‘มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์’ ทั้งชีวิตอุทิศให้ ‘สิทธิพลเมือง’
The Bangkok Insight
อัพเดต 14 ก.ค. 2567 เวลา 19.42 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2567 เวลา 01.08 น. • The Bangkok Insightในคำปราศรัย "I Have a Dream" หรือ "ข้าพเจ้ามีความฝัน" อันโด่งดัง "มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์" เรียกร้องให้คนทุกเชื้อชาติในสหรัฐ ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน แต่แม้จะผ่านมาหลายทศวรรษแล้ว ก็ยังมีสัญญาณมากมายที่สะท้อนว่า "ความฝัน" ของคิงยังไม่กลายเป็นจริง
มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ เป็นศาสนาจารย์ของโบสถ์คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ ตามรอยปู่ และพ่อของเขา เขาพูดถึงความฝันว่า วันหนึ่งลูก ๆ เขาจะได้ใช้ชีวิตในประเทศที่ผู้คนไม่ได้ถูกตัดสินเพราะสีผิว ฝันว่าวันหนึ่งความอยุติธรรม และการเหยียดเชื้อชาติจะหมดไป
ในยุคที่คิงกำลังเติบโต มีการแบ่งแยกเชื้อชาติระหว่างคนผิวขาว และผิวดำ ตามกฎหมายที่รู้จักทั่วไปว่ากฎหมายจิมโครว์ คนผิวดำถูกแบ่งแยกออกจากคนผิวขาว ทั้งในสถานที่สาธารณะ และการให้บริการทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการห้ามเข้าโบสถ์ โรงพยาบาล โรงละคร โรงเรียน ห้องน้ำ แม้กระทั่งในรถเมล์ คนผิวดำก็ถูกไล่ให้ไปนั่งคนละโซนกับคนผิวขาว
กฎหมายในสมัยนั้นกำหนดความเป็นไปของชีวิตคนผิวดำ ทำให้พวกเขาได้รับค่าจ้างน้อยกว่า ที่อยู่อาศัยมีสภาพแย่กว่า และคุณภาพการศึกษาก็ไม่ดีเท่าของคนผิวขาว ที่สำคัญคือพวกเขาถูกกีดกันไม่ให้มีสิทธิเลือกตั้ง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องยากมาก ที่คนผิวดำจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เหยียดเชื้อชาติอย่างรุนแรงแบบนี้
แต่หลายทศวรรษผ่านไป ใครที่คิดว่าความฝันของคิงเป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว ก็อาจจะต้องมานั่งพิจารณาใหม่ สมาชิกครอบครัวของคิงเองก็บอกว่า หลายเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน เป็นเครื่องเตือนใจว่าความฝันของชายผู้ล่วงลับยังไม่เป็นจริง
ในรัฐต่าง ๆ ที่เคยมีกฎหมายแบ่งแยกสีผิวคน มีการออกกฎหมายที่เสนอโดยฝ่ายรีพับลิกัน ที่นักเคลื่อนไหวบางคนบอกว่าเป็นการตัดสิทธิเลือกตั้งของชนกลุ่มน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนผิวดำ กฎหมายเหล่านี้รวมถึงการตรวจสอบบัตรประจำตัวอย่างเคร่งครัด และห้ามให้อาหาร หรือน้ำคนที่ต่อคิวรอเลือกตั้งหลายชั่วโมง
เหตุการณ์ในปี 2498 ที่หญิงผิวสีโรซา พาร์คส์ ถูกจับเนื่องจากปฏิเสธที่จะสละที่นั่งบนรถเมล์เมืองมอนต์กอเมอรี ให้กับชายผิวขาว เป็นสิ่งที่ทำให้การเรียกร้องสิทธิพลเมืองที่คุกรุ่นอยู่แล้วเกิดร้อนระอุขึ้นมา
ประสบการณ์ ความทุ่มเท และการเป็นที่รู้จักในชุมชนของคิง ทำให้เขามีคุณสมบัติเหมาะสมจะเป็นผู้นำในการคว่ำบาตรรถขนส่งมวลชนของเมืองซึ่งยาวนานถึง 381 วัน ในวันที่ 20 ธันวาคม 1956 ศาลฎีกาได้ตัดสินว่าการแบ่งแยกที่นั่งตามสีผิวบนรถเมล์เป็นเรื่องที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองของคนผิวสี และเป็นเครื่องยืนยันว่าการประท้วงแบบไร้ความรุนแรงของคิงได้ผล
การเดินขบวนที่ชื่อ"March on Washington" เพื่อเรียกร้องให้คนมีงานและเสรีภาพ เป็นเหตุการณ์สำคัญของขบวนการเรียกร้องสิทธิพลเมืองในสหรัฐ คำปราศรัย "ข้าพเจ้ามีความฝัน" ที่อนุสรณ์สถานลินคอล์น ในกรุงวอชิงตัน ต่อหน้ามวลชนกว่า 250,000 คน ทั้งผิวขาว และผิวสี เมื่อปี 2506 ไม่ได้กลายเป็นแค่หนึ่งในคำปราศรัยที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังปูทางไปสู่การผ่านรัฐบัญญัติสิทธิพลเมือง ในปี 2507 ที่กำหนดให้การเลือกปฏิบัติจากสีผิว เชื้อชาติ ศาสนา เพศ หรือชนชาติกำเนิด เป็นสิ่งผิดกฎหมาย
ข้าพเจ้ามีความฝันว่า วันหนึ่งประเทศนี้จะลุกขึ้นยืนหยัด และจรรโลงความหมายที่แท้จริงของบทบัญญัติแห่งความเท่าเทียมกันของมนุษย์
คิงเป็นตัวแทนการเรียกร้องสิทธิพลเมืองที่รู้จักไปทั้งประเทศ กลายมาเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิดมากในสหรัฐ จนกระทั่งนิตยสารไทมส์ ยกย่องให้เขาเป็น "บุรุษแห่งปี" ในปี 2506 และในปี 2507 เขากลายเป็นชายอายุน้อยที่สุดที่ได้รับ "รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ"
สำหรับชายที่ต้องการต่อสู้อย่างไร้ความรุนแรง ชีวิตส่วนใหญ่ของเขากลับตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงอย่างไม่ว่างเว้น แต่กระนั้น การคุกคามไม่เคยหยุดเขาได้
เขาเคยถูกคุมขังมากถึง 29 ครั้ง เคยถูกแทงที่หน้าอก บ้านเคยถูกวางระเบิด ทั้งเขาและครอบครัวก็โดนทำร้ายนับครั้งไม่ถ้วน กระทั่งเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2511 เขาถูกชายผิวขาวยิงด้วยปืนไรเฟิล ขณะยืนอยู่หน้าห้องพักโรงแรมที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี มือปืนที่ชื่อเจมส์ เอิร์ล เรย์ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และเสียชีวิตเมื่อปี 2541
อย่างไรก็ดี เรย์ยืนยันว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และครอบครัวของคิงก็เชื่อแบบนั้นเช่นกัน โดย คอเร็ตตา คิง ภรรยาของคิง เคยบอกว่า เธอเชื่อว่า สามีเธอถูกสังหารโดยการสมรู้ร่วมคิดของคนชั้นสูง
ในปี 2526 ประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน ได้ลงนามในประกาศทางการที่กำหนดให้ทุกวันจันทร์ที่ 3 ของเดือนมกราคมเป็นวัน มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ เพื่อเฉลิมฉลองให้ชายผู้นี้ และทุกสิ่งที่เขายืนหยัดต่อสู้มา
ที่มา: วิกิพีเดีย, บีบีซี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'แม่ชีเทเรซา' นักบุญของผู้ยากไร้ บุคคลน่าชื่นชมที่สุดแห่งศตวรรษ 20
- โผล่อีกราย ผลักคนแก่ล้มในสหรัฐ #AsiansAreHuman พุ่งเทรนด์ทวิตเตอร์โลก
- 'วอชิงตัน เรดสกินส์' เดินหน้าเปลี่ยนชื่อ ขานรับกระแสวิจารณ์เหยียดผิว
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg