โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปภาพรวมผลตอบแทน กองทุนรวมตราสารหนี้โลก ปี 66

Wealth Me Up

เผยแพร่ 26 ม.ค. 2567 เวลา 10.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Youtube| Facebook | TikTok | Instagram | Line

เมื่อย้อนกลับไปดูภาพการลงทุนปี2566 มีทั้ง“รอยยิ้ม” และ“น้ำตา” เนื่องจากมีปัจจัยและสถานการณ์หลากหลายเข้ามาจนส่งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบต่อการลงทุน โดยเฉพาะนโยบายการเงินที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน

ข้อมูลจาก บลจ.บัวหลวง อธิบายว่าตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ ในช่วงปี2564–2565 โดยในช่วง เดือนธันวาคมปี2564 ตลาดคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี2565 จะอยู่ที่0.75% กลับกลายเป็นว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา(เฟด) ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม–ธันวาคมปี2565 ทั้งสิ้น7 ครั้ง ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายยืนอยู่ที่4.5%

เหตุการณ์นี้มีความคล้ายกับปี2566 ที่ตลาดมองว่าสหรัฐอเมริกาจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้เฟดจะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง แต่กลายเป็นว่ายังขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปจนกระทั่งอัตราดอกเบี้ยนโยบายปัจจุบัน ขยับมาที่5.5% เป็นการขยับขึ้นต่ออีก4 ครั้งในปีที่ผ่านมา

สำหรับสินทรัพย์ลงทุนที่ถือว่าโดดเด่นตลอดปี2566 คือ กองทุนรวมตราสารหนี้ เนื่องจากภาวะตลาดการลงทุนที่ผันผวน ทำให้ตราสารหนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เพราะนักลงทุนจะประเมินล่วงหน้าก่อนตัดสินใจลงทุน เช่น หากคาดว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ราคาตราสารหนี้มักจะปรับสูงขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นโดยรวมจะปรับลดลง โดยที่ผ่านมานักลงทุนเทขายหุ้นก่อนที่จะเกิดสถานการณ์เลวร้าย เช่น วิกฤตซับไพรม์ หรือช่วงการแพร่ระบาดของCOVID-19 ราคาตราสารหนี้จึงปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นผันผวนและปรับลดลง

ที่สำคัญนักลงทุนยังประเมินว่าเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเชื่อว่าตลาดหุ้นจะปรับลดลง ทางเลือกที่น่าสนใจท่ามกลางความไม่แน่นอน คือ เน้นการลงทุนแบบระมัดระวัง หนึ่งในนั้น คือ การลงทุนกองทุนตราสารหนี้

มาดูกันว่าภาพรวมผลตอบแทนกองทุนรวมตราสารหนี้ ปี66 เป็นอย่างไรกันบ้าง…

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...