โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แพทย์ไต้หวันเตือน กินส้มโอกับ 'ยา 10 ชนิด' เสี่ยงฤทธิ์ตกค้าง อันตรายถึงชีวิต

Khaosod

อัพเดต 22 ก.ย 2566 เวลา 05.49 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2566 เวลา 04.45 น.

แพทย์ไต้หวันเตือน กินส้มโอกับ 'ยา 10 ชนิด' เสี่ยงฤทธิ์ตกค้างในร่างกายนาน เป็นพิษต่ออวัยวะ อันตรายถึงเสียชีวิต

ส้มโอมีรสหวานอร่อยจนอดใจไม่ไหวที่จะกินทีละชิ้นเรื่อย ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า หากทานส้มโอหลังทานยาแม้จะห่างกันนาน 2 ชั่วโมงก็อาจเสี่ยงเกิดปฏิกิริยาระหว่างส้มโอกับยาต่าง ๆ

นพ. เฉิน โหยวเฉิง นักไตวิทยาเตือนว่าคุณควรระวังปฏิกิริยาระหว่างส้มโอและเกรปฟรุตกับยาต่างๆ บางคนเชื่อผิดว่าตราบใดที่ทานห่างกัน 2 ชั่วโมงก็จะปลอดภัย แต่จริง ๆ แล้วส่งผลต่อการเผาผลาญยานานถึง 72 ชั่วโมง รวมถึงอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้

นพ. เฉิน โหยวเฉิง เพิ่งตีพิมพ์บทความในนิตยสารและชี้ให้เห็นว่า เนื้อส้มโอและเกรปฟรุตอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ รวมถึงโพแทสเซียมไอออน, แคลเซียม, ฟอสฟอรัส, และมีปริมาณวิตามินซีอยู่ที่ 1.5 เท่า ของมะนาว พร้อมอุดมไปด้วยไฟเบอร์สามารถช่วยย่อยอาหารได้

นอกจากนี้ นพ. เฉิน โหยวเฉิงเตือนว่า จะต้องใส่ใจกับปริมาณโพแทสเซียมไอออนในเกรปฟรุตและส้มโอด้วย แต่ละ 100 กรัมประกอบด้วยโพแทสเซียมไอออน 132.3 มก. ซึ่งโพแทสเซียมไอออนประมาณ 215 มก. ต่อหนึ่งหน่วยบริโภคของเกรปฟรุต 5 ชิ้น หากรับประทานสองครั้ง (10 ชิ้น) โพแทสเซียมไอออนเกินมาตรฐาน ดังนั้น ผู้ป่วยฟอกไตต้องระวัง

รวมถึงนพ. เฉิน โหยวเฉิงเตือนว่าส้มโอและเกรปฟรุตจะมีปฏิกิริยากับยาหลายชนิด เนื่องจากส่วนผสมประกอบด้วยฟูราโนคูมาริน (furanocoumarins) ซึ่งจะยับยั้งเอนไซม์การเผาผลาญในลำไส้เล็กและตับ ส่งผลให้การเผาผลาญยาลดลงและเพิ่มความเข้มข้นของเลือด

นอกจากนี้ยัง ไปยับยั้งพี - ไกลโคโปรตีน( P-glycoprotein) ในลำไส้ ทำให้ไม่สามารถกำจัดตัวยาได้ส่งผลให้ความเข้มข้นของยาในร่างกายจะสูงเกินไป เวลาออกฤทธิ์ของยาจะนานเกินไปจนผลข้างเคียงจะเกิดขึ้นและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

นพ. เฉิน โหยวเฉิงเผยถึงยา 10 ประเภทที่มักทำปฏิกิริยากับผลไม้อย่างส้มโอและเกรปฟรุต ได้แก่

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Rivaroxaban และ Apixaban เกิดผลกระทบ: ทำให้มีเลือดออก
  • ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น Clopidogrel และ Ticagrelor เกิดผลกระทบ ทำให้มีเลือดออก
  • ยารักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น Amiodarone, Dronedarone, Quinidine หรือ Propafenone เกิดผลกระทบ: ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหลายรูปแบบ ความเป็นพิษต่อตับ พิษต่อต่อมไทรอยด์
  • ยาลดความดันโลหิต เช่น Amlodipine, Felodipine, Nifedipine และ Verapamil เกิดผลกระทบ: ทำให้เกิดความดันเลือดต่ำ, หัวใจเต้นเร็ว และอาการบวมน้ำบริเวณรอบข้าง
  • ยาลดไขมันในเลือด เช่น Atovastatin , Simvastatin และ Lovastatin เกิดผลกระทบ: ทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ, การสลายตัวของกล้ามเนื้อ, ปัสสาวะสีเข้ม, การบาดเจ็บที่ไตเฉียบพลัน, พิษต่อตับ ฯลฯ

  • ยาระงับประสาทและยานอนหลับ เช่น Diazepam, Midazolam, Triazolam, Buspiroene และ Quetiapine เกิดผลกระทบ: ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของอาการวิงเวียนศีรษะ, อาการง่วงนอน, หายใจลำบาก ฯลฯ
  • ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น Cyclosporine, Tacrolimus, Sirolimus และ Everolimus เกิดผลกระทบ: ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ, อิเล็กโทรไลต์ไม่สมดุล, เป็นพิษต่อไต, โพแทสเซียมสูง, เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาส ฯลฯ
  • ยาต้านโรคลมชัก เช่น Carbamazepine เกิดผลกระทบ: การแพ้ยา เช่น ผื่น ริมฝีปากบวม แผลในช่องปาก ตาแดงบวม หรือรู้สึกแสบร้อน เป็นต้น
  • ยารักษาต่อมลูกหมากโต เช่น Silodosin และ Tamsulosin เกิดผลกระทบ: ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะและความดันเลือดต่ำในการทรงตัว
  • ยากลุ่มกระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหาร เช่น Domperidone และ Cisapride เกิดผลกระทบ: ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

สำหรับคำถามที่หลาย ๆ คนมักสงสัยว่า "จะปลอดภัยหรือไม่ที่จะทานส้มโอและยาห่างกัน 2 ชั่วโมง" นพ. เฉิน โหยวเฉิง อธิบายว่า ส้มโอหรือเกรปฟรุตสามารถยับยั้งการเผาผลาญของยาได้เป็นเวลาหลายชั่วโมงหรือ 2 หรือ 3 วัน ดังนั้น แม้ว่าคุณจะทานยาห่างกัน 2 ชั่วโมงก็ตามก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้โดยสิ้นเชิง

โดยนพ. เฉิน โหยวเฉิงอ้างอิงงานวิจัยว่า การดื่มน้ำเกรพฟรุต 240c.c หนึ่งแก้วส่งผลต่อการเผาผลาญยาได้นานถึง 72 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของยา ควรหลีกเลี่ยงส้มโอและเกรปฟรุตให้มากที่สุด หากคุณต้องการรับประทานจริง ๆ แนะนำให้ทาน 1 - 2 กลีบจึงยังคงปลอดภัยและไม่แนะนำให้ทานมากเกินไป

ขอบคุณที่มาจาก陳佑丞醫師・腎臟專科

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...