โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์เคาะคุมสินค้าส่งออก-ส่งกลับ ที่ใช้สองทาง ต้องขออนุญาต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 พ.ค. 2567 เวลา 05.31 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2567 เวลา 04.17 น.

กรมการค้าต่างประเทศ เผยคณะกรรมการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง มีมติเห็นชอบการใช้มาตรการอนุญาต (Licensing) สำหรับการส่งออกและส่งกลับสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use Items : DUI) กลุ่มวัสดุ อุปกรณ์นิวเคลียร์ เพื่อให้ไทยมีมาตรฐานการควบคุมเทียบเท่าสากลมากยิ่งขึ้น ช่วยสร้างความมั่นใจนักลงทุน

วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ครั้งที่ 1/2567 เพื่อพิจารณายกระดับมาตรการควบคุมสินค้า DUI ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางพาณิชย์และทางทหาร เช่น เชื้อไวรัสบางชนิดที่นำมาใช้ผลิตวัคซีนทางการแพทย์ สามารถนำไปดัดแปลงเป็นอาวุธชีวภาพได้ เป็นต้น

โดยปัจจุบัน ไทยมีพระราชบัญญัติการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2562 ซึ่งให้อำนาจในการพิจารณากำหนดมาตรการควบคุม DUI อยู่แล้ว แต่ยังไม่มีมาตรการ Licensing ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงที่เพิ่มขึ้นทำให้สินค้าถูกพัฒนาเป็น DUI ได้ และอาจถูกใช้ในการก่อการร้ายหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของโลก ไทยจึงมีความจำเป็นที่ต้องยกระดับมาตรการให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล

ทั้งนี้ คณะกรรมการมีมติเห็นชอบให้สินค้า DUI เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาต โดยในเบื้องต้นจะควบคุมการส่งออกและการส่งกลับสินค้า DUI ในกลุ่มวัสดุ เครื่องจักรกลหนัก และอุปกรณ์นิวเคลียร์ ก่อนที่จะขยายขอบเขตควบคุมสินค้าอื่น ๆ ต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบให้กรมศุลกากร (กศก.) และ คต. ร่วมกันกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรและรหัสสถิติสำหรับสินค้า DUI เพื่อให้ คต.สามารถเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์กับระบบ National Single Window (NSW) ของ กศก.ได้ โดยประธานได้เน้นย้ำว่ากระบวนการออกใบอนุญาตสินค้า DUI ของ คต. จะต้องกำหนดกรอบระยะเวลาการพิจารณาที่ชัดเจนและรวดเร็ว เพื่อไม่สร้างภาระแก่ผู้ประกอบการจนเกินความจำเป็น

นายรณรงค์กล่าวอีกว่า การมีมาตรการ Licensing ไม่เพียงแต่จะเป็นการแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่าไทยปฏิบัติตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSCR ที่ 1540) เท่านั้น แต่ยังผลักดันให้ไทยเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าในเวทีโลกในระยะยาว เพราะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าสำคัญว่าไทยจะไม่ใช่แหล่งเผยแพร่สินค้า DUI เพื่อนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก

รวมถึงจะช่วยดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศมาลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างโอกาสให้กลุ่ม SMEs เข้ามาอยู่ในห่วงโซ่การผลิตสินค้าที่มีเทคโนโลยีระดับสูงอีกด้วย

สำหรับขั้นตอนต่อไป กระทรวงพาณิชย์โดย คต. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และ กศก. เพื่อนำแนวทางการกำหนดมาตรการอนุญาตดังกล่าวไปจัดทำอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง พร้อมพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์รองรับการขออนุญาต โดยพิจารณาบนพื้นฐานของความสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกทางการค้า และการร่วมปกป้องความมั่นคงระหว่างประเทศเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ คต. (www.dft.go.th)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พาณิชย์เคาะคุมสินค้าส่งออก-ส่งกลับ ที่ใช้สองทาง ต้องขออนุญาต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...