โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

Iron Fortress (เจ้าแห่งปราการเหล็ก)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 22 ก.ย 2566 เวลา 05.56 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2566 เวลา 05.56 น. • เขียนจนเกร็ง
เมื่อตำราเปลี่ยนอาชีพปริศนาทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่มีพลังป้องกันมากที่สุดในเกม🛡️

ข้อมูลเบื้องต้น

ชื่อเรื่อง: lron Fortress (เจ้าแห่งปราการเหล็ก)

ผู้แต่ง: Payu saengpasoed

ประเภท : Game, Adventure, Fantasy,

(นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความจริงใดๆ)

เรื่องย่อ : เซนต์ เด็กหนุ่มขี้เบื่อ เขาได้เล่นเกมออนไลน์ที่มีชื่อว่า VR Arvantia ภายในเกมดังกล่าวเขาได้สร้างตัวละครหนึ่งที่มีชื่อว่า แทงค์ เป็นอาชีพอัศวินฝึกหัด จนกระทั่งวันหนึ่งตัวละครของเขาแทงค์ได้ค้นพบภารกิจลับบางอย่างจากป้อมปราการศักดิ์สิทธิ์ ภารกิจดังกล่าวได้นำพาตัวละครของเซนต์เข้าสู่บททดสอบที่โหดหินเกินกว่าความสามารถของตัวละคร แต่สุดท้ายเขาก็ทำภารกิจดังกล่าวจนเกือบสำเร็จ แต่ทว่าด้วยเหตุการณ์บางอย่างทำให้เซนต์ได้กดใช้ไอเท็มของภารกิจ ตำราเจ้าแห่งปราการเหล็ก เมื่อเซนต์กดใช้ตำราเล่มดังกล่าว ตัวละครของเขาก็ได้กลายเป็นตัวละครที่มีพลังป้องสูงสุดในเกมทันที

โปรดอ่านเพื่อเข้าใจศัพท์เฉพาะเพื่อที่จะทำให้อ่านได้อรรถรสยิ่งขึ้น

ดันเจี้ยน(Dungeon) หมายถึง สถานที่ที่หนึ่งภายในเกม โดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นด่านหลายด่าน หรืออาจจะเป็น หอคอย ชั้นใต้ดิน และชั้นสุดท้ายมักจะมีบอส หรือหัวหน้า ให้ผู้เล่นไว้พิชิต

ภาคี (Associate) หมายถึงกลุ่มขนาดใหญ่ที่รวมตัวกันเพื่อเป้าหมายในการเล่นเกมบางอย่าง ตั้งแต่ช่วยกันเก็บค่าประสบการณ์ เก็บเลเวล แบ่งปันข้อมูล เป็นสังคมย่อมๆภายในเกม มีทั้งหัวหน้าและสมาชิกหลายระดับ

เควส(Quest) หมายถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดย ปกติจะมีของรางวัลให้สำหรับผู้ผ่านภารกิจ และบทลงโทษสําหรับผู้ทำภารกิจล้มเหลว ภารกิจจะมีระดับความยากและการค้นพบได้หลายเลเวล

ไอเทม(Item) หมายถึงของทุกชิ้นภายในเกมตั้งแต่อาวุธ เสื้อผ้า เครื่องใช้ ยาเพิ่มพลัง วัสดุสำหรับภารกิจ อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆที่สามารถเรียกใช้ได้

ทักษะ(Skill) หมายถึงความสามารถของตัวละครแบ่งเป็น สองแบบคือแบบติดตัว(ใช้อัตโนมัติ) และแบบเรียกใช้งาน บางทักษะจำเป็นต้องมีเงื่อนไขในการใช้งาน การได้ทักษะแต่ละอันมามีได้หลายวิธีทั้งของรางวัลภารกิจ ทักษะประจำอาชีพ ทักษะพิเศษจากอาวุธและชุดเกราะ

อาชีพ(Job) หมายถึงลักษณะของตัวละครภายในเกม อาชีพที่แตกต่างจะสามารถได้ทักษะเฉพาะของอาชีพนั้นได้ ภายในเกมมีอาชีพหลาย เช่น อาชีพสายต่อสู้ อาชีพสายสนับสนุน อาชีพสายผลิต

ค่าสถานะ(Stat) หมายถึงความสามารถของตัวละคร แบบติดตัว เช่นพลังกาย พลังชีวิต ความอึด ความชานาญ เมื่อระดับเลเวล(Level) เพิ่มมากขึ้นจะได้พ้อย(Point)สะสม เพื่อเพิ่มค่าสถานะให้แก่ตัวละครภายในเกมได้

เลเวล(Level) หมายถึงตัวเลขที่เอาไว้บ่งบอกถึงความสามารถและระดับของตัวละคร

ค่าประสบการณ์(Exprience) หมายถึง ตัวเลขความสำเร็จหรือการกระทำที่สะสม แต่ละเลเวลจะสะสมค่าประสบการณ์เพื่อนำไปเพิ่มระดับของตัวละคร เมื่อค่า ประสบการณ์สะสมจนถึงข้อกำหนดเอาไว้จะทำให้เลเวลเพิ่มขึ้น เมื่อระดับเพิ่มขึ้นจะได้พ้อยสะสมไว้เพิ่มค่าสถานะให้แก่ตัวละคร

เกรดของไอเท็ม เรียงจากต่ำไปสูง:

1.ทั่วไป

2.แรร์

3.อีปีก

4.ยูนิค

5.เลเจนดารี

ระดับของภารกิจ เรียงจากง่ายไปยาก

1. E

2. D

3. C

4. B

5. A

6. S

7. SS

8. SSS

ปฐมบท

“มาแล้ว!! ทุกคนกระโดดขึ้นไปด้านบนเดี๋ยวนี้”

ปาร์ตี้ผู้เล่นมืออาชีพกลุ่มหนึ่งกำลังเตรียมตัวรับมือกับบอสภายในวิหารใต้ดิน ‘ดูริค’ ผู้เล่นอาชีพนักธนูอันดับสิบของเกม เธอเป็นหัวหน้าปาร์ตี้ที่คอยออกคำสั่งและให้สัญญาณกับสมาชิกคนอื่นๆ สมาชิกภายในปาร์ตี้ของเธอประกอบไปด้วยผู้เล่นสายต่อสู้ระยะประชิดสองคนและบักบวชสายสนับสนุนหนึ่งคน

ผืนดินเริ่มสั่นสะเทือน พื้นวิหารที่พวกเขาเคยยืนอยู่ก็ค่อยๆสั่นไหวราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังขยับไปมาใต้พื้นดิน เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาก้อนหินประหลาดรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับร่างกายของมนุษย์ที่สร้างมาจากหินก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ทุกๆข้อต่อของมันมีวงจรสีเขียวที่คล้ายกับเส้นเลือดคอยควบคุมอยู่

ดูริดกวดสายตามองไปยังตัวของบอสโกเล็มตัวใหญ่ พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบธนูจากหน้าหลังมาเตรียมพร้อมการยิง ด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่เธอทุ่มเทให้กับเกมนี้มาตลอดหนึ่งปี ส่งผลให้การทุกๆการกระทำของเธอนั้นมีความหมายเสมอ

“โอมา เตรียมใช้สกิลยั่วยุบอส”

“โอ้ส!”

สมาชิกปาร์ตี้คนหนึ่งกระโจนลงไปเผชิญหน้ากับบอสเพียงลำพังเมื่อสิ้นเสียงคำสั่งของดูริด

“เจฟฟ์ บัฟพลังป้องกันให้กับโอมา”

“โอเคร”

สมาชิกปาร์ตี้ที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับบอสโกเล็ม เขาร่ายสกิลยั่วยุบอส ดึงดูดความสนใจทั้งหมดให้มาที่เขาเพียงคนเดียว ท่าทางของโกเล็มเปลี่ยนไปดวงตาสีเขียวของมันเบิกกว้างราวกับกำลังโกธร มันเริ่มขว้างหินขนาดใหญ่ที่วางกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นวิหารเข้าใส่โอมา

“ริว ค้นหาจุดอ่อน”

“จัดให้ครับเจ๊”

สมาชิกคนหนึ่งวิ่งอ้อมไปยังด้านหลังของบอสเพื่อมองหาจุดอ่อนบอสที่เกมได้กำหนดเอาไว้ ในระหว่างนั้น โอมาที่กำลังเข้าต่อสู้กับบอสได้ส่งเสียงตะโกนบอกสมาชิกคนที่เหลือด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นตระหนก

“พลังโจมตีของบอสมันสูงมาก ฉันที่มี HP เกือบหนึ่งหมื่นโดนหมัดเดียวหายไปตั้งหกพัน”

หลังจากที่สมาชิกปาร์ตี้แต่ล่ะคนทราบถึงข้อมูลดังกล่าว บรรยากาศภายในลานต่อสู้ก็เริ่มตึงเคลียดขึ้น ทุกคนเริ่มระมังระวังทุกการกระทำของตัวเอง แม้ว่าแทงค์ของปาร์ตี้จะมีพลังชีวิตมากขนาดไหน แต่จากการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้งของบอส ก็สามารถส่งพวกเขาให้กลับไปเกิดใหม่ได้เลย

“โอมาถ่อยออกมาก่อน เดี๋ยวฉันจะยิงยั่วยุมันแทน”

“เจฟฟ์ ช่วยใช้เวทย์ฮีลให้กับโอมาที”

ดูริอดเธอได้ยิงลูกธนูเข้าไปยังส่วนลูกตาของบอสได้อย่างแม่นยำ แต่ไม่เพียงแค่นั้นลูกศรถัดมาของเธอสร้างระเบิดและแรงกระแทกอันมหาศาลให้แก่บอสจนทำให้บอสหยุดช่ะงักไปในช่วงเวลาหนึ่ง

โอมาและดูริดสลับการยั่วยุและโจมตีบอส ในระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังต่อสู้กับบอสโกเล็มอย่างดุเดือด ริวที่กำลังใช้สกิลตรวจสอบจุดอ่อนของมอนสเตอร์ตรวจดูบอสและหลังจากที่เขาใช้เวลาพอสมควรในการใช้สกิลตรวจสอบ ริวก็ได้รับรู้ถึงบางอย่าง

“เจ๊!! ทุกคน บอสตัวนี้ไม่มีจุดอ่อน”

สมาชิกปาร์ตี้ที่ได้ยินดังนั้นพวกเขาได้มองสลับไปมาระหว่างHPของบอสและมานาที่เขาเหลืออยู่ หากมานาหมดลงพวกเขาก็คงไม่สามารถใช้สกิลได้อีกต่อไปและกว่าที่มานาจะฟื้นขึ้นมาอีกพวกเขาก็คงจะถูกบอสทุบเละไปก่อนแล้ว และเมื่อใดที่โอมาตายนั้นก็หมายถึงการตายของสมาชิกปาร์ตี้คนอื่นๆอีกด้วย

“โอมา นายไหวหรือเปล่า”

“แบบนี้มีหวังฉันตายแน่ บอสมีดาเมจเยอะเกินฉันอาจจะทนไม่ไหวจริงๆ”

ดูริดทำสีหน้าสิ้นหวง พวกเขาทั้งหมดใช้เวลานานพอสมควรในการค้นหาวิหารแห่งนี้และบอสตัวดังกล่าว แต่ถึงแม้ว่าหากพวกเขาจะพ่ายแพ้ พวกเขาก็สามารถกลับมาแก้มือใหม่ได้อีกตลอด แต่ทว่าสิ่งที่พวกเขากังวนนั้นไม่ใช่การเสียเวลา แต่เป็นเพราะพวกเขาจะไม่สามารถไปยังเขตพื้นที่ต่อไปได้หากไม่สามารถสังหารบอสตัวนี้

ในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้อย่างสิ้นหวัง ผู้เล่นคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดเกราะอัศวินก็โผล่ออกมาจากทางเข้าห้องวิหาร

“เฮ้ยนายอัศวิน อย่างพึ่งเข้ามาบอสตัวนี้เป็นของพวกเรา”

สมาชิกปาร์ตี้หันมองไปตามทิศทางของบุคคลที่ริวตะโกนถาม ทันใดนั้นบอสโกเล็มก็มีปฏิกิริยาเปลี่ยนไปคล้ายกับว่ามันกำลังโดนสกิลยั่วยุที่เหมือนกับของโอมา แต่สีหน้าและท่าทางของโอมาก็บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าตัวของเขานั้นไม่ได้ทำ

บอสพุ่งเข้าใส่อัศวินปริศนาอย่างบ้าคลั่ง กำปั้นหินขนาดมหึมาทุบเข้าใส่อัศวินหนุ่มด้วยความดุร้าย มันโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งและหนักหน่วงทุกๆการโจมตีของบอสสามารถสังหารผู้เล่นที่ไม่ใช่อาชีพผู้พิทักษ์ได้ในครั้งเดียว แรงกระแทกของการโจมตีจากบอสก่อให้เกิดหมอกควันฟุ้งกระจายไปทั่วลานต่อสู้

ดูริดไม่เข้าใจสถานการณ์ เธอพยายามมองหาสมาชิกปาร์ตี้คนอื่นๆด้วยความเป็นห่วงก่อนที่เสียงของใครจะบางคนดังขึ้น

“นี่จะปล่อยให้บอสโจมตีจนมันเหนื่อยก่อนหรือไง พวกคุณไม่คิดจะโจมตีมันเลยหรอ”

ฝุ่นที่ปกคลุมพื้นที่ลานวิหารค่อยๆจางหายไป ปรากฏอัศวินหนุ่มกำลังยกโล่คู่สีแดงป้องกันการโจมตีที่หนักหน่วงของบอสอยู่เพียงลำพัง

โอมายืนมองการตั้งรับของอัศวินหนุ่มด้วยความตกตะลึง

‘รับการโจมตีของบอสได้ด้วย? แม้ว่าเขาจะใช้โล่แต่มันก็หักล้างความเสียหายได้เพียงแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นเท่านั้น และเมื่อกี้เขาถูกบอสโจมตีอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่ายี่สิบครั้งในคอมโบเดียว พลังป้องกันและปริมาณHPต้องมีมากขนาดไหนเนี่ย’

“ทุกคนนี่เป็นโอกาศ ใช้สกิลทุกอย่างที่มีเอาชนะบอสนั้นซ่ะ”

เสียงของดูริดเรียกสติของสมาชิกปาร์ตี้ทุกคนกลับมา สมาชิกในปาร์ตีพยักหน้าเข้าใจในคำสั่ง พวกเขาเริ่มงัดทุกอย่างที่มีโจมตีโถมเข้าใส่บอส

Chapter : 1

[ท่านติดสถานะหวาดกลัว]

ขณะที่วิ่งหัวใจของผมก็เต้นรัว จิตใจก็เต็มไปด้วยความกลัวและอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน ป่าดูเหมือนจะปิดล้อมผมไว้ ป่าไม้ที่มีลักษณะเป็นเขาวงกตพร้อมกับแสงจันทร์ทอดเงาอันน่าขนลุกบนพื้นป่า ทำให้เกิดลางสังหรณ์อันเลวร้าย ขาที่เริ่มปวดขณะที่ผมวิ่งอย่างสุดชีวิต แต่ละก้าวเป็นคำวิงวอนอันสิ้นหวังเพื่อความอยู่รอด ราวกับว่าชีวิตของผมขึ้นอยู่กับมัน

หากผมมองหันหลังกลับไป โครงกระดูกไล่ตามอย่างไม่หยุดยั้ง นิ้วกระดูกของพวกมันยื่นออกมาหาผม เสียงการไล่ล่าของพวกมันดังก้องไปทั่วป่า เพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้แก่จิตใจ รอยเท้ากลวงๆของพวกเขาดูเหมือนจะเยาะเย้ยว่าผมไม่สามารถหลบหนีจากมันได้ นั้นทำให้ผมยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น ผมสะดุดล้มครั้งแล้วครั้งเล่า สะดุดรากไม้และกิ่งก้านที่ร่วงหล่นราวกับป่ากำลังจะรั้งตัวของผมเอาไว้

“อั๊ค!!”

แต่ความกลัวผลักดันให้ไปข้างหน้า จิตใจของผมวิ่งพล่านไปกับความคิดที่จะหลบหนี ความพยายามอันสิ้นหวังที่ว่าตัวเองจะพบความปลอดภัยภายในป่ารกร้างแห่งนี้มันช่างริบหรี่ มีแต่ความรู้สึกหวาดกลัวอย่างล้นหลามปรากฏอยู่เสมอ มันกัดแทะความตั้งใจของผมและดูเหมือนว่าจะกลืนกินจิตใจอย่างช้าๆ

“ยากช่ะมัด กี่ครั้งแล้วที่เราต้องวิ่งหนีหางจุกตูดแบบนี้”

ท่ามกลางการวิ่งฝ่าความมืดอันแสนสิ้นหวัง เราเห็นแสงสว่างจางๆอยู่ข้างหน้า

“แสง?”

สิ่งนี้คือความหวังอันริบหรี่ในใจของผม ด้วยความหวังครั้งใหม่ ผมผลักดันตัวเองให้หนักขึ้น ราวกับว่าแสงสว่างถือเป็นกุญแจสู่ความรอด ผมวิ่งอย่างสุดชีวิตเพื่อหวังจะไปถึงแสงสว่างนั่น

“ขอร้องล่ะ อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวจริงๆ”

ในที่สุดเมื่อทะลุขอบป่าพร้อมกับหอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย ตัวผมสะดุดเข้ากับพื้นที่โล่งเล็กๆ แสงสว่างที่นำทางผมมากลายเป็นตะเกียงที่ส่องสว่างภายในกระท่อมที่ทรุดโทรม ความโล่งใจท่วมท้นภายในหัวใจทันที

ตัวผมมองย้อนกลับไปภายในป่าที่วิ่งผ่านมา พวกโครงกระดูกหยุดอยู่ที่ขอบป่า แสงสีแดงคล้ายดวงตาที่ไร้ชีวิตชีวาของพวกมันจับจ้องมาที่ผมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“รอดแล้ว เราหนีมาได้”

ตัวผมที่ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดในชีวิตในการวิ่งฝ่าความมืด รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายและในขณะที่กำลังจะก้าวเข้าไปในกระท่อมดังกล่าว

[ท่านเข้าสู่พื้นที่ ป้อมปราการจากบรรพกาล]

“หืม พึ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกแฮะ”

สิ่งก่อสร้างเบื้องหน้าดูเหมือนว่าจะเป็นกระท่อมที่ใกล้จะพังทลาย มันมีรอยแตกร้าวตามผนังและมีเศษซากกระจัดกระจายไปทั่วพื้น สถานที่รอบๆมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับป่าทึบที่ผมเพิ่งหลบหนีมา

“แต่ดูยังไงมันก็กระท่อมร้างชัดๆเลยนี่หว่า”

ภายนอกจากกระท่อมเป็นทุ่งหญ้าเล็กๆ ไร้มอนสเตอร์ ภูมิทัศน์ดูไม่คุ้นตา ไม่มีสถานที่สำคัญหรือสัญลักษณ์ของอารยธรรมที่คุ้นเคย มันเป็นเครื่องเตือนใจอันน่าสะพรึงกลัวถึงสิ่งที่ไม่รู้ที่อยู่ข้างหน้า

เดิมทีตัวผมก็ไม่ได้หวังอะไรในสถานที่แบบนี้อยู่ เพราะหลังจากที่ได้รับภารกิจจากชายชราในป้อมปราการศักดิ์สิทธิ์เราจึงได้มุ่งหน้ามาทำภารกิจตามคำขอ แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่าภารกิจและระดับของมอนสเตอร์มันจะยากขนาดนี้ กว่าสองเดือนที่เดินหน้าทำภารกิจที่ไม่รู้จุดหมาย รายละเอียดบอกแค่ว่าให้ตามหาตำราเจ้าแห่งปราการเหล็ก ในเขตพื้นที่รกร้างเท่านั้น ผมวนอยู่ในป่าแห่งเขาวงกตมากกว่าสองเดือนไม่มีที่ท่าว่าจะเจอชักครั้ง

ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อผมตายอยู่ในเขาวงกตตัวละครของผมก็จะไม่ได้กลับไปเกิดอยู่ที่เมือง สิ่งนี้มันทำให้ภารกิจยิ่งยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในช่วงแรกที่เตรียมพร้อมมาผมมีทั้งไอเท็มสนับสนุนและอุปกรณ์สำรองมากมาย แต่เมื่อทุกครั้งที่ต้องต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ที่แกร่งจนผิดธรรมชาติของเกม แม้แต่พวกโครงกระดูง่อยๆก็มีพลังโจมตีและHPที่สูงจนน่าตกใจ โดนแค่ไม่กี่ทีก็คงลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้ว

และเมื่อทุกครั้งที่เราพลาดเสียHPจนหมดตัว ในครั้งแรกก็คิดว่าจะได้ไปเตรียมไอเท็มและอุปกรณ์มาใหม่ แต่ที่ไหนได้ตัวละครของผมต้องได้สุ่มเกิดใหม่อยู่ภายในเขาวงกตนี้จนกว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จ เรื่องบ้าบอแบบนี้มันวนเวียนอยู่กว่าสองเดือน

“คิดแล้วก็เซ็งช่ะมัด สองเดือนที่ผ่านมาว่างเปล่าราวกับสายลมจริงๆ”

ในระหว่างที่กำลังคิดถึงเรื่องราวที่โหดร้าย สายตาของผมก็ได้บังเอิญไปเจอกับตู้เก็บของเก่าๆตู้หนึ่ง ผมพยายามไม่สนใจอะไรจากมันและพยายามตั้งสติเพื่อเบนความสนใจออกจากตู้เก่าๆที่อยู่ตรงหน้า แต่แล้วความอยากรู้อยากเห็นของผมมันก็ห้ามไว้ไม่อยู่

เพียงแค่เปิดประตูตู้ออก ฝุ่นปริศนาคละคลุ้งไปทั่วห้อง หลังจากปัดฝุ่นออกไปในวินาที่ที่เพียงชำเลืองสายตาเข้าไปด้านในตู้ก็ต้องเหลือบไปเห็นหนังสือโทรมๆเล่มหนึ่งถูกวางเอาไว้

“เฮ้ยๆอย่าบอกน่ะว่าใช่”

ฮึก!

ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางมองไปที่ภารกิจด้านขวามุมของสายตา

[ภารกิจลับของอัศวินผ่านศึก]

ระดับภารกิจ : ?

รายละเอียด : ตามหา ตำราเจ้าแห่งปราการเหล็ก ในสถานที่รกร้างแห่งบรรพกาล

รางวัลภารกิจ : 200 ทอง ,EXP 2,000 สกิลปริศนาจากคลาสอัศวิน

บทลงโทษหากยกเลิกภารกิจ : ไม่สามารถยกเลิกภารกิจ หากพยายามใช้ไอเท็มภารกิจ NPC อัศวินทุกคนบนป้อมปราการศักดิ์สิทธิ์จะเป็นศรัทตรูกับคุณ

[ท่านค้นพบ ตำราเจ้าแห่งปราการเหล็ก]

ภาพของความยากลำบากตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ทั้งหมดถูกย้อนกลับมาฉายใหม่ในหัวสมองอีกครั้ง ความปีติยินดีมีมากเสียจนทำให้ผมต้องหลั่งน้ำตาออกมา ขอบคุณสวรรค์ที่กรุณามอบความอดทนและความมุ่งมั่นมาให้ หากไม่มีพวกมันแล้วผมคงไม่มีวันอดทนจนทำภารกิจที่ยากลำบากและโหดร้ายแบบนี้จนสำเร็จได้ การได้ทำภารกิจสำเร็จ ทำให้ตัวผมรู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อยเลยทีเดียว

“คิกคิก…”

“เยชชช!! ในที่สุด….ในที่สุดเราก็หามันเจอแล้ว!!”

ภารกิจระดับ C ที่ยากเทียบเท่าระดับ S นอกจากจะทำยากแล้ว มันยังไม่ยอมให้ยกเลิกกลางคันอีกด้วย! นับตั้งแต่เริ่มเควสต์จน มาถึงตอนนี้ เราได้ตายไปกี่ครั้งกันแล้วนะ?

‘เจ้าจะเจอเส้นทางของอัศวินเมื่อเจ้าได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดและความยากลำบากที่แสนหาหัส จงนำ ตำราเจ้าแห่งป้อมปราการเหล็ก มาให้ข้าแล้วข้าจะแสดงเส้นทางของอัศวินให้เจ้าดู’

คำพูดของชายชราภายในป้อมปราการศักสิทธิ์ก็ลอยมา ในตอนนั้นที่ผมกำลังเบียวอัศวินจึงตัดสินใจเล่นเกมนี้เพราะว่ามันสมจริง แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกมนี้ที่ให้อิสระกับผมแทบทุกอยากมันกลับกลายเป็นดาบสองคม เมื่อมีอิสระและความยืดหยุ่นทุกสิ่งที่ผมจะได้รับจากเกมนี้นั้นมันก็ว่างเปล่าด้วยเช่นกัน ใครที่ชกต่อยเป็นก็จะไปเล่นอาชีพที่ตัวเองถนัด แต่ตัวผมที่ไม่ถนัดอะไรชักอย่าง อย่างมากก็เคยแกว่งไม้กวาดไปมาโดยคิดว่ามันเป็นดาบเท่านั้น และยิ่งพวกมอนสเตอร์ในเกมนี้มันเก่งมากๆจนแทบจะคิดได้ว่าพวกมันมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง

“เหลือแค่เอากลับไปส่งภารกิจสิน่ะ”

คลืน….

เสียงของแผ่นดินที่สั่นสะเทือนดังขึ้นจากด้านนอกของกระท่อม ผมที่ได้ยินเสียงดังกล่าวรีบคว้าหนังสือเก็บเข้าช่องเก็บของก่อนที่จะวิ่งออกไปดู เบื้องหน้าตรงใจกลางทุ่งหญ้า อัศวินในชุดเกราะสีดำปริศนาปรากฏตัวออกมา แต่ใบหน้าของมันเผยให้เห็นเนื้อหนังสีแดงฉาน ผิวหนังหลุดรุ่ยด้วยตาที่ไร้ชีวิตชีวากำลังจับจ้องมาที่ผมอย่างอาคาดแค้น

[แจ้งเตือนบอสพื้นที่ อัศวินซากศพแห่งบรรพกาล ปรากฏตัว!!]

“ตอนนี้เนี่ยน่ะ!!”

ผมที่ยังทันไม่ได้พูดจบ บอสอัศวินซอมบี้ก็พุ่งมามาโจมตีใส่ เราที่หลบอย่างฉิวเฉียด

“เดี๋ยวก่อนสิ”

ฉิบ!

ดาบสีเงินตัดผ่านอากาศอย่างน่ากลัว คมดาบเฉียดใบหูและเส้นผมของผมอย่างหวุดหวิด จิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากดาบและดวงตาคู่นั้นของอัศวินทำให้ผมเสียวซ่านไปยันกระดูกสันหลัง

แกร๊ก แกรก

อัศวินเริ่มทำท่าทางแปลกๆ ตัวผมที่พยายามจะตอบโต้ทำได้เพียงหลบคมดาบที่รวดเร็วของอัศวินซอมบี้ตัวนี้เท่านั้น

ฉิบ!

“อั๊ค”

ดาบสีเงินคมกริบตัดผ่านชุดเกราะที่แสนภาคภูมิใจของผมของเราสร้างความเสียหายอย่างมากกับHP แขนซ้ายของผมถูกดาบฟันเพราะใช้ปกป้องศีรษะของตัวเอง

[ท่านติดสถานะ เน่าเปื่อย]

Chapter : 2

“แย่ละ HP กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง แบบนี้มีหวังได้ตายอีกรอบแน่ๆ”

ผมที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากบอสอัศวินซอมบี้ สิ่งที่ทำมาทั้งหมดกำลังจะสูญเปล่าการที่ผมจะต่อสู้กับบอสเพียงลำพังมันเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าเจียมตัว แต่เกมนี้มันบังคับให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว

การเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ประเภทบอสต้องมีสมาชิกปาร์ตี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไปเท่านั้น หากใครที่บ้ายอและมั่นใจในพลังของตัวเองเข้าไปเผชิญหน้าเพียงลำพัง ระบบของเกมก็จะลดทอนความเสียหายที่บอสได้รับจากผู้เล่นมากสุดถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์

“ไม่ยอมหรอกโว้ย!! ใครจะไปยอมกันอีกแค่นิดเดียวก็จะเสร็จภารกิจแล้ว”

“แบบนี้ต้องหนี หนีอย่างที่เราเคยทำมาตลอด”

ถึงแม้ว่าตัวผมจะเบียวการเป็นอัศวินแต่เกียรติที่ผมยึดถือนั้นคือการเอาตัวรอดเป็นยอดดี ผมหนีเพื่อมีชีวิตรอดแล้วค่อยกลับมาแก้แค้นที่หลัง ไอ้พวกที่ยึดมั่นในเกียรติของตัวเองว่าจะต้องสู้จนตัวตาย พวกนั้นก็แค่เป็นพวกบ้าที่ไม่รักชีวิต

ถึงแม้ว่าการที่ตัวละครของผมตายไปภายในเกมจะไม่ได้ส่งผลเสียอะไรมากนัก แต่สิ่งที่เป็นจุดน่ารังเกียจของระบบชุบชีวิตนั้นก็คือการใช้เหรียญทองมากมายในการชุบชีวิตตัวละครขึ้นมาอีกทั้งคือจะสุ่มดรอปของจากตัวละครของผมในทุกๆครั้งที่ตัวละครตาย

“มีแต่พวกคนรวยเท่านั้นแหละที่ไม่สนชีวิตของตัวละคร แต่โทษทีว่ะฉันไม่มีเงินมากขนาดที่จะยอมเสี่ยง”

“ไปล่ะโว้ยยยยย!!”

ผมวิ่งสัปตีนแตกเพื่อหวังให้ตัวเองวิ่งพ้นระยะของบอส ระยะที่มีโอกาสหลุดจากการต่อสู้กับบอสได้คือร้อยเมตร ผมตัดสินใจวิ่งเข้าไปสู่ป่าเขาวงกตที่ผมพึ่งหลบหนีออกมาถึงแม้ว่าจะเป็นสถานที่ที่อันตรายแต่ผมก็ไม่ได้มีทางเลือกอะไรมากนัก

“อั๊ค!! วิ่งมาขนาดนี้ยังโดนอีกหรอ?”

“ในเวลาไม่นานหลังจากติดสถานะ HP ของเราแปบเดียวก็ลดเหลือมาถึงครึ่งแล้ว แบบนี้ไม่ไหวแน่”

“อีกแล้วตัวละครเรากำลังจะตาย ตายไปโดยที่ทุกอย่างจะต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดงั้นหรอ? บบนี้มันน่าเกียจชะมัด ทำไมต้องเป็นแบบนี้ทุกทีเลย ตั้งแต่บังเอิญไปรับภารกิจนั้นมาเพราะความเบียว มันกลับกลายเป็นต้นเหตุของนรกนี้”

“หนีไม่ทัน มันเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ”

ในตอนนี้ผมตัดสินใจไม่วิ่งหนีหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับบอสตรงๆพร้อมกับกดใช้ไอเท็มทุกอย่างในกระเป๋า ยาโพชั่นHP โพชั่นกล้ามเนื้อ โพชั่นเพิ่มสปีด ผลไม้เน่าของซากศพ ผมกดใช้ทุกๆอย่างที่กดใช้ได้ภายในกระเป๋าเพื่อหวังที่จะใช้ต่อสู้กับบอสเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต

[คำเตือน ท่านกำลังพยายามเรียกใช้ไอเท็มภารกิจ!!]

[คำเตือน ท่านกำลังพยายามเรียกใช้ไอเท็มภารกิจ!!]

[คำเตือน ท่านกำลังพยายามเรียกใช้ไอเท็มภารกิจ!!]

ผมที่ไม่ได้สังเกตการแจ้งเตือนที่อยู่ตรงหน้า สมองของผมในตอนนี้มันรู้แค่ว่าเพียงคำว่าเทหมดหน้าตัก ใช้ทุกอย่างที่มี

“จะอะไรก็ช่างแมร่ ไหนๆก็จะขิตแล้ว เอาให้มันล้มละลายไปเลย เกมหัว*!!”

[ท่านใช้งาน ตำราแห่งเจ้าปราการเหล็ก NPC และผู้เล่นคลาสอัศวินทุกคนบนป้อมปราการศักดิ์สิทธิ์จะเป็นศรัทตรูกับท่าน]

[คลาสอาชีพของท่านกลายเป็น เจ้าแห่งปราการเหล็ก]

[สเตตัสทั้งหมดจะถูกโยกไปให้ค่า Def.]

[เพิ่มพลังป้องกันอย่างมหาศาลด้วยการ x2 Def. ของไอเท็มสวมใส่ประเภทชุดเกราะและโล่]

[เพิ่ม Def. พื้นฐาน 1000 ทันทีเมื่อสวมใส่ชุดเกราะหนัก]

[รีเซ็ตเลเวลและค่าประสบการทั้งหมด]

[ภารกิจลับของอัศวินผ่านศึกถูกยกเลิก]

“ข้อความแจ้งเตือนพวกนี้มันอะไรกัน อย่าบอกนะว่า…”

ผมรีบตรวจสอบค่าสถานะของตัวเองทั้งหมด

*ชื่อตัวละคร : แทงค์ Lv.1

*HP : 546/1060 MP : 125/200

*อาชีพ: อัศวิน (เจ้าแห่งปราการเหล็ก)

*สเตตัส : Str.1 Vit.1 Dex.1 Agi.1 Cri.1

*พลังโจมตี(Atk.) : 1 พลังป้องกัน(Def.) : 1000

*สกิลติดตัว :

จิตวิญญาณของผู้ไม่ย่อท้อ รายละเอียด ฟื้นฟู HP 5% ทุกๆ5วินาที

ปณิธานแห่งอัศวิน รายละเอียด ทุกๆครั้งที่มอนสเตอร์มองเราเป็นเป้าหมาย ลดความเสียหายทั้งหมดลง 80%

*น้ำหนักของสัมภาระ : 890 Kg. (น้ำหนักสัมภาระที่มากเกินไปส่งผลให้การเคลื่อนที่ช้าลง)

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย แล้วไอ้ค่าพลังป้องกันเป็นพันนี่มันหมายความว่ายังไง แล้วภารกิจของเราด้วย”

ผมที่กำลังแตกตื่นกับสเตตัสของตัวเองและภารกิจที่พึ่งถูกยกเลิกไป ขณะในวินาทีที่บอสโจมตีมาผมก็เผลอไปรับการโจมตีของบอสอย่างกระทันหัน แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ ดาเมจของบอสที่โจมตีตัวผมมันน้อยนิดมาก เท่ากับดาเมจมอนสเตอร์เลเวลต่ำเลยด้วยซ้ำ

“เอ๊ะ!! HP ลดแค่นิดเดียว”

“หืม….หรือว่า”

เพื่อความแน่ใจในสมมุติฐานของตัวเอง ผมไม่รอช้าพุ่งเข้าไปชัดกับบอสตรงๆ ทุกๆครั้งที่ผมโจมตีบอส ความเสียหายก็จะไม่ได้ถูกสร้างขึ้น ในขณะเดียวกันบอสก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงแก่ผมได้เช่นกัน ด้วยพลังฟื้นฟูอัติโนมัติของผมบอสก็ไม่สามารถสังหารผมได้

“นี่โชคดีหรือโชคร้ายเนี่ย! ตัวเรามีพลังป้องกันมากแต่ก็ต้องแลกมากับการที่ไม่มีพลังโจมตี”

“ทุกอย่างมันจบแล้ว จะตายก็ตายไม่ได้ หนทางชนะก็ไม่มี บัดซ_ที่สุด!!”

ผมที่เริ่มหยุดการกระทำทุกอย่างนั่งรับการโจมตีของบอสเพื่อหวังว่าไม่นานมันคงจะสังหารตัวละครของผมได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง ดาเมจที่บอสสร้างขึ้นกับผมนั้นไม่สามารถทำให้ตัวละครของผมตายได้

“เอ้ย!! ก่อนหน้านั้นแกยังเก่งอย่างกับบัคของเกม ไหง่ตอนนี้เอ็งกลับมีแรงโจมตีเท่าลมตดกัน”

“โอ้ยหงุดหงิดโว้ยยยย!!”

จะทำยังไงก็ไม่ตายชักที ตัวของผมเริ่มเบื่อหน่ายกับการกระทำที่ไร้จุดหมายของตัวเองเลยตัดสินใจเดินทางกลับเมืองเริ่มต้น เพราะเลเวลที่ถูกรีเซ็ตให้กลายเป็นหนึ่ง ต่อให้มีปัญญาจัดการกับมอนสเตอร์ที่อยู่แถวนี้ได้ก็คงไม่ได้ค่าประสบการณ์ เพราะความต่างของเลเวลระบบจึงสร้างข้อกำจัดในการได้รับค่าประสบการณ์เอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นใช้ประโยชน์จากปริมาณค่าประสบการณ์ของมอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่า

“มอนสเตอร์ในป่านี้มีเลเวลมากกว่า 70 ต่อให้จัดการได้ก็คงไม่ได้EXP”

“ถ้าอยากเล่นเกมนี้ต่อก็คงมีแต่จะต้องกลับไปยังเมืองเริ่มต้นเท่านั้นสิน่ะ เฮ้อ!!”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...