โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“จีน” เผชิญแรงกดดันคู่ขนาน บัณฑิตไร้งาน – ส่งออกสะดุดจากศึกภาษี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 16.25 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 09.25 น.

"จีน" เผชิญแรงกดดันคู่ขนาน บัณฑิตไร้งาน ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว ความเปราะบางในภาคอสังหาริมทรัพย์ และข้อจำกัดด้านการจ้างงานในภาคเอกชน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.24 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่าในขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง และความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจจีน บัณฑิตจบใหม่ในประเทศต้องเผชิญกับตลาดแรงงานที่น่าวิตกอย่างหนัก

งานมหกรรมจัดหางานในเมืองทางภาคเหนือของจีนเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีผู้เข้าร่วมอย่างหนาแน่น โดยส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจบใหม่จากระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่หน้าตาเคร่งเครียด กำลังตั้งใจฟังข้อมูลจากนายจ้างตามบูธต่าง ๆ โดยงานนี้มีบริษัทเข้าร่วมราว 200 แห่งจากหลากหลายสาขา เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคาร และการผลิต พร้อมทั้งมีพื้นที่ให้คำปรึกษาการเขียนเรซูเม่ฟรี หลายคนมีพ่อแม่มาด้วย ซึ่งน่าจะเป็นเพราะความเป็นห่วงเรื่องอนาคตของลูกหลาน

งานมหกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการจ้างงานในจีนตอนนี้เป็นตลาดของนายจ้าง กล่าวคือ บริษัทมีตัวเลือกมาก ในขณะที่ผู้สมัครต้องแย่งชิงโอกาสกันอย่างหนัก

“ผมเพิ่งได้งานหลังสมัครไปกว่า 300 แห่ง” นายหู วัย 24 ปี ซึ่งเพิ่งจบปริญญาโทจากเจิ้งโจว กล่าว เขาเริ่มส่งใบสมัครตั้งแต่เดือนมกราคม และเพิ่งได้ข้อเสนอจากบริษัทก่อสร้างก่อนจบการศึกษาไม่นาน แม้ว่าหูจะเรียนมาทางด้านการสำรวจ แต่โอกาสในวงการอสังหาริมทรัพย์กลับน้อยลงหลังภาคอสังหาฯ ล่มมาตั้งแต่ 4 ปีก่อน เขายอมรับว่าหากยังไม่ได้งานก็จะทำงานชั่วคราวต่อไปเรื่อย ๆ

ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจจีนยังคงอยู่ โดยจีดีพีแท้จริงไตรมาสล่าสุดเติบโตเพียง 5.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร

ในอีกด้านหนึ่ง ระดับการศึกษาของประชาชนจีนยังคงเพิ่มขึ้น โดยในปี 2568 มีนักศึกษาจบใหม่จากมหาวิทยาลัยและบัณฑิตวิทยาลัยถึง 12.22 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 40% ในรอบ 5 ปี ส่วนหนึ่งเพราะมีการขยายหลักสูตรปริญญาโทให้รองรับนักศึกษาที่หางานไม่ได้ช่วงโควิด-19

อย่างไรก็ตามภาคเอกชนซึ่งเป็นผู้จ้างหลักกลับลดการจ้างงานลง สืบเนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และการควบคุมจากภาครัฐที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ทำให้บัณฑิตที่ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น ม.ชิงหัว หรือ ม.ปักกิ่ง เผชิญกับยุคน้ำแข็งแห่งการจ้างงาน

อัตราว่างงานของวัยรุ่นในเขตเมืองอายุ 16-24 ปี เพิ่มขึ้น 0.7 จุด มาอยู่ที่ 14.9% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งยังไม่นับรวมผู้ที่ยังศึกษาอยู่ แต่จะเริ่มถูกนับเมื่อจบแล้วหางานไม่ได้ นี่อาจทำให้อัตราว่างงานพุ่งขึ้นอีกในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเคยเกิดขึ้นในปี 2567 มาแล้ว

นอกจากนี้ความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ ยังซ้ำเติมสถานการณ์การจ้างงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการค้าและโลจิสติกส์อาจลดลงอย่างมาก ภาษีศุลกากรจากสหรัฐทำให้บริษัทที่ส่งออกไปอเมริกาต้องเร่งทำกำไรและบริหารต้นทุนอย่างหนัก

ในเดือนเมษายน จีนและสหรัฐต่างขึ้นภาษีสินค้าของอีกฝ่ายมากกว่า 100% ก่อนจะบรรลุข้อตกลงชั่วคราวในเดือนพฤษภาคม เพื่อลดภาษีเป็นเวลา 90 วัน ธุรกิจจึงเร่งจัดส่งสินค้าไปยังสหรัฐระหว่างที่ยังไม่เสียภาษีแพง

หลายบริษัทก็เริ่มหันหลังให้ตลาดสหรัฐและหันไปยังตลาดอื่นแทน ในโซนสินค้าคริสต์มาสของตลาดอี้อู มีสินค้าที่สกรีนคำว่า “Feliz Navidad” (ภาษาสเปน แปลว่า สุขสันต์วันคริสต์มาส) มากกว่า “Merry Christmas” อย่างเห็นได้ชัด ผู้ผลิตของประดับคนหนึ่งบอกว่า บริษัทเริ่มหันไปเน้นตลาดอเมริกาใต้มากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เพราะความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ

พนักงานร้านขายกระดาษห่อของขวัญก็เล่าว่า หลังสหรัฐขึ้นภาษีเมื่อเดือนเมษายน ทำให้ลูกค้าบางรายยกเลิกคำสั่งซื้อ จากเหตุการณ์นี้ บริษัทจึงหันไปขยายตลาดลูกค้านอกสหรัฐ เช่น ตะวันออกกลาง และเพิ่มสินค้าลวดลายอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ธีมคริสต์มาส

แม้ภาครัฐพยายามส่งเสริมการบริโภคในประเทศผ่านร้านค้าออนไลน์และซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ผู้ค้าขายส่งรายหนึ่งบอกว่า“ของคริสต์มาสขายในจีนไม่ได้หรอก” รัฐบาลของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ส่งเสริมวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนในช่วงหลัง ทำให้ความต้องการสินค้าเทศกาลตะวันตก เช่น คริสต์มาสลดลง

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...