โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พฤติกรรมทำฮอร์โมนพัง! เสี่ยงมะเร็ง ติดเตียง ไม่รู้ตัว?

WOODY WORLD

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 04.26 น.
หมอแชมป์ นภาพร - ตั๊ก มยุรา

Tuck Talk สัปดาห์นี้พบกับเรื่องพฤกติกรรม อ้วนง่าย นอนไม่หลับ ขี้ลืม ไม่ใช่เพราะแก่ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าฮอร์โมนพัง! เสี่ยงมะเร็ง นอนติดเตียง ไม่รู้ตัว เปิดพฤติกรรมเสี่ยงทำฮอโมนพัง กับ “หมอแชมป์ นภาพร” แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้าน Anti-aging แล้วจะรู้ว่าการดูแลฮอร์โมนสำคัญ ก่อนสายเกินแก้

ถ้าสมมติว่าเราอ้วนง่าย หรือเรานอนไม่หลับ ขี้หลงขี้ลืม มันสัมพันธ์กับฮอร์โมนจริงไหม ?

หมอแชมป์ : จริงมากค่ะ จากสถิติของงานวิจัยล่าสุดค้นพบว่า ผู้หญิงที่อายุ 50 บวกขึ้นไปจะมีความเสี่ยงในการเกิดสโตรก เส้นเลือดในสมองตีบ แตก ตัน หรือติดเตียง หรือกลุ่มคนที่เป็นมะเร็ง เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรค SLE ทั้งหมดนี้เกิดจากฮอร์โมน ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้คิดว่าเป็นแค่เรื่องอ้วน หรือนอนไม่หลับเฉย ๆ แล้วไปกินยานอนหลับหรือยาแก้แพ้แทน จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนอันดับแรกว่าฮอร์โมนกำลังพัง

คำว่าอ้วนง่าย พออายุมากขึ้นเป็นเรื่องปกติใช่ไหม?

หมอแชมป์ : เป็นความเข้าใจที่ผิดส่วนใหญ่เลยค่ะ ที่คิดว่าพออายุมากขึ้นแล้ว การกินอะไรก็ต้องอ้วน แค่ดมยังจะอ้วน แต่จริง ๆ แล้วร่างกายเรามีระบบฮอร์โมน ซึ่งฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน ฮอร์โมน DHEA และฮอร์โมนเกี่ยวกับพลังงาน ฮอร์โมนเหมือนเป็นกุญแจดอกสำคัญเลย คนที่อ้วนขึ้น อยู่น้ำหนักตัวขึ้นง่ายๆ ลงยาก อดอาหารแล้ว กินคลีนแล้วน้ำหนักไม่กระดิกเลย ให้สงสัยว่าคุณมีปัญหาฮอร์โมนหรือเปล่า เตาเผาข้างล่างคือฮอร์โมนของเรามันพังไปแล้ว

หมอแชมป์ นภาพร

ฮอร์โมนผู้หญิงจะเริ่มลดลงตอนอายุประมาณเท่าไหร่ ?

หมอแชมป์ : ผู้หญิงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนตั้งแต่อายุ 35 ปี มันจะค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆค่ะ ฮอร์โมนผู้หญิงเรียกว่าเอสโตรเจน ตัวนี้ตรวจในช่วงนั้นจะมีประมาณ 300-400 ซึ่งเยอะมาก ๆ ผ่านมาเรื่อยๆ อาจจะเป็นจากสายทำงานหนัก นอนน้อย กินของไม่ดี ก็จะฮอร์โมนตกเหลือ 200 แล้วเป็นสาเหตุให้หมดประจำเดือนไวขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าฮอร์โมนของคุณกำลังจะหายไป บางทีเราเข้าใจว่าพอแก่แล้ว ประจำเดือนหมด ฮอร์โมนหมดก็เป็นเรื่องปกติ แต่จริง ๆ แล้วฮอร์โมนไม่ใช่แค่เรื่องผิว หรือการมีลูก แต่เกี่ยวข้องกับเรื่องสมองด้วย ถ้าฮอร์โมนหมดเมื่อไหร่ เราจะนอนไม่หลับหรือเราจะอ้วนง่าย

ถ้าปล่อยให้ฮอร์โมนพังไม่ดูแล จะเกิดอะไรขึ้น ?

หมอแชมป์ : เป็นภัยเงียบที่เราคิดไม่ถึง มีอยู่ 4 โรคด้วยกัน คือ

1.ติดเตียง ก็คือสโตรก อัมพฤกษ์ อัมพาต ฮอร์โมนเอสโตรเจนของผู้หญิงมีผลทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น หากฮอร์โมนต่ำลง ไขมันสูง น้ำตาลสูง ร่างกายมีสารพิษ หรือนอนน้อย โอกาสที่เส้นเลือดจะแตก ตีบ หรือเกิดอาการปากเบี้ยวหน้าเบี้ยวก็จะสูงขึ้น พบได้บ่อยในคนไข้ที่ฮอร์โมนต่ำและคนที่คิดว่าตัวเองแก่แล้วไม่เป็นไร

2.ความเสี่ยงของเนื้องอก หรือมะเร็ง งานวิจัยระบุว่า เมื่อฮอร์โมนเพศหญิงต่ำกว่าวัยที่ควรจะเป็น แม้ในวัย 60-70 ปีก็ต้องมีฮอร์โมนอยู่ หากฮอร์โมนต่ำจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งกระเพาะอาหาร

3.โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคพุ่มพวง จะเริ่มมาด้วยอาการผิวแห้ง เริ่มมีผื่น ลมพิษเรื้อรัง บางคนผมเริ่มร่วง เริ่มปวดข้อ สิ่งเหล่านั้นทำให้บางทีคิดว่าเป็น Office syndrome แต่จริง ๆ แล้วเป็นอาการของโรคแพ้ภูมิตัวเอง ปัจจุบันมีผู้หญิงเป็นโรคนี้เยอะกว่าเมื่อก่อนมาก

4.กลุ่มอัลไซเมอร์ ความจำเสื่อม เมื่อหลับไม่ดี โกรทฮอร์โมนก็ไม่หลั่ง ทำให้เซลล์สมองเสื่อมเร็ว โรคอัลไซเมอร์ปัจจุบันพบได้ในคนอายุ 50-60 กว่าปี มีอาการหลงลืม นึกคำพูดไม่ออกหรือประมวลผลช้าลง

ตั๊ก มยุรา

กินยานอนหลับเพื่อแก้ปัญหาการนอนไม่หลับจะทำให้ฮอร์โมนแย่ลงไหม ?

หมอแชมป์ : แน่นอนค่ะ การกินยานอนหลับแค่ไปกดให้สมองหลับ แต่ร่างกายไม่ได้หลับลึกหากต้องการนอนหลับดีต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ เช่น ปรับสมดุลวิตามิน ฮอร์โมน หากแก้ที่ปลายทางโดยการกินยานอนหลับจะทำให้ติดยา และต้องเพิ่มปริมาณยาหรือเปลี่ยนยาที่แรงขึ้น ซึ่งจะทำให้เซลล์สมองเสื่อม ง่วง เพลีย ไม่กระปรี้กระเปร่า และมีอาการขี้หลงขี้ลืมตามมา

ฮอร์โมนมีปัญหาเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตไหม?

หมอแชมป์ : ใช่ค่ะ เรื่องอาหารคือสำคัญที่สุดเลย ซึ่งอาหารที่มีน้ำตาลสูงจะทำให้ฮอร์โมนเราพัง

หากกินน้ำตาลบ้างบางครั้งไม่ได้กินประจำ ทำให้ฮอร์โมนพังไหม ?

หมอแชมป์ : ไม่ใช่ว่าต้องห้ามกินน้ำตาลเลย แต่น้ำตาลคือยาพิษ น้ำตาลคือตัวทำให้ฮอร์โมนพัง ควรกำหนดวันที่จะกิน เช่น 7 วัน หยุด 1 วัน เป็นวัน cheat day หากน้ำตาลเยอะ ฮอร์โมนก็จะลดลง และความแก่ก็จะมาเยือน

น้ำตาลมีผลทำให้ฮอร์โมนพังมากน้อยแค่ไหน?

หมอแชมป์ : มากเลยค่ะ จากงานวิจัยน้ำตาลเป็นต้นกำเนิดที่ทำให้ระบบลำไส้ที่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมสารอาหารเกิดการดูดซึมไม่ดี ลำไส้เกิดการอักเสบมากขึ้น ทำให้สารอาหารที่ควรกินไม่ถูกดูดซึม หรือดูดซึมช้าลง น้ำตาลเข้าไปในร่างกายเมื่อไหร่ เซลล์ในร่างกายทั้งหมดจะอักเสบ ทั้งเซลล์สมอง เซลล์รังไข่ที่ผลิตฮอร์โมนเพศหญิงก็จะฝ่อไม่ผลิตฮอร์โมน เซลล์ผิวหนังก็เหี่ยวง่าย แม้แต่การทำหัตถการก็อาจอยู่ได้สั้นลง

ทำไมโปรตีนถึงสำคัญกับการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง และควรกินโปรตีนอย่างไร?

หมอแชมป์ : โปรตีนเป็นแหล่งสำคัญในการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง หากผู้หญิงมีโปรตีนเพียงพอก็จะไม่ค่อยป่วย ต้องคำนวณโปรตีนตามน้ำหนักตัวขั้นต่ำควรกินโปรตีนเท่ากับน้ำหนักตัวเป็น กรัม เช่น น้ำหนัก 50 กก. ควรกินโปรตีนขั้นต่ำ 50 กรัม/วัน สำหรับผู้หญิงวัย 50 บวก ควรกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ 50% และ Plant-based 50% วัยนี้ระบบย่อยและการดูดซึมเริ่มมีปัญหา เนื้อสัตว์ที่ย่อยง่ายที่สุดคือเนื้อปลา โดยแนะนำปลาขนาดเล็ก ตัวไม่เกิน 1-2 กก. เพื่อหลีกเลี่ยงสารพิษโลหะหนักมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งรวมถึงเนื้องอกต่าง ๆ Plant-based คือโปรตีนจากพืชจากถั่ว ธัญพืช สามารถกินในรูปสำเร็จรูปได้ แต่ควรเลือกที่เป็น Organic และมีมาตรฐานรับรอง

มีสารพิษอะไรบ้างที่ทำให้ฮอร์โมนพัง?

หมอแชมป์ : สารพิษมาจาก 2 ทางหลัก คือ 80% มาจากอาหาร กลุ่มประเภทซีฟู้ด ปลาไซส์ใหญ่ และ 20% มาจากพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ หรือสิ่งแวดล้อม

กินอาหารค้างคืนส่งผลอะไรต่อร่างกาย?

หมอแชมป์ : กลุ่มผู้หญิงวัย 50-60 บวก ที่เสียดายของและเก็บอาหารไว้หลายวัน แล้วนำมาอุ่นซ้ำจะก่อให้เกิดเชื้อราในอาหาร กินไปเรื่อย ๆ ทำให้เกิดการอักเสบของลำไส้ เป็นที่มาว่าทำไมคนไทยถึงมีอัตราการเสียชีวิตหรือการเป็นมะเร็งลำไส้ กระเพาะอาหารสูงขึ้น

นอกจากการอาหาร มีอะไรอีกบ้างที่ทำให้ฮอร์โมนพัง?

หมอแชมป์ : การนอนหลับ หลายคนเข้าใจผิดว่าออกกำลังกายเต็มที่แล้วจะกินอะไรก็ได้ นอนดึกแค่ไหนก็ได้ แต่จริง ๆ แล้วร่างกายจะแข็งแรงได้ คือนอนดี กินดี ออกกำลังกาย คนยุคใหม่มักออกกำลังกายผิดเวลา เช่น 22:00-23:00 ซึ่งผิดเวลาการออกกำลังกายตอนกลางคืนเป็นการไปปลุกให้ฮอร์โมนตื่น ร่างกายจะงง คนที่ออกกำลังกายกลางคืนหน้าจะแก่เร็ว

ควรออกกำลังกายและดูแลตัวเองตามช่วงเวลาอย่างไร?

หมอแชมป์ : ตื่นมาตอนเช้าควรกินโปรตีนก่อนเลย เพราะเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุด ช่วยบูสต์พลังงาน ทำให้สดชื่นทั้งวัน การออกกำลังกายทำได้ในตอนเช้า กลางวัน บ่าย แต่หลัง 19:00 น. ไม่ได้ เพราะฮอร์โมนที่สร้างขึ้นจะเริ่มลดลงไปเรื่อย ๆ นอนดึกออกกำลังกายตอนกลางคืนจะทำให้เป็นโรคนอนไม่หลับมากขึ้น

ควรกินอาหารเช้าไหม เพราะมีบางกระแสแนะนำให้ทำ IF หรือไม่กินอาหารเช้า ?

หมอแชมป์ : อาหารเช้าสำคัญมาก ตื่นมาต้องใช้พลังงานในการคิด ทำงาน การได้โปรตีนในตอนเช้าจะช่วยบูสต์การทำงานของร่างกาย เซลล์ และฮอร์โมน ทำให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า กระบวนการเผาผลาญจะเกิดขึ้น ไขมันก็จะลดลงเร็ว หากไม่กินโปรตีนในมื้อเช้า พลังงานจะไม่พอ ออกกำลังกายไม่ฟิต ไขมันก็ลงช้า การกินโปรตีนไม่ถึง ต่อให้ออกกำลังกายหนักแค่ไหน ไขมันก็ไม่ลง

พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อฮอร์โมนพัง?

หมอแชมป์ : การนอนหลับ การดูสื่อโซเชียลจนนอนดึก การฟังเพลงก่อนนอนเปิดโทรทัศน์เปิดไฟเป็นเพื่อน ร่างกายเรามีสิ่งที่เรียกว่า นาฬิกาชีวิต เขาจะรู้ว่ากลางคืนแล้ว โกรทฮอร์โมนจะสร้างเฉพาะตอน 22:00 น. ถึง 2:00 น. เท่านั้น หากนอนผิดเวลา หรือนอนหลังเที่ยงคืน โกรทฮอร์โมนก็จะหายไปเรื่อย ๆ ทำแบบนี้เรื่อย ๆ จะทำให้สมองอ๊อง คิดช้า หลงลืมง่าย

สัญญาณที่บอกว่าฮอร์โมนกำลังรวนมีอะไรบ้าง นอกจากการตรวจเลือด?

หมอแชมป์ : การนอน นอนหลับยากหลับไม่สนิท ระบบเผาผลาญของร่างกายมีปัญหา ออกกำลังกายและคุมอาหารแล้ว แต่น้ำหนักขึ้นง่ายลงยาก หรือน้ำหนักไม่ลด หงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียว หรือเหงา เศร้า ผิวแห้งง่าย แต่งหน้าแล้วตกร่อง หรือการทำหัตถการไม่ค่อยได้ผล การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว

วิธีแก้ปัญหาฮอร์โมนตก?

หมอแชมป์ : สังเกตตัวเองว่ามีอาการเข้าข่ายฮอร์โมนตกหรือไม่ ค้นหาต้นเหตุที่ทำให้ฮอร์โมนพัง เช่น กินน้ำตาลเยอะ นอนดึก หรือมีสารพิษสูง หากมีต้นเหตุแล้ว ให้ปรับแก้ที่ต้นเหตุนั้น เช่น ลดน้ำตาล ลดอาหารที่มีสารพิษสูง ล้างสารพิษ ปรับการนอน เพิ่มอาหารที่มีโปรตีนสูง โปรตีนสำคัญมากในการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง แต่ต้องกินให้ถูกด้วย

สามารถติดตาม "Tuck Talk" ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot วันพฤหัสบดี (สัปดาห์เว้นสัปดาห์) เวลา 18.00 น.

คลิกชมรายการย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=KDTS5DqpeAw&ab_channel=LIFEDOT

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...