AOT เผยกำไรงวด Q2/68 ที่ 5,053 ลบ.ลดลง 13% ส่วนครึ่งปีแรกกำไรทะลุ 1 หมื่นลบ.
AOT เผยกำไรงวด Q2/68 ที่ 5,053 ลบ.ลดลง 13% ส่วนครึ่งปีแรกกำไรทะลุ 1 หมื่นลบ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 68 10:09 น.
AOT เผยงบ Q2/68 (สิ้นมี.ค.68) มีกำไรสุทธิ 5,053 ล้านบาท ลดลง 12.64% จากรายได้กลุ่มไม่เกี่ยวกับการบินลดลง ส่วนครึ่งปียังมีกำไรทะลุ 1 หมื่นลบ. แย้มกำลังศึกษาสร้างสนามบินภูเก็ต - เชียงใหม่แห่งที่ 2
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยผลการดำเนินงานตามปีงบประมาณ 68 พบว่า ไตรมาส 2/68 (ม.ค.-มี.ค.68) มีกำไรสุทธิ 5,053.27 ล้านบาท ลดลง 12.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,784.59 ล้านบาท
ขณะที่ครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 68 (ต.ค.67-มี.ค.68) พบว่า มีกำไรสุทธิ 10,397.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 10,347.62 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้จากการขายหรือการให้บริการลดลง 328.25 ล้านบาท หรือ 1.8% จากการลดลงของรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 1,351.74 ล้านบาท หรือ 13.69% ในขณะที่รายได้เกี่ยวกับการบินเพิ่มขึ้น 1,023.49 ล้านบาท หรือ 12.24% รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 314.82 ล้านบาท หรือ 187.21% ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 744.45 ล้านบาท หรือ 7.29% ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา ค่าใช้จ่ายอื่น และค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย
สำหรับผลการดำเนินงานในอนาคต บริษัทมีเป้าหมายผลักดันท่าอากาศยานในความรับผิดชอบให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเป็นผู้ดำเนินการและจัดการท่าอากาศยานที่มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวในปี 67-70 บริษัทมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการท่าอากาศยานที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเน้นการพัฒนาความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร การจัดการความปลอดภัย และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย
1.การพัฒนาท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของบริษัท จากการคาดการณ์ว่าตัวเลขผู้โดยสารที่ผ่านมาและแนวโน้มในอนาคตที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแผนโครงการพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ทั้งนี้เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น พร้อมดำเนินโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบิน เพื่อเพิ่มรายได้และอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร รวมถึงฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทย โดยปัจจุบันรายได้ของบริษัทยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปัจจัยด้านการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารและการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนลงทุนขยายท่าอากาศยานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ทั้งด้านผู้โดยสารและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ โดยมีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 คาดโครงการจะแล้วเสร็จปี 73 , โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นทั้งโครงการภายในปี 76 , โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 ทั้งก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิม โดยคาดว่าจะก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จทั้งโครงการภายในปี 76
นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 12.5 ล้านคน เป็น 18 ล้านบาท โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 72 , โครงการพัฒนาท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดหาที่ปรึกษาเพื่อทบทวนแผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยานให้สอดคล้องกับปริมาณการจราจรทางอากาศยานที่เปลี่ยนแปลงไป
ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ ประกอบด้วย ท่าอากาศยานภูเก็ต แห่งที่ 2 หรือ ท่าอากาศยานอันดามัน และโครงการท่าอากาศยานเชียงใหม่ แห่งที่ 2 หรือ ท่าอากาศยานล้านนา
2.การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการให้บริการ โดยได้นำเทคโนโลยี และนวัตกรรมเกี่ยวกับระบบบริการผู้โดยสารสมัยใหม่มาให้บริการผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการผู้โดยสาร โดยบริษัทได้มีการใช้ระบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่องอัตโนมัติ
ขณะเดียวกันไทยกำลังเดินหน้าสู่ Smart Tourism โดยสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้นักเดินทางจากทั่วโลกสามารถกรอกข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ หรือ ระบบ ตม.6 ออนไลน์ แทนการกรอกแบบฟอร์ม ตม.6 ในรูปแบบกระดาษ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลารอคิวตรวจคนเข้าเมืองลดความแออัดภายในท่าอากาศยาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเดินทาง และยกระดับประเทศสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลกอย่างแท้จริง
3.การบริหารจัดการทรัพยากรท่าอากาศยาน โดยบันทึกลงนามความร่วมมือ ระบบการจัดการข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท่าอากาศยาน A-CDM ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ร่วมกับ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้ให้บริการด้านการเดินอากาศ สายการบิน ผู้ประกอบการภาคพื้นและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการจราจรทางอากาศให้สอดคล้องกับแผนการเดินทางสากล
4.การเพิ่มรายได้จากกิจกรรมเชิงพาณิชย์ โดย บริษัทยังคงดำเนินการเพิ่มรายได้จากการขนส่งสินค้าทางอากาศยานอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการขยายอาคารคลังสินค้าและโครงการก่อสร้างคลังสินค้าใกล้อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ รวมถึงดึงดูดบริษัทขนส่งสินค้าทางอากาศชั้นนำของโลกเช้ามาร่วมลงทุนสร้างศูนย์กระขายสินค้าทางอากาศยานแห่งภูมิภาค ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นอกจากนั้น บริษัทมีแผนในการเพิ่มรายได้แหล่งใหม่ พร้อมเปิดโครงการใหม่ขยายการลงทุนและรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน
5.การพัฒนาสู่ความยั่งยืน โดยมุ่งดำเนินธุรกิจด้วยความสมดุลทุกมิติ ทั้งด้านการกำกับดูแล-เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม
ทั้งนี้ ทอท. ยังมีเป้าหมายผลักด้านท่าอากาศยานของไทยให้ติดอันดับ 1 ใน 50 สนามบินที่ดีที่สุดในโลก ภายใน 1 ปี และติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลกภายใน 5 ปี
เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ