โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ฆ่าเผานั่งยาง 4 ศพกลางสวนปาล์มตรัง ก่อนชิงรถหนี คาดปมขัดแย้งผลประโยชน์ – ตร.ระดมล่าคนร้าย

77kaoded

อัพเดต 11 พ.ค. 2568 เวลา 17.05 น. • เผยแพร่ 11 พ.ค. 2568 เวลา 07.35 น. • 77Kaoded

ตร.ตรังปูพรมล่า นั่งยางโหด 4 ศพ คนงานกลางสวนปาล์ม ก่อนชิงรถหนีลอยนวล เผยพฤติกรรมสุดโหด ยิง 3ศพแล้วเผา ผงะพบอีก 1 ศพ เผาฝังนานร่วมเดือน คาดปมขัดแย้งผลประโยชน์ เหตุเป็นพื้นที่เสี่ยงโจรขโมยปาล์มอาละวาด

เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 11 พ.ค.2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิเกา อ.สิเกา จ.ตรัง รับแจ้งเหตุฆ่าเผานั่งยางภายในสวนปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง จึงรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสวนปาล์มน้ำมันเปลี่ยวและเดินทางด้วยความยากลำบาก หากลึกไปจากถนนตรัง-สิเกา ไปตามถนนลูกรังกว่า 5 กม. สภาพเป็นสวนปาล์มรกทึบ พบควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาจากร่องสวนปาล์มความลึกประมาณ 2 เมตร และต้องผงะเมื่อพบกับเศษยางรถยนต์นับ 10เส้น ไหม้ดำเป็นตอตะโกเหลือเพียงเส้นลวดภายในยาง และพบชื้นส่วนคล้ายเศษเนื้อและอวัยวะมนุษย์ปะปนอยู่แล้วไหม้ดำไปแล้วเกือบทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัยได้ เข้าเก็บชิ้นส่วน พบร่างมนุษย์ในกองเถ้าถ่านจำนวน 3 ร่าง จึงนำส่งชันสูตรเพื่อหาร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวเป็นเหตุสะเทือนขวัญ ทำให้ตลอดทั้งวันของวันนี้(11พ.ค.) ตั้งแต่ช่วงเช้า ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นำโดยพล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เร่งลงพื้นที่พร้อมหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สิเกา ฝ่ายสืบสวน รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองนำโดยนายมานิตย์ ท่าจีน นายอำเภอสิเกา ร่วมตรวจพื้นที่คลี่คลายคดี และเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมดอย่างละเอียด โดยในที่เกิดเหตุเป็นร่องสวนปาล์มติดกับขนำร้างคอนกรีตมุงกระเบื้อง ซึ่งเจ้าของสวนสร้างเอาไว้ให้คนงานหลบแดดฝนแต่ไม่มีผู้พักอาศัย เจ้าหน้าที่พบร่องรอยที่เป็นเบาะแสจำนวนมาก อาทิ กองเลือด ปลอกกกระสุน แกลลอนน้ำมันจึงเก็บรวบรวมไว้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ทุกคนถึงกับผงะ หลังตรวจพื้นที่โดยรอบ ห่างไปราว 500 เมตร พบอีก 1 ศพ มีร่องรอยถูกเผาทิ้งโดยมีการฝังกลบเอาไว้เช่นกัน แต่สภาพศพเหลือแต่โครงกระดูก และคาดว่าเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า 1 เดือนแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด

สอบถามเจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า กรณีเผานั่งยาง 3 ศพแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนหาเบาะแส จนทราบว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ศพที่ถูกเผานั่งยาง เป็นคนงานดูแลสวน เพราะมีอัตลักษณ์บางส่วนในชิ้นส่วนศพ อาทิ ท่อนเหล็กดามขาคนงานรายหนึ่ง โดยมีนายสุรเชษฐ์(สงวนนามสกุล) ชาวต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เป็นหัวหน้าคนงานรับผิดชอบดูแลสวนปาล์มดังกล่าวแทนเจ้าของเนื้อที่กว่า 170 ไร่

นายเรืองศักดิ์(สงวนนามสกุล) บุตรชายนายสุรเชษฐ์ 1 ในผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า บิดาเป็นหัวหน้าคนงานดูแลสวนปาล์มดังกล่าว ซึ่งตามปกติหากเข้ามาดูแลตรวจตราสวนปาล์ม ไม่เกิน 6 โมงเย็นต้องกลับถึงบ้านทุกวัน แต่วันเกิดเหตุ ติดต่อผู้ตายไม่ได้ โทรหาก็ไม่ติด กระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. จึงระดมกันออกตามหา กระทั่งช่วงดึกได้เข้ามาตรวจสอบภายในสวนปาล์มที่เกิดเหตุก็พบร่องรอยการเผานั่งยางดังกล่าว จึงได้แจ้งตำรวจเข้ามาตรวจสอบ

รายงานข่าวจากพื้นที่แจ้งว่า ที่ผ่านมาเกิดกรณีปัญหาโจรเข้ามาลักขโมยผลปาล์มในพื้นที่บ่อยครั้ง แม้ทั้งฝ่ายตำรวจและปกครองในพื้นที่จะเข้มงวดตรวจตรา แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่กว้างที่มีการปลูกปาล์มจำนวนมาก โดยเฉพาะสวนปาล์มของนายทุนและบริษัทใหญ่ซึ่งกินพื้นที่หลายร้อยไร่ โดยเฉพาะสวนปาล์มที่เกิดเหตุก็เกิดปัญหาโจรเข้ามาลักขโมยปาล์มเช่นกัน ทำให้เจ้าของต้องจัดคนงานมาเฝ้าดูแล เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากความขัดแย้งเกี่ยวกับผลปาล์มน้ำมัน และการลักขโมยผลผลิต เนื่องจากสภาพภายในสวนปาล์มมีร่องรอยการตัดผลผลิต ข้าวของเครื่องใช้ อาทิ จาน ชาม ช้อน ที่ไม่ใช่ของคนงาน ส่วนผู้ก่อเหตุเผานั่งยางทั้ง 3 ศพ คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 4 คน โดยหลังก่อเหตุได้ชิงรถกระบะของผู้เสียชีวิตหลบหนีไปด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมระดมเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนลงพื้นที่เกาะรอยคนร้ายทันที เพื่อตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...