โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SEX ดีต่อร่างกายอย่างไร?

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 19 ก.ย 2567 เวลา 09.24 น.

เพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงเป็นกิจกรรมที่ตอบสนองความพึงพอใจทางกามารมณ์เท่านั้น แต่อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายด้วย ทั้งช่วยลดความเครียด เสริมสร้างคุณภาพชีวิต ไปจนถึงอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก และโรคหัวใจ เป็นต้น

- ลดความเครียด และลดความดันโลหิต

ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphins) และฮอร์โมนต่างๆ ที่ช่วยทำให้รู้สึกดีในขณะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งจะส่งผลช่วยให้จิตใจสงบได้ด้วย โดยมีงานวิจัยหนึ่งพบว่ากิจกรรมทางเพศช่วยป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงขณะเกิดภาวะเครียด และผลการวิจัยส่วนใหญ่ที่ศึกษาในด้านนี้ก็ชี้ว่า การร่วมเพศจะช่วยลดระดับความเครียดได้ดี โดยเฉพาะเมื่อมีการสอดใส่ อย่างไรก็ตาม การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีการสอดใส่และการช่วยตัวเองก็อาจส่งผลดีได้เช่นเดียวกัน

- ช่วยให้ใบหน้าอ่อนเยาว์

งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าคู่รักที่มีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ดูอ่อนกว่าวัยถึง 10 ปี เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ไม่บ่อยนัก อาจเพราะกิจกรรมนี้ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน จนส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งกระจ่างใส นอกจากนี้ การมีเพศสัมพันธ์ยังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งการเจริญเติบโตออกมา ซึ่งช่วยให้ผิวหนังยืดหยุ่นและป้องกันการเกิดริ้วรอยได้ด้วย

- นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อถึงจุดสุดยอด ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินและสารออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือฮอร์โมนแห่งความรักและความผูกพันออกมา โดยฮอร์โมนดังกล่าวอาจช่วยทำให้จิตใจสงบและนอนหลับได้ดีขึ้น ซึ่งการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยให้มีอายุยืนยาวขึึ้นและมีพลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวัน

- กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

การมีเพศสัมพันธ์มีส่วนช่วยเพิ่มระดับสารที่ป้องกันเชื้อโรค ไวรัส และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ได้ จากงานวิจัยพบว่า ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งมีระดับสารภูมิต้านทานโรคหรือแอนติบอดี (Antibody) บางชนิดสูงกว่าผู้ที่มีกิจกรรมทางเพศน้อยครั้ง แต่นอกจากการมีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงด้วยวิธีอื่นด้วย เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามระยะเวลาที่กำหนด และใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยงทุกครั้ง เป็นต้น

- บรรเทาอาการปวดศีรษะ

ผลการวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การมีเพศสัมพันธ์อาจช่วยลดอาการปวดศีรษะบางชนิดได้ดีกว่าการใช้ยาแก้ปวด เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมา ซึ่งเป็นสารระงับความเจ็บปวดที่ร่างกายผลิตขึ้นตามธรรมชาติ โดยสอดคล้องกับการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งที่พบว่า จำนวนผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ขณะปวดศีรษะแล้วมีอาการทุเลาลงมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด

- คลายอาการปวดประจำเดือน

เมื่อผู้หญิงถึงจุดสุดยอด กล้ามเนื้อมดลูกจะหดตัวและร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินไปยังสมอง ซึ่งช่วยบรรเทาอาการปวดและช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย โดยจะส่งผลให้อาการปวดประจำเดือนบรรเทาลง และอาจช่วยลดอารมณ์แปรปรวนที่เกิดขึ้นในช่วงมีรอบเดือนได้ด้วย นอกจากนี้ กล้ามเนื้อที่หดเกร็งขณะถึงจุดสุดยอดอาจช่วยคลายกล้ามเนื้อมดลูกที่ตึงอยู่ ซึ่งช่วยลดอาการปวดท้องขณะมีประจำเดือนได้เช่นกัน

- บำรุงสุขภาพหัวใจ

การมีเพศสัมพันธ์ส่งผลดีต่อหัวใจเช่นเดียวกับการออกกำลังกายอื่นๆ จากการวิจัยพบว่าชายที่มีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยลง เช่น เป็นโรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจขาดเลือดน้อยกว่าผู้ที่มีเพศสัมพันธ์เพียงเดือนละ 1 ครั้งหรือน้อยกว่านั้น โดยมีการศึกษาชิ้นหนึ่งระบุว่า การมีเพศสัมพันธ์อาจถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์เป็นเวลาประมาณ 25 นาทีนั้น ผู้ชายสามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 4 แคลอรี่/นาที ส่วนผู้หญิงก็เผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 3 แคลอรี่/นาที

สำหรับผู้ที่กังวลว่าการมีเพศสัมพันธ์อาจส่งผลกระทบต่อหัวใจ สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาก็ได้ระบุว่า ผู้ที่ไม่มีปัญหาโรคหัวใจ และผู้ที่มีค่าการใช้พลังงานในระดับกิจกรรมหนักปานกลาง เช่น สามารถเดินได้เร็ว ออกกำลังกายแบบแอโรบิก ขี่จักรยาน และว่ายน้ำเร็วปานกลาง เป็นต้น บุคคลเหล่านี้สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างปลอดภัยตามปกติ

- ลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก

จากงานวิจัยพบว่า ชายที่ถึงจุดสุดยอดมากกว่า 21 ครั้ง/เดือน มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าชายที่ถึงจุดสุดยอดเพียง 4-7 ครั้ง/เดือนถึง 20 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ควรค้นคว้าเพิ่มเติมในประเด็นนี้ต่อไป เพื่อพิสูจน์ว่าการถึงจุดสุดยอดบ่อยๆ นั้น สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้จริงหรือไม่

- มีเพศสัมพันธ์อย่างมีความสุขและปลอดภัย

การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยป้องกันตนเองและคู่นอนจากการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น การติดเชื้อเอชไอวี (HIV) โรคหนองใน และซิฟิลิส เป็นต้น นอกจากนี้ เพื่อสนองความต้องการทางเพศของทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์ควรพูดคุยและทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมทางเพศหรือประวัติทางเพศของอีกฝ่าย รวมทั้งเลือกวิธีการป้องกันโรคติดต่อและการคุมกำเนิดด้วย เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์หากยังไม่พร้อมจะมีลูก

ทั้งนี้ ผู้ที่มีความต้องการทางเพศที่มากเกินไปและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ทางเพศของตนเองได้นั้น อาจเสี่ยงต่อการเสพติดทางเพศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต คุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ และอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นปัญหาอาชญากรรมได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...