสวิงแบบนี้…
หลังจากหาสาเหตุให้ตัวเองได้แล้วเกวลิณก็แสนจะโล่งใจ ใบหน้าฉายแววมุ่งมั่น ไหนๆ เธอก็จะขยับตัวไม่สะดวกไปอีกเจ็ดวันแล้ว ก็เอาให้มันคุ้ม
ไปไนต์คลับเลยละกัน!
เกวลิณหอบร่างตัวเองมาถึงย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่เลื่องชื่อ ปกติแล้วเธอไม่ค่อยดื่มนัก นานๆ ครั้ง ทั้งเธอก็ไม่ใช่ตัวต้นเรื่อง ดังนั้นส่วนมากแล้วเธอจึงไม่ใช่คนที่ต้องคอยมาจองโต๊ะหรือเปิดโต๊ะ แต่วันนี้ไม่ใช่หลังจากข้อความถามเพื่อนๆ ในกลุ่มก็ไม่มีใครว่างมากับเธอ
ดังนั้นคืนนี้เธอก็ฉายเดี่ยวมันเลยละกัน!
เกวลิณมีผมตรงยาว คืนนี้เธอปล่อยผมดำสยายคลอกลางหลัง กิ๊บผมอันเล็กน่ารักติดไว้เพื่อไม่ให้หัวยุ่งเหยิงจนดูอนาถใจ สวมเดรสสั้นสีขาวมุกเพื่อที่เวลาร้านเปิดแบล็กไลต์ เธอจะได้โดดเด่น!
เกวลิณหงายข้อมือมองนาฬิกาเรือนเล็กก็รู้ว่าใกล้ถึงเวลาร้านเปิดแล้วก็รีบก้าวฉับๆ เข้าไปต่อแถว ร้านนี้เปิดได้ไม่กี่วันทำให้มีคนต่อแถวรอเข้าร้านเยอะเป็นพิเศษ หลังจากเธอเข้ามาได้ก็ไม่รอช้าเปิดโต๊ะหนึ่งทั้งๆ ที่มาคนเดียว แม้ว่าที่แห่งนี้จะเป็นไนต์คลับ มีพื้นที่สำหรับเต้นแทบจะครอบคลุมทั้งชั้นล่าง แต่ก็มีโต๊ะตัวเล็กๆ ตั้งไว้ข้างกำแพงในส่วนด้านหลังใกล้ๆ บาร์เช่นกัน
จริงๆ แล้วเธอไม่ใช่สายนักเต้นเท้าไฟหรือขาแดนซ์แบบสุดเหวี่ยง แต่ถ้าจะให้เข้าบาร์หรือร้านนั่งชิลไปคนเดียวก็จะเหงากว่าเดิม ไว้ดึกๆ อีกหน่อยก็คงมีกลุ่มคนมาขอแชร์โต๊ะกับเธอเองนั่นแหละ
จะได้คุยกับคนอื่นๆ ก็แก้เหงา!
เกวลิณสั่งค็อกเทลรสหวานที่ผสมแอลกอฮอล์มากกว่าปกติเล็กน้อย เธอไม่ได้อยากเมาหัวทิ่ม แล้วก็ไม่ได้อยากมีสติครบถ้วนสมบูรณ์
ไหนๆ ก็มาขนาดนี้แล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้แฟนก็เอาผัวไปเลยก็ละกัน!
ถึงแม้ว่าจะเป็นผัวแค่คืนเดียวก็ตามเถอะ!
หลังจากถูกแอลกอฮอล์ปลุกความกล้า เสียงเพลงดังกระหึ่มจนแก้วสั่น เกวลิณก็โยกตัวเบาๆ ตามเสียงเพลง มองบรรยากาศรอบๆ กำลังเริ่มครึกครื้นร้อนระอุเมื่อคนเข้าคลับมาเรื่อยๆ จนเวลานี้ฟลอร์เต้นด้านล่างแน่นไปด้วยคนที่กำลังเต้นกันอย่างเมามัน
สมกับเป็นคลับเปิดใหม่ ทำการบ้านได้ดี เปิดเพลงโดนใจจนทำให้ลูกค้าเต้นกันไม่หยุด ในขณะที่เกวลิณถูกพลังงานอันร้อนแรงของคนในคลับทำให้ร้อนแรงจนอยากจะออกไปเต้นบ้างแล้ว เธอกลับสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่หายใจรดต้นคอ
“โทษนะครับ พวกผมขอแชร์โต๊ะด้วยได้มั้ย”
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเกวลิณหันมองไปก็แทบผงะเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ชายที่โน้มก้มลงอยู่เหนือไหล่เธอเล็กน้อย
ใบหน้าของเขาและเธอห่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ใกล้จนเธอได้กลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวของเขา…
“อ้อ เชิญค่ะ”
แต่เสียงเล็กๆ ของเกวลิณคงเบาเกินไปสำหรับที่นี่เสียงเพลงดังเกินไป ยิ่งเห็นเขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งมองเธออยู่ไม่ขยับถอยห่างออกไปเสียที เกวลิณก็โน้มตัวใกล้เข้าเพิ่มเสียงพูดขึ้นอีกหน
“เชิญค่ะ ฉันมาคนเดียว”
คันธพฤกษ์แววตาพราวระยับหลังจากได้กลิ่นหอมจากหญิงสาวตรงหน้า ถ้าไม่นับรวมกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับผลไม้หวานๆ ที่เจือมากับลมหายใจ ตัวของเธอนับว่าหอมมากทีเดียว
เขายกยิ้มมุมปากแล้วค่อยดึงตัวขึ้น หันไปด้านหลังแล้วผงกหัวลง
เกวลิณตาวาวนอกจากผู้ชายที่เข้ามาทักเธอเป็นคนแรก ยังมีผู้ชายอีกสองคนรวมทั้งหมดเป็นสามคนที่มาร่วมโต๊ะกับเธอ พวกเขาเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำ แม้ว่าจะเห็นหน้าไม่ชัดเจน แต่ดูโดยรวมก็รู้แล้วว่าทรงดี!
“มาคนเดียวเหรอ”
คนที่ชวนเธอคุยเป็นคนเดียวกับที่เข้ามาขอแชร์โต๊ะ เกวลิณมองคนตัวสูงที่ต้องคอยก้มหน้ากดคอลงเพื่อคุยกับเธอก็รู้สึกขบขันอยู่บ้างจึงพยักหน้า จากนั้นก็เงยหน้าเพิ่มเสียงขึ้นอีกนิด
“ใช่ค่ะมาคนเดียว…”
เกวลิณพูดเพียงเท่านี้ก็เงียบไป กวาดตามองผู้ชายอีกสองคนที่กำลังวางเครื่องดื่มลงบนโต๊ะ เวลานั้นแอลกอฮอล์ในร่างของเธอคงออกฤทธิ์เต็มที่ ถึงพูดไปโดยไม่ยั้งปาก
“…แต่ไม่อยากกลับคนเดียว”