ปธ.สภานายจ้างฯ ชี้นโยบายค่าแรง 400 รัฐเอาใจแรงงาน แต่ผลกระทบตกที่ลูกจ้าง
ปธ.สภานายจ้างฯ ชี้นโยบายค่าแรง 400 รัฐเอาใจแรงงาน แต่ผลกระทบตกที่ลูกจ้าง
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) ให้สัมภาษณ์กรณีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ว่า โดยส่วนตัวยินดีจ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท หรือมากกว่านั้น หากแรงงานมีคุณภาพและสามารถสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรได้มากกว่ามูลค่าค่าจ้าง ซึ่งต้องขอย้ำว่า ในยุคที่เทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อระบบแรงงาน การจ้างแรงงานมนุษย์ต้องพิจารณาจากประสิทธิภาพและทักษะมากกว่าตัวเลขค่าจ้างขั้นต่ำเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในปัจจุบัน ต้นทุนของการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และระบบดิจิทัล มีราคาถูกลงกว่าครึ่ง และสามารถทำงานได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ขณะที่แรงงานมนุษย์มีข้อจำกัด
“ผมไม่เคยคัดค้านเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ และพร้อมจ่ายให้สูงที่สุด หากแรงงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของนายจ้างได้จริงและทำให้องค์กรเติบโตมากที่สุด” นายเอกสิทธิ์ กล่าว
นายเอกสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า หากตนจะจ้างนักการตลาดเงินเดือน 2–3 แสนบาท ให้คิดแผนงานใหม่ๆ นอกกรอบการทำงานของบริษัท บางครั้งอาจจะยังคิดไม่ออก แต่ถ้าใช้ AI ใช้เวลาแค่ 1–3 นาที ก็ได้คำตอบ ซึ่งมองว่าการจ่ายค่าใช้บริการ AI เดือนละ 700 บาท คุ้มกว่ามาก อย่างไรก็ตาม ยังไม่อยากให้ระบบแรงงานกลายเป็นแบบนั้นทั้งหมด เพราะ AI ก็มีข้อผิดพลาด ต้องตรวจสอบเหมือนกัน และมนุษย์ที่เก่งจริง ก็ยังเหนือกว่า AI อยู่ ซึ่งปัจจุบันคนมองที่ตัวเลข 400 บาท เป็นตัวตั้ง ไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพที่มี มนุษย์ตีราคาจากค่าแรงไม่ได้ ต้องอยู่ที่สมองด้วย จึงต้องคิดว่าจะมีการพัฒนาแรงงานอย่างไรอยู่เสมอ หากมีการพัฒนาและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ
“ขณะนี้รัฐบาลพยายามผลักดันการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อเอาใจแรงงาน แต่สุดท้ายแล้ว ผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำล้วนตกอยู่ที่ลูกจ้าง เนื่องจากภาระทั้งหมดตกอยู่ที่นายจ้างในสถานประกอบการ ซึ่งหากไม่สามารถรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ อาจนำไปสู่การเลิกจ้างและการว่างงาน คนก็ตกงานอยู่ดี ขณะเดียวกัน หากสามารถพัฒนาบุคลากรได้ ผมก็ยินดีจ่าย” นายเอกสิทธิ์ กล่าว
นายเอกสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า เรื่องนี้ต้องมองเป็น 2 ด้าน ลูกจ้างมองว่าเป็นฝ่ายรับ แต่ไม่อยากเรียนรู้ ก็ไม่ได้ ต้องมองว่า ลูกจ้างได้รับค่าจ้าง 500 บาท หรือ 1,000 บาท แต่สามารถช่วยบริษัทได้ 2 เท่าสิ่งนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนนโยบายภาครัฐเรื่องเงินเดือนออกมาเพื่อต้องการเอาใจลูกจ้าง การขึ้นค่าจ้างเป็น 500 บาท หรือ 600 บาท ตนมองว่าก็ส่งผลกระทบอยู่ดี เพราะคนที่จ่ายเงินเดือนคือนายจ้าง ไม่ใช่ภาครัฐ แต่ถ้านายจ้างได้รับผลกระทบจนอยู่ไม่ได้ ลูกจ้างก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน
“ปัจจุบันมีข้อถกเถียงกันมากเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ส่วนตัวมองว่าร้อยละ 90 ของลูกจ้างในบริษัทเองก็ได้รับค่าจ้างเกินค่าจ้างขั้นต่ำไปหมดแล้ว ทางสภาองค์การนายจ้างฯ มีเหตุผล และไม่เคยคัดค้านเรื่องการปรับค่าจ้างขั้นต่ำหรือเรื่องเงินเดือน แต่เห็นควรให้มีการประเมินความสามารถของลูกจ้างควบคู่กันไป” นายเอกสิทธิ์ กล่าว
นายเอกสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เราจึงต้องพัฒนาทรัพยากรบุคลากรให้มีศักยภาพและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจะต้องส่งเสริมการพัฒนาด้านเทคโนโลยี การทำงานร่วมกับระบบดิจิทัลและเครื่องจักรให้มากขึ้น เราต้องปรับตัวและพัฒนาฝีมือแรงงานให้เท่าทันกับยุคดิจิทัล โดยสภาองค์การนายจ้างฯ ได้มีบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนแนวทางยกระดับคุณภาพแรงงาน และเสริมสร้างความสมานฉันท์ระหว่างนายจ้าง, ลูกจ้าง และรัฐบาล การยกระดับมาตรฐานแรงงานของประเทศไปสู่ระดับมาตรฐานสากลในลักษณะของงานที่มีคุณค่า (Decent Work)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปธ.สภานายจ้างฯ ชี้นโยบายค่าแรง 400 รัฐเอาใจแรงงาน แต่ผลกระทบตกที่ลูกจ้าง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th