โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“พระมหามัยมุนี” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า เหตุใดถึงเป็น “พระพุทธรูปมีชีวิต”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 07 ม.ค. เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. เวลา 10.16 น.
พระมหามัยมุนี (ภาพ : Wagaung at English Wikipedia, CC BY-SA 3.0 https://creativecommons.org/licenses/by-sa/3.0, via Wikimedia Commons)

พระมหามัยมุนี พระพุทธรูปพม่า เหตุใดถึงเป็นพระพุทธรูปมีชีวิต

พระมหามัยมุนี เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของพม่า ประดิษฐาน ณ วัดมหามัยมุนี ตั้งอยู่ชานเมืองด้านทิศใต้ของเมืองมัณฑเล ชาวพม่าและนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างคุ้นตากันดีกับภาพพระมหามัยมุนีที่ถูกปิดทองทั้งองค์ด้วยพลังศรัทธา ยกเว้นพระพักตร์ ที่จะมีพิธีสรงพระพักตร์ทุกเช้า เล่าสืบกันมาว่า พระมหามัยมุนี เป็น “พระพุทธรูปมีชีวิต” เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น?

สุระ พิริยะสงวนพงศ์ เล่าถึง “พระมหามัยมุนี” ไว้ในหนังสือ “พระมหามัยมุนีและเจดีย์สำคัญในพม่า” ว่า นาม “มหามุนี” แปลว่า ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่

ตามตำนานเล่าว่า พระมหามัยมุนีสร้างขึ้นใน พ.ศ. 689 ในรัชสมัยพระเจ้าจันทสุริยะ ณ กรุงธัญญวดี เมืองหลวงของอาณาจักรยะไข่ แต่จากการตรวจสอบของนักโบราณคดีพบว่า พระมหามัยมุนีอาจสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 10-11 หรือราว 1,500 ปีก่อน

ลักษณะของพระมหามัยมุนีเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องต้นอย่างพระจักรพรรดิราช หรือที่เรียกกันว่า “พระพุทธรูปทรงเครื่อง” ประดับประดาด้วยสิ่งของมีค่านานาชนิด ประทับนั่งปางมารวิชัย เฉพาะพระพักตร์หล่อด้วยสำริดมีความเงาวาวเป็นพิเศษ แตกต่างไปจากพระวรกายส่วนอื่นๆ ซึ่งสภาพปัจจุบันผ่านการซ่อมแซมด้วยการก่ออิฐและพอกปูนทับ เพราะได้รับความเสียหายครั้งสำคัญคราวอัญเชิญมาจากยะไข่

พระมหามัยมุนีมีพระวรกายหนา เพราะพุทธศาสนิกชนที่มีศรัทธาอย่างแรงกล้า ต่างหลั่งไหลจากทั่วทุกสารทิศมาปิดทองคำเปลวที่พระวรกาย

พระพุทธรูปองค์นี้อยู่คู่บ้านคู่เมืองยะไข่มาจนกระทั่งรัชสมัยพระเจ้าปดุง ที่ทรงส่งกองทัพไปยึดยะไข่ใน พ.ศ. 2327 แล้วโปรดให้อัญเชิญพระมหามัยมุนีจากยะไข่ไปประดิษฐาน ณ เมืองอมรปุระ ใน พ.ศ. 2328

คราวนั้น มีการแยกองค์พระออกเป็น 3 ส่วน แล้วนำขึ้นพาหนะลากจูงที่รองรับด้วยท่อนซุง ชักลากข้ามภูเขาลูกแล้วลูกเล่าของเทือกเขาอาระกันโยมา โดยใช้ทหารกว่า 5,000 นาย และแรงงานชาวยะไข่ที่ถูกเกณฑ์มา

เมื่อต้องเดินทางต่อทางน้ำ ก็ได้อัญเชิญพระมหามัยมุนีลงเรือการะเวก ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งของกษัตริย์พม่า ล่องมาจนถึงราชธานีอมรปุระ รวมระยะเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายกว่า 4 เดือน

พระมหามัยมุนีมีความสำคัญในฐานะเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานของพม่า หรือสถานที่ 5 แห่งของพม่า ที่ได้รับการยกย่องไว้สูงสุด ประกอบด้วย พระมหามัยมุนี เมืองมัณฑเล, เจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง, เจดีย์ชเวมอดอ หรือ “พระธาตุมุเตา” (เมืองหงสาวดี), เจดีย์ชเวซีคง (เมืองพุกาม) และ เจดีย์ชเวสันดอ (เมืองแปร) ที่บางครั้งก็นับเอา เจดีย์ไจก์ถิโย หรือ “พระธาตุอินทร์แขวน” เข้าไว้แทน

เหตุผลที่ทำให้พระมหามัยมุนีเป็นพระพุทธรูปสำคัญและได้รับการเคารพบูชาสูงสุด สุระเล่าในหนังสือว่า น่าจะมาจากแนวคิดที่เชื่อว่า พระมหามัยมุนีคือ “พระพุทธรูปมีชีวิต” ภาษาพม่าเรียกว่า “โยะฉิ่นด่อ” แปลว่า พระพุทธรูปที่มีชีวิต

ความเชื่อที่ว่า พระมหามัยมุนีคือพระพุทธรูปที่มีชีวิต ต้องย้อนไปถึงตำนานการสร้างที่ระบุว่า พระพุทธเจ้าโปรดให้สร้างพระพุทธรูปขึ้นเป็นตัวแทนของพระองค์ แล้วได้ประทาน “ลมหายใจ” ให้พระพุทธรูปองค์นี้ ทำให้กลายเป็นเสมือนรูปแทนพระพุทธเจ้าที่บริสุทธิ์ สามารถเชื่อมโยงกับพระพุทธเจ้าได้อย่างใกล้ชิดแนบแน่น อีกทั้งยังมีลมหายใจของพระพุทธเจ้าสถิตอยู่

เหตุนี้ พระมหามัยมุนีจึงได้รับการยกย่องให้เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องเคารพบูชาสูงสุดของพม่า และคติ “พระพุทธรูปมีชีวิต” ก็นำสู่พิธีสรงพระพักตร์ถวายพระมหามัยมุนีทุกเช้า เสมือนพระพุทธรูปองค์นี้ตื่นบรรทมนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุระ พิริยะสงวนพงศ์. พระมหามัยมุนีและเจดีย์สำคัญในพม่า. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, 2557

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 พฤษภาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระมหามัยมุนี” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แห่งพม่า เหตุใดถึงเป็น “พระพุทธรูปมีชีวิต”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...