โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

พระเจ้าชาร์ลส์สที่3 จะทรงสละราชสมบัติแต่เนิ่นๆ หรือไม่?

The Better

อัพเดต 06 ก.พ. 2567 เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2567 เวลา 03.55 น. • THE BETTER

หมายเหตุ - บทความนี้เผยแพร่ก่อนที่พระเจ้าชาร์ลสที่ 3 จะทรงได้รับการวินิจฉัยว่าทรงมีอาการมะเร็ง แต่เผยแพร่ในช่วงที่องค์พระประมุขของเดนมาร์กสละราชสมบัติ คือ สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์กและเวนราชบัลลังก์ให้กับพระราชโอรส คือ เฟรเดอริก เทำให้เกิดประเด็นวิเคราะห์ว่าองค์พระประมุขขององค์อังกฤษจะทรงทำแบบเดียวกันหรือไม่

การสละราชสมบัติอย่างเหนือความคาดหมายของสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก ก่อให้เกิดการคาดเดาเกี่ยวกับพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ ซึ่งได้รับการกระตุ้นจากบางกลุ่มให้ปฏิบัติตามแบบอย่างของราชวงศ์เดนมาร์กจากดินแดนสแกนดิเนเวีย

สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 พระชนมายุ 83 พรรษา ทรงเวนราชบัลลังก์ให้กับพระราชโอรส คือ เฟรเดอริก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม หลังจากครองราชย์มา 52 ปี กลายเป็นองค์พระประมุขของยุโรปองค์ล่าสุดที่ก้าวลงจากตำแหน่งเพื่อสนับสนุนผู้สืบทอดที่อายุน้อยกว่า

สมเด็จพระราชาธิบดีฆวน การ์โลสที่ 1 แห่งสเปน สละราชสมบัติในปี 2557 ขณะที่สมเด็จพระราชินีเบียทริกซ์แห่งเนเธอร์แลนด์ และสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 แห่งเบลเยียมต่างสละราชบัลลังก์ในปี 2556

พระเจ้าชาร์ลส์ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2565 เมื่อพระชนมายุ 73 พรรษา หลังจากการสวรรคตของพระมารดาของพระองค์ คือ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 นอกจากนี้ พระองค์ยังเป็นประมุขแห่งรัฐอีก 14 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขนบการมีองค์ประมุขร่วมกันของอดีตอาณานิคมของอังกฤษ

พระองค์เป็นรัชทายาทที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ และตอนนี้พระชนมายุ 75 พรรษา ด้วยพระชยมายุของพระองค์ ทำให้เกิดคำถามที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าพระองค์จะทรงนั่งอยู่บนบัลลังก์ได้นานแค่ไหน

รัชทายาทของพระองค์ ซึ่งได้รับความนิยมมากกว่า คือ เจ้าชายวิลเลียม จะมีพระชนมายุ 42 พรรรษาในเดือนมิถุนายนปีนี้

หนังสือพิมพ์ The Guardian เรียกการสละราชบัลลังก์ของสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ว่า "สัญญาณของระบอบกษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญที่สมเหตุสมผล"

“พระองค์ (พระเจ้าชาร์ลส์) มีสิทธิที่จะครองราชย์เป็นระยะเวลานานระดับหนึ่งอย่างแน่นอนหลังจากรอคอยมายาวนาน แต่ไม่ (ควร) ถึงเวลาสวรรคต” The Guardian กล่าว

หนังสือพิมพ์ The Guardian ระบุว่า การสละราชสมบัติ บ่งชี้ว่าประเทศสามารถรักษาสถาบันของตนให้ "เหมาะสมกับวัตถุประสงค์" ได้

ทำตามวาระของพระองค์
ฟิล แดมเปียร์ ผู้เขียนชีวประวัติของราชวงศ์อังกฤษเชื่อว่าพระเจ้าชาร์ลส์จะได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ต่างๆ ในเดนมาร์ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการปกป้องอนาคตของสถาบันกษัตริย์

“มันคงทำให้คุณสงสัยว่าในอีกห้าหรือสิบปีข้างหน้าพระเจ้าชาร์ลส์อาจคิดจะทำแบบเดียวกันถ้าสุขภาพของพระองค์แย่ลงหรือพระองค์แค่คิดว่ามันเป็นเวลาที่ดีที่จะส่งต่อให้วิลเลียมและเคท (พระชายา) ในขณะที่พวกเขายังคงอยู่ ยังเป็นหนุ่มสาวกันอยู่” เขาบอกกับหนังสือพิมพ์ Daily Mail ของอังกฤษ

ผู้สังเกตการณ์ในราชวงศ์กล่าวว่าเหตุผลหนึ่งที่พระเจ้าชาร์ลส์อาจต้องการอยู่บนบัลลังก์อีกต่อไปก็คือความกระตือรือร้นที่จะดำเนินตามวาระด้านสิ่งแวดล้อมของพระองค์

กษัตริย์อังกฤษส่วนใหญ่เป็นประมุชที่มีบทบาทสำคัญในพิธีการ และสาธารณชนไม่คาดหวังที่จะเห็นสถาบันเข้ามาแทรกแซงเรื่องการเมือง

พระมหากษัตริย์ยังคงรักษาอำนาจตามรัฐธรรมนูญบางประการ เช่น การแต่งตั้งรัฐบาล การเปิดและยุบรัฐสภา และการใลงพระปรมาภิไธยกฎหมายใหม่

แต่พระมหากษัตริย์อังกฤษอยู่ในฐานะที่จะมีอิทธิพลต่อผู้นำโลกได้

ก่อนการขึ้นครองราชย์ พระเจ้าชาร์ลส์ถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งของพระองค์ในการล็อบบี้รัฐมนตรีของรัฐบาลในทุกเรื่อง ตั้งแต่การแพทย์ทางเลือก ไปจนถึงการรณรงค์เกี่ยวกับฆ่าตัวแบดเจอร์ และเรื่องเฮลิคอปเตอร์ในสงครามอิรัก

เอ็ด โอเวนส์ นักประวัติศาสตร์ในราชวงศ์กล่าวว่า พระเจ้าชาร์ลส์ ซึ่งต่างจากพระราชมารดาของพระองค์ ดูเหมือนจะมองว่าพระองค์เองมีรูปแบบที่ "มีพลวัต" มากกว่า โดยพระองค์จะ "เกลี้ยกล่อม" ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงและประมุขแห่งรัฐคนอื่นๆ ให้ลงมือปฏิบัติ

“เท่าที่เรารู้ พระองค์อยู่ในวัย 70 กลางๆ แต่ก็ยังค่อนข้างแข็งแรง มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เท่าที่เราทราบ และผมคิดว่าพระองค์คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าพระองค์จะต้องผลักดันแผนงานของพระองค์ในช่วงปีแรกๆ ของการครองราชย์ของพระองค์” เขากล่าวกับสำนักข่าว AFP

เรื่องอื้อฉาวของราชวงศ์
นอกเหนือจากคำถามเกี่ยวกับอายุของพระองค์แล้ว พระเจ้าชาร์ลส์ยังถูกจับตาอย่างหนักเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับเรื่องอื้อฉาวของราชวงศ์ ซึ่งไม่ใช่แค่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเจ้าชายแอนดรูว์ พระอนุชาชายของพระองค์ที่ไปเกี่ยวพันกับกรณ๊อื้อฉาวเกียวกับเรื่องทางเพศของผู้เยาว์

เจ้าชายแอนดรูว์ถูกกีดกันนับตั้งแต่ปกป้องมิตรภาพของเขากับเจฟฟรีย์ เอปสเตน ผู้กระทำความผิดทางเพศในสหรัฐฯ ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด และตกลงไกล่เกลี่ยการเรียกร้องทางแพ่งของสหรัฐฯ ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่ยอมรับผิด

นอกจากนี้ยังมีการถกเถียงกันอยู่เนืองๆ เกี่ยวกับวิธีที่พระเจ้าชาร์ลสจะจัดการอย่างไรกับพระโอรสอีกพระองค์ คือ เจ้าชายแฮร์รี่ ที่วิจารณ์ราชวงศ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับราชวงศ์ หลังจากที่เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนพระชายา ย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

ผลสำรวจของ Savanta ในเดือนมกราคมชี้ให้เห็นว่าการสนับสนุนในสหราชอาณาจักรในการมีราชวงศ์ลดลงเหลือ 48% ในเดือนมกราคม ปีนี้ จาก 52% ในเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว

กลุ่มกดดันทางการเมือง Republic (สาธารณรัฐ) ซึ่งรณรงค์หาเสียงให้อังกฤษมีประมุขแห่งรัฐที่มาจากเลือกตั้ง ระบุว่า เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความนิยมของกษัตริย์ผู้ซึ่ง "ต้องรับผิดชอบในท้ายที่สุด" ต่อราชวงศ์

“เห็นได้ชัดว่าแอนดรูว์สร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อสถาบันกษัตริย์ แต่ชาร์ลส์คือผู้ที่รับผิดชอบ” เกรแฮม สมิธ ผู้บริหารระดับสูงของ Republic กล่าว

สมิธ กล่าวว่าสถาบันกษัตริย์ "อยู่เกินเวลาแล้ว"

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจโดย YouGov ในเดือนกันยายน ระบุว่า 55% ของชาวอังกฤษมีความคิดเห็นเชิงบวกต่อประมุขแห่งรัฐคนใหม่ เทียบกับ 44% ในช่วง 12 เดือนก่อนหน้านี้

โอเวนส์เชื่อว่ามี "ความเป็นไปได้สูง" ที่พระเจ้าชาร์ลส์ซึ่งพยายามทำให้ปรากฏต่อสาธารณะมากขึ้น จะครองราชย์ไปจนกว่าเขาจะสวรรคต เช่นเดียวกับพระราชมารดาของพระองค์ที่มองว่าการเป็นราชินีนั้นเป็นหน้าที่ตลอดชีวิต

แต่เขากล่าวว่าพระมหากษัตริย์คงจะทรงมีความหลักแหลมพอที่จะกำหนดจุดสิ้นสุดที่ชัดเจนสำหรับการครองราชย์ของพระองค์

“ผมไม่คิดว่าการสละราชสมบัติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” โอเวนส์กล่าว

“แม้ว่าในระยะยาว มันจะเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่จะพยายามนำสายเลือดที่หนุ่มกว่าเข้ามาเหมือนกับที่ราชวงศ์ยุโรปหลายๆ ราชวงศ์ทำกัน”

Text - Agence France-Presse
Photo by Daniel LEAL / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...