โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ปธน.ฝรั่งเศส เยือนเวียดนามครั้งประวัติศาสตร์ ดันดีลการค้ากว่า 30 ฉบับ ท่ามกลางแรงกดดันภาษีทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 04.18 น.

ปธน.ฝรั่งเศส เยือนเวียดนามครั้งประวัติศาสตร์ ดันดีลการค้ากว่า 30 ฉบับ เช่น อุตสาหกรรมการบิน พลังงานนิวเคลียร์ ระบบรถไฟ ดาวเทียม ความมั่นคง/กลาโหม ท่ามกลางแรงกดดันภาษีทรัมป์

วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฝรั่งเศสและเวียดนามเตรียมลงนามข้อตกลงหลายสิบฉบับในวันจันทร์นี้ (27 พ.ค.) ขณะ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เดินทางเยือนกรุงฮานอยอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายอิทธิพลของฝรั่งเศสในอดีตอาณานิคมแห่งนี้ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากการขู่ขึ้นภาษีของสหรัฐ

การเยือนเวียดนามครั้งนี้นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้นำฝรั่งเศสในรอบเกือบ 10 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวมถึงอินโดนีเซียและสิงคโปร์

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่า มาครงจะเดินทางพร้อมคณะผู้บริหารจากบริษัทฝรั่งเศสมากกว่า 12 ราย และคาดว่าจะมีการลงนามข้อตกลงมากถึง 30 ฉบับ ในหลายสาขา เช่น อุตสาหกรรมการบิน พลังงานนิวเคลียร์ ระบบรถไฟ พลังงานหมุนเวียน การวิจัย ดาวเทียม และความมั่นคง/กลาโหม

การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป 50% เริ่มต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าอย่างมีนัยสำคัญกับกลุ่มประเทศ EU

เวียดนาม ซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ก็กำลังเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ เช่นกัน โดยถูกขอให้เพิ่มการนำเข้าสินค้าจากอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีสูงถึง 46%

เจ้าหน้าที่ EU ในเวียดนามได้แจ้งรัฐบาลเวียดนามล่วงหน้าก่อนการเยือนว่า ไม่ควรยอมอ่อนข้อให้สหรัฐฯ โดยแลกกับผลประโยชน์ที่อาจกระทบความสัมพันธ์กับยุโรป ซึ่งมีข้อตกลงการค้าเสรีกับเวียดนามและเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าสินค้ารายใหญ่ของประเทศ

แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า “เวียดนามควรตระหนักว่า หากเลือกฝั่งใดฝั่งหนึ่งเกินไป อาจเป็นภัยต่อความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป”

อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่ามาครงจะกล่าวเรื่องนี้อย่างเปิดเผยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของข้อตกลงที่สามารถบรรลุร่วมกันได้

ทั้งนี้มีรายงานว่าการเจรจาระหว่างสายการบินโลว์คอสต์ VietJet และบริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน Airbus ของยุโรป มีความคืบหน้า โดยอาจเป็นการต่อยอดจากข้อตกลงเบื้องต้นเมื่อปีก่อน ที่ VietJet ลงนามสั่งซื้อ เครื่องบิน A330neo จำนวน 20 ลำ

สำนักงานประธานาธิบดีฝรั่งเศส (ทำเนียบเอลิเซ) ยืนยันว่าจะมีข้อตกลงจำนวนมาก แต่ยังไม่ตอบคำถามว่าเกี่ยวข้องกับการขายเครื่องบินหรือไม่ ขณะเดียวกัน เวียดนามยังอยู่ระหว่างการเจรจากับสหรัฐ โดยอาจเสนอซื้อเครื่องบิน Boeing จำนวนอย่างน้อย 250 ลำ ผ่านสายการบินแห่งชาติ Vietnam Airlines และ VietJet เพื่อช่วยลดดุลการค้าเกินดุลมหาศาลที่เวียดนามมีต่อสหรัฐ และหวังจะลดแรงกดดันจากทรัมป์

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่และแหล่งข่าวยุโรประบุว่า ฝั่งยุโรปกังวลว่า Airbus อาจเสียเปรียบ หากเวียดนามตัดสินใจซื้อเครื่องบินจาก Boeing เพื่อตอบสนองความต้องการของสหรัฐ ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ Cirium ชี้ว่า เครื่องบินของ Airbus คิดเป็น 86% ของฝูงบินที่ใช้โดยสายการบินเวียดนามในปัจจุบัน

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...