โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจอคนแบบนี้ต้องทำยังไง? รับมือ 3 ประเภทคน “Toxic” สร้างมลพิษในที่ทำงาน

Mission To The Moon

เผยแพร่ 06 เม.ย. 2567 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

“คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” หนึ่งในสุภาษิตที่คนทำงานเข้าใจความรู้สึกอย่างถ่องแท้ เพราะเมื่อก้าวสู่โลกการทำงานที่แท้จริงก็พบว่า ‘สังคม’ หรือ ‘บรรยากาศการทำงาน’ เป็นหนึ่งในตัวแปรหลักที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการทำงานโดยตรง
.
จากแบบสำรวจของ iHire เมื่อปลายปี 2023 ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า “บรรยากาศเป็นพิษในที่ทำงาน” เป็นเหตุผลอันดับหนึ่งของการลาออกที่กินสัดส่วนไปถึง 35.7% และ “ไม่พึงพอใจหัวหน้า” เป็นอันดับที่ 2 มีสัดส่วนกว่า 28.9% เรียกได้ว่า “คน” เป็นเกณฑ์ตัดสินใจหลักว่าจะลาออกจากบริษัทแห่งนั้นหรือไม่
.
ลำพังแค่งานประจำวัน งานด่วน งานเร่ง ไปจนถึงการจัดการเรื่องต่างๆ ในชีวิตส่วนตัวก็ปวดหัวมากพออยู่แล้ว ทว่า “คนเป็นพิษ” ไม่ว่าจะเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าก็เปรียบเสมือนกับสายฟ้าในพายุกลางทะเลที่ทำให้ทุกอย่างยากขึ้นเป็นเท่าตัว
.
เพราะทุกคนย่อมอยากทำงานให้ออกมา ‘ดีที่สุด’ เสมอ ทว่า “คนอื่น” เป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก หลายต่อหลายครั้งที่คนเป็นพิษมักจะนำไปสู่ ‘ข้อจำกัด’ มากมายที่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ และอีกหลายครั้งที่ความเป็นพิษจากคนกลุ่มหนึ่งแผ่ขยายกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งผลต่อการทำงานภาพรวมทั้งหมด
.
ถึงอย่างนั้นความสัมพันธ์ในที่ทำงานก็ยังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าธรรมชาติงานจะเป็นงานเดี่ยวหรืองานทีมก็ตาม การทำงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสามารถในสายงานนั้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงทักษะการรับมือกับคนหลากหลายแบบอีกด้วย
.
อาจจะกล่าวได้ว่าคนทำงานเก่งคือคนที่รู้ว่าจะต้อง “ใช้พิษให้ยา” อย่างไร หรือก็คือจะรับมือกับคนเหล่านี้อย่างไรให้สร้างประโยชน์กับเป้าหมายตนเอง วันนี้ Mission To The Moon เลยอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ 3 ประเภทคนท็อกซิกจาก Harvard Business Review และ The Muse พร้อมติดอาวุธวิธีผันพิษเป็นยาไปพร้อมกัน
.
.
3 ประเภทคน Toxic ในที่ทำงาน พร้อมวิธีรับมือแบบมืออาชีพ
.
1. ก้อนพลังงานลบ พร้อมแผ่ไอพิษ
.
แม้ว่าการบ่นจะเป็นเรื่องปกติของการทำงาน เพราะตลอดวันย่อมเจอกับเรื่องน่าหนักใจมากมาย แต่เชื่อว่าเพื่อนร่วมงานที่คอย “บ่น” อยู่ตลอดเวลาและดูเหมือนว่าจะไม่เคยพอใจอะไรในชีวิตเลย ก็กลายเป็นอีกหนึ่งความน่าหนักใจของคนรอบข้างเช่นเดียวกัน
.
นอกจากกลุ่มที่ชอบบ่นไปทุกเรื่องจนสร้างความรู้สึกอึดอัดให้คนฟังแล้ว ยังมีก้อนพลังงานลบอีกประเภทที่มักจะดักทางโปรเจกต์ใหม่ๆ อยู่เสมอว่ามีโอกาสล้มเหลวอย่างไรบ้าง จนสร้างความกังวลให้กับทีมที่ทำงานด้วยกันแทนที่จะเป็นกำลังใจ
.
สำหรับคนกลุ่มนี้แล้ว ความวิตกกังวล ความโหยหาอำนาจในการควบคุมความล้มเหลว และความรู้สึกเสียใจต่อความล้มเหลวในอดีตเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของความคิดแง่ลบที่เขาพยายามสื่อสารออกมา แม้จะเข้าใจได้แต่ก็ต้องยอมรับว่าความรู้สึกเชิงลบและความคิดลบนั้นสามารถติดต่อกันได้เป็นวงกว้าง
.
วิธีรับมือกับคนมีความคิดลบคือการเสนอมุมมองทางเลือกที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้เมินเฉยต่อความกังวลถึงผลกระทบของเขา เช่น เพื่อนร่วมงานผู้คิดลบกล่าวว่าผลงานยังมีคุณภาพไม่เพียงพอ หากตีกลับด้วยการบอกว่าคุณภาพเพียงพอแล้วจะไม่สามารถตอบโจทย์ความกังวลที่เขายกประเด็นขึ้นมาได้
.
แต่หากเสนอมุมมองอื่นว่าสาเหตุที่ผลงานมีคุณภาพประมาณนี้เป็นเพราะปัจจัยใดบ้างและถามความเห็นว่าควรปรับปรุงแต่ละปัจจัยอย่างไร จะช่วยตีกรอบความคิดที่เต็มไปด้วยความกังวลว่าจะล้มเหลวกลับมาสู่เส้นทางการแก้ไขปัญหาได้มากขึ้น นอกจากจะแก้ปัญหาได้แล้วยังสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือให้ตนเองอีกด้วย
.
.
2. ข้างนอกดูไม่มีพิษภัย ข้างในกำลังโจมตี
.
กลุ่มภายนอกอย่าง ภายในอย่าง สามารถแบ่งย่อยได้อีก 2 ประเภทหลัก กลุ่มแรกคือคน “Passive-Aggressive” หรือคนที่ไม่พอใจหรือรู้สึกไม่ดี แต่ไม่พูดออกมาตรงๆ กลับแสดงออกผ่านพฤติกรรมอื่นจนชวนให้คนที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ด้วยรู้สึกอึดอัดและไม่รู้จะต้องทำอย่างไรต่อไปดี
.
พฤติกรรมของคนกลุ่มแรกเกิดมาจากความกลัวที่จะถูกปฏิเสธหากเผยความรู้สึกออกไป หรืออยากจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ขณะเดียวกันก็อาจเกิดมาจากความรู้สึกไร้อำนาจจากบางสถานการณ์ การรับมืออย่างชาญฉลาดคือห้ามตีตราด้วยการบอกว่า “หยุดทำตัวงี่เง่า” หรือ “คุณกำลังทำตัวไม่น่ารัก ไม่มีเหตุผล” ไปจนถึงประโยคที่เป็นการกล่าวโทษเพราะจะยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกไม่มั่นคงมากกว่าเดิม
.
สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจเจตนาหลังความโกรธนั้นว่าเขากังวลเรื่องใด รู้สึกไม่พอใจ ไม่ยุติธรรม หรือมองเห็นอะไรที่ไม่น่าภิรมย์ในโปรเจกต์และการทำงานร่วมกันหรือเปล่า บางครั้งเจ้าตัวอาจจะไม่สามารถสื่อสารความคิดออกมาได้ด้วยตนเอง หากมีใครสักคนเป็นโฆษกพูดแทนก็จะทำให้เขาเรียนรู้ที่จะปรับการสื่อสารให้ซื่อตรงกับความคิดมากขึ้น
.
กลุ่มที่สองคือเจ้านกจุ๊บจิ๊บ ชอบจับกลุ่มซุบซิบนินทา หลายครั้งที่เราต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับการหัวเราะคิกคักหรือวิจารณ์จนเกินเหตุของคนกลุ่มหนึ่งแต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยข้อจำกัดต่างๆ เช่นนั้นจะต้องรับมือกับกลุ่มนกประสานเสียงนี้อย่างไร?
.
การเตรียม “สคริปต์” ไว้ให้ตนเองกรณีที่ถูกคาดหวังให้ตอบรับความคิดเห็นที่เป็นประเด็นในวงนินทา เช่น การตั้งคำถามต่อว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น? หรือการออกความคิดเห็นเชิงวิเคราะห์และสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือ? จะช่วยหยุดการไหลตามกันของวงสนทนาได้ช่วงหนึ่ง หลังจากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนหัวข้อเพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่ต้องการเกี่ยวข้องอย่างมีวุฒิภาวะนั่นเอง
.
.
3. ช่างรู้ ช่างเคลม ช่างแสดงตัวตน
.
“Mr. Know-It-All” หรือคนช่างรู้มีอยู่ทุกพื้นที่ คนเหล่านี้มักจะขัดขึ้นมากลางบทสนทนาเพื่อบอกว่าทุกคนจงฟังทางนี้ เพราะตัวเขานั้นรู้ดีที่สุด เขาจะชื่นชอบให้มีคนเห็นด้วยกับความคิดแล้วย้ำเตือนว่าเขานั้น “ถูกต้อง” แล้ว ฟังดูเหมือนเป็นพฤติกรรมธรรมดาที่ไม่ว่าใครก็อยากได้รับการยอมรับ แต่หลายครั้งที่พฤติกรรมเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการระดมสมองของทีม
.
ขณะเดียวกันหลายคนอาจจะเคยเจอเหตุการณ์ “แมวขโมย” ที่ชอบเคลมความคิดหรือผลงานของคนอื่นไปเป็นของตนเอง เช่น ท่ามกลางการประชุมที่คุณเสนอไอเดียไปแต่จังหวะนั้นยังไม่มีคนฟัง ก็จะมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่รอจังหวะหรือสร้างจุดสนใจไปที่ตนเองแล้วนำเสนอไอเดียของคุณออกไปด้วยคำพูดเดียวกัน สุดท้ายเครดิตก็ไปตกที่คนเหล่านั้นเต็มๆ
.
หรือคน “ช่างแสดงตัวตน” เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่มักจะพูดจาแสดงถึงทัศนคติที่ไม่น่าฟังต่อเพศ รสนิยมทางเพศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือหัวข้อละเอียดอ่อน เช่น การยกคำพูดว่า “ฉันมีเพื่อนเป็นเกย์เยอะเลย” มาเป็นหลักฐานสนับสนุนว่าตนเองไม่เหยียดเพศ หรือการแซวเพื่อนร่วมงานหญิง เช่น “หวานใจ” “สุดที่รัก” “สาวน้อย” เป็นต้น
.
แน่นอนว่าแรงจูงใจเบื้องหลังของพฤติกรรมเหล่านี้คือการเป็นที่ยอมรับ แต่วิธีการพิสูจน์ตัวตนอาจจะไม่ใช่แนวทางที่สร้างบรรยากาศน่าอยู่ในทีมสักเท่าไรนัก วิธีใช้ประโยชน์จากความต้องการเป็นที่ยอมรับของคนช่างรู้คือการบอกขอบเขตและการเจาะลึกเนื้อหา
.
ยกตัวอย่างเช่น หากคนช่างรู้ขัดบทสนทนา การแจ้งไปตรงๆ ว่ารับฟังแต่ขอให้จบประเด็นดังนี้แล้วจะมาพูดคุยกันทีหลังจะช่วยชี้จังหวะให้เขาแสดงตัวตนได้อย่างเหมาะสมขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อถึงเวลาพูดคุย การเจาะลึกไอเดียของเขาว่ามีหลักฐานจากไหน ทำไมถึงคิดเช่นนั้น จะช่วยให้เขาได้แสดงตัวตนอย่างถูกวิธี และคนในทีม รวมถึงตนเองก็จะได้เรียนรู้และสร้างผลงานที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน
.
แม้ว่ามนุษย์ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ แต่เราก็สามารถเรียนรู้ที่จะรับมือกับรูปแบบความสัมพันธ์ที่หลากหลายให้ถูกวิธี และทำให้มันกลับมาสร้างประโยชน์ให้ตนเองในที่สุด อย่างไรก็ตามการประเมินและรักษาใจตนเองก็เป็นสิ่งสำคัญ การรู้ว่าเมื่อไรควรเลี่ยงเมื่อไรควรรับมือก็เป็นอีกทักษะที่ควรเรียนรู้ไว้
.
.
แล้วเราจะรับมือกับสังคมไปพร้อมกับรับมือความรู้สึกตนเองอย่างไร?
.
มาร่วมค้นหาคำตอบไปด้วยกันในงานอีเวนต์พัฒนาทักษะแห่งปี “Mission To The Moon Forum 2024: Work-Life Survival Guide เครื่องมือเอาชีวิตรอดสำหรับคนสู้งาน” ในวันที่ 27 เมษายน 2567 เวลา 9.00-18.00 น. ที่ BHIRAJ Hall 2-3, BITEC Bangna พบกับวิทยากรและวิทยาการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
.
[ ] Session 4: ฮีลใจอย่างไรในวันที่หมดไฟ (11.30-12.00)
.
จัดการอาการหมดไฟจากงาน หมดไฟจากคน ไปกับดีเจพี่อ้อยจากรายการ ‘Club Friday’ พักจากเรื่องภายนอกแล้วเข้ามาสำรวจจิตใจ และฮีลจากอาการหมดไฟไปด้วยกัน
.
[ ] Session 8: Humanized Leader ผู้นำยุคใหม่ ต้องใช้ใจบริหารอย่างไรจึงจะสำเร็จ (16.00-16.45)
.
เข้าใจศาสตร์การเป็นผู้นำยุคใหม่ ด้วยแนวคิดการเข้าใจมนุษย์กับชาตยา สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Food Passion บริษัทแม่แห่งร้านอาหารครอบครัวประจำดวงใจชาวไทยอย่าง Bar B Q Plaza และจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ ดำเนินการบรรยายโดย ชญาน์ทัต วงศ์มณี นักเขียนชื่อดังที่รู้จักกันในนาม 'ท้อฟฟี่ แบรดชอว์'
.
[ ] Session 9: ทำไมต้องอยู่เป็นในสมรภูมิการเมืองออฟฟิศที่เป็นอยู่? (17.00-17.45)
.
รักษางานที่มั่นคงท่ามกลางสมรภูมิภายในออฟฟิศไปกับนาวาอากาศตรี ศิธา ทิวารี นักการเมือง อดีตโฆษกรัฐบาล, รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นักบินขับไล่ไอพ่น F-16 ของกองทัพอากาศไทย และ ธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ Bluebik Group ดำเนินการบรรยายโดย รวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Srichand & Mission To The Moon Media
.
ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/Mission-To-The-Moon-Forum-2024
.
.
ที่มา
- 3 Types of Difficult Coworkers and How to Work with Them: Amy Gallo, Harvard Business Review - https://bit.ly/4az3dOy
- 5 Types of Toxic Coworkers and How to Deal With Them: Siobhan Neela-Stock, The Muse - https://bit.ly/3TwWBJQ
.
.
#relationship
#worklife
#toxiccoworker
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...