‘ธนินท์’ มอง ‘ภาษีทรัมป์’ ชนะแค่ระยะสั้น เสียระยะยาว ทำสหรัฐสูญตำแหน่ง ‘ผู้นำโลก’
The Bangkok Insight
อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 18.30 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight"ธนินท์ เจียรวนนท์" มองสหรัฐเสี่ยงสูญเสียตำแหน่งผู้นำโลก จากมาตรการ "ภาษีทรัมป์" ชี้ "พันธบัตรสหรัฐ" เป็นเครื่องมือต่อรองได้ แนะประเทศต่าง ๆ มองเป็นโอกาส หันมาสานสัมพันธ์เศรษฐกิจในภูมิภาค
นายธนินท์ เจียรวนนท์ วัย 86 ปี มหาเศรษฐีไทย ประธานที่ปรึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ให้สัมภาษณ์สื่อญี่ปุ่น "นิกเคอิ เอเชีย" ที่กรุงโตเกียวเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า สงครามการค้าส่งผลกระทบ "เพียงเล็กน้อย" ต่อกลุ่มบริษัทของเขา ซึ่งใช้กลยุทธ์ผลิต และขายในประเทศ โดยนำเข้าเครื่องจักรการผลิตประมาณ 80% จากญี่ปุ่น
เขายังแสดงความเห็นว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ นำนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" มาใช้อย่างไม่สมดุล โดยไม่สนใจพันธมิตรของตัวเอง ทำให้เกิดผลกระทบต่อกรอบการทำงานระหว่างประเทศที่ส่งเสริมการค้าเสรี ซึ่งสหรัฐเป็นผู้นำในด้านนี้
"ทรัมป์มีทัศนคติที่ไม่รอบคอบ และชอบใช้มาตรการภาษีศุลกากร ซึ่งสำหรับเขาแล้ว นี่เป็นชัยชนะในระยะสั้น ในระยะยาวสหรัฐจะต้องสูญเสีย"
แม้ว่าหนี้รัฐบาลกลางสหรัฐจะเพิ่มขึ้นเกินกว่า 30 ล้านล้านดอลลาร์ แต่นายธนินท์ กล่าวว่า วอชิงตันควรเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกต่อไป เนื่องจากตั๋วเงินคลังของสหรัฐยังคงเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ "เชื่อถือได้มากที่สุด"
"หากทรัมป์พลิกกลับเศรษฐกิจโลก สหรัฐจะเจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร และใครจะลงทุนในหลักทรัพย์ของสหรัฐ"
เขาเตือนว่า สหรัฐเสี่ยงที่จะสูญเสียความเป็นผู้นำ เนื่องจากประเทศอื่น ๆ อาจรวมกลุ่มเศรษฐกิจ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน
ความเห็นดังกล่าวของนายธนินท์เกิดขึ้น ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ รวมทั้งจีน และญี่ปุ่น กำลังเจรจากับสหรัฐ เพื่อหาทางคลี่คลายสงครามการค้า โดยญี่ปุ่นเป็นผู้ถือพันธบัตรสหรัฐรายใหญ่ที่สุด ซึ่งนายธนินท์แนะนำว่า ญี่ปุ่นอาจใช้เรื่องนี้เป็น"ทางเลือกสุดท้าย" ในการเจรจาต่อรองกับรัฐบาลวอชิงตัน
"ญี่ปุ่นสามารถบอกสหรัฐได้ว่า หากเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ญี่ปุ่นก็จะไม่สามารถซื้อพันธบัตรสหรัฐได้อีกต่อไป และอาจต้องลดการถือครองลงมา"
มองเป็นโอกาส หันมาสานสัมพันธ์ในภูมิภาค
ประธานที่ปรึกษาเครือซีพี ยังมองว่า แม้สงครามการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่ก็เป็นโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
เขาชี้ว่า ญี่ปุ่นควรมอง 10 ประเทศอาเซียนเป็น "ตลาดของตนเอง" โดยสนับสนุนให้บริษัทการค้าของประเทศ สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในภูมิภาค ซึ่งยังคงเติบโตทางเศรษฐกิจและประชากร
แม้จะมีความสามารถทางเทคโนโลยี แต่นายธนินท์กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็น "ประเทศอนุรักษ์นิยมที่ไม่เต็มใจที่จะขยายตัวไปทั่วโลก" ญี่ปุ่นตัดสินใจช้าเกินไป ไม่เต็มใจที่จะเสี่ยง และลังเลที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง
การเริ่มธุรกิจใหม่ทุกครั้งย่อมมีความเสี่ยง
นายธนินท์กล่าวว่า เขาสนับสนุนสตาร์ทอัพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรในญี่ปุ่น และกำลังสำรวจความร่วมมือที่เป็นไปได้ โดยอ้างถึงรากฐานทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งของประเทศ และว่า เครือซีพีกำลังนำนวัตกรรมมาใช้ในธุรกิจต่าง ๆ
"ตอนนี้ เป็นยุคของนวัตกรรม และการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง เราไม่สามารถหยุดนิ่งอยู่เฉย ๆ ได้"
ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทในเครือซีพีได้กระชับความสัมพันธ์กับบริษัทการค้าของญี่ปุ่นอย่าง อิโตชู มาตั้งแต่ปี 2557 ผ่านการถือหุ้นไขว้
อย่างไรก็ตาม อิโตชูประกาศเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่าจะขายหุ้นซีพีทั้งหมดภายในสิ้นปีงบประมาณปัจจุบัน ที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2569 ส่วนซีพีก็มีแผนจะขายหุ้นอิโตชูด้วยเช่นกัน โดยทั้ง 2 บริษัทระบุว่า จะรักษาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ต่อไป
ซีพีเจอผลกระทบ "ภาษีตอบโต้" เพียงเล็กน้อย
ในส่วนของไทย แม้จะเผชิญกับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็น 36% ตามนโยบายภาษีตอบโต้ของทรัมป์ แต่นายธนินท์ ระบุว่า เครือซีพีได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ธุรกิจเรือธงของเครือซีพี มียอดขายราว 63% จากยอดขายโดยรวมในปี 2567 มาจากการดำเนินงานในต่างประเทศ โดยมีเวียดนาม และจีนเป็นตลาดหลัก
"ผลิตภัณฑ์ของเรา ส่วนใหญ่เป็นอาหาร ซึ่งเราขายในประเทศที่เราผลิตสินค้า"
ภาพ: We are CP
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'สหรัฐ-จีน' บรรลุข้อตกลง 'ระงับขึ้นภาษีนำเข้า' ชั่วคราว 90 วัน
- 'ทรัมป์' ไม่กังวล 'เศรษฐกิจสหรัฐถดถอย' ชี้ แค่ช่วงเปลี่ยนผ่าน
- 'เอดีบี' แนะเอเชีย กระจายประเทศคู่ค้า กระตุ้นความต้องการท้องถิ่น รับมือ 'สงครามการค้า'
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg