โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ข้าทาสรับใช้’ติดคุก-แต่‘ทักษิณ’รอด

แนวหน้า

เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

อดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร นั้น นับตั้งแต่เข้ามาอยู่ในวงจรอำนาจ เริ่มจากเข้าไปอยู่พรรคพลังธรรมของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง โดยการชักชวนของ พล.ต.จำลอง ในปี 2537 และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ตามโควตาของพรรคพลังธรรม จนถึงวันนี้ 30 ปีพอดี ซึ่งใครต่อใครล้มหายตายจากและรับเวรรับกรรมติดคุกเพราะทักษิณก็เยอะ แต่ทักษิณยังอยู่และไม่เคยติดคุก

30 ปี-บนเส้นทางการเมืองที่เต็มไปด้วยอำนาจและผลประโยชน์ของ“ทักษิณ ชินวัตร” ได้สร้างบาดแผลที่เป็น“วีรเวร”ไว้มากมาย ใครที่ยอมสยบและทอดตัวรับใช้ทักษิณ มีจุดจบที่ไม่สวยงามให้เห็นเป็นตัวอย่างจำนวนไม่น้อย

เคยเขียนในคอลัมน์“คิด เขียน คุย”นี้หลายครั้งว่า เรื่องราวของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร นั้น ยิ่งกว่าหนังชีวิตเรื่องยาวที่ไม่ธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาเพราะทักษิณไม่ยอมทำตัวให้เป็นคนธรรมดา เป็นคนที่มีนิสัยถาวรขี้โกงและเห็นแก่ประโยชน์ของตนเป็นหลัก

“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นจำเลยในคดีทุจริตต่อหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลายคดี และหลบหนีคดีออกไปอยู่ต่างประเทศนานกว่า 15 ปี พร้อมทั้งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาลงโทษจำคุก พอรู้ว่ากลับมาแล้วสามารถหลีกเลี่ยงไม่ต้องไปติดคุกในเรือนจำได้ เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และมีอำนาจอิทธิพลเหนือรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ถึงได้ยอมกลับมา

และเรื่องนี้นายธีรยุทธ สุวรรณเกสร ทนายอิสระ ได้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญไปแล้วว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษ จาก 8 ปีเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี แต่พบว่าทักษิณใช้พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นเครื่องมือควบคุมการบริหารรราชการแผ่นดิน สั่งการรัฐบาลผ่านกระทรวงยุติธรรม, กรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจให้เอื้อประโยชน์แก่ตน โดยระหว่างต้องโทษจำคุกได้พักอาศัยอยู่ห้องพัก ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อไม่ต้องรับโทษอยู่ในเรือนจำแม้แต่วันเดียว เป็นการฝ่าฝืนไม่น้อมรับโทษจำคุกในเรือนจำตามพระบรมราชโองการ

ไม่เพียงแต่เท่านั้น ในสำนวนคำร้องของนายธีรยุทธ สุวรรณเกสร ยังระบุด้วยว่า การกระทำดังกล่าวของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เป็นการกระทำที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง ทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ส่งผลให้เกิดการเซาะกร่อน บ่อนทำลายพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์ในที่สุด

อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับ รัฐมนตรีและข้าราชการที่เกี่ยวข้องตามคำร้องที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกสร อ้างว่า “ทักษิณ ชินวัตร” สั่งการรัฐบาลผ่านกระทรวงยุติธรรม, กรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ นั้น เวลานี้ถูกร้องและอยู่ระหว่างการสอบสวนของ ป.ป.ช. ซึ่งอาจจะต้องติดคุกรับเวรรับกรรมเพราะ“ทักษิณ”ก็มีความเป็นไปได้สูง

อาทิ นายทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์, นายนัสที ทองปลาด อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, นพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์, พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อดีตนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ และพล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจคนปัจจุบัน เป็นต้น

นอกจากกรณีอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร“ติดคุกทิพย์”ที่ข้าราชการประจำจะต้องรับเวรรับกรรมเพราะทักษิณแล้ว ก็ยังมี“กรณีตากใบ”ที่มีอดีตข้าราชการทหาร ตำรวจ และพลเรือน อีก 7 คน ในยุคที่ทักษิณครองอำนาจในปี 2547 และเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คนไทยมุสลิมถึง 78 คนต้อง“ตายทั้งเป็น” ซึ่งเวลานี้กำลังหนีอย่างหัวซุกหัวซุนเพื่อรอให้คดีความพ้นอายุ 20 ปีในวันที่ 25 ตุลาคมที่จะถึงนี้

อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ 7 คนที่อยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับ“คดีตากใบ” แบบว่า“แก่แล้วก็ยังอยู่ไม่เป็นสุข”เพราะไปเกี่ยวข้องกับ“ทักษิณ ชินวัตร” นั่นก็คือ พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี (อายุ 74 ปี), พล.อ.เฉลิมชัย วิรุฬห์เพชร (อายุ 76 ปี), พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ อดีต ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า และอดีต สว. (อายุ 73 ปี), พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ ยศขณะนั้นในฐานะอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 อดีต สว.(อายุ 77 ปี), พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกุล อดีตผู้กำกับสภ.อ.ตากใบในขณะนั้น (อายุ 70 ปี), นายศิวะ แสงมณี อดีตรองผอ.กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย (อายุ 78 ปี) และนายวิชม ทองสงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส (อายุ 78 ปี)

อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 7 คนนี้ ถ้าหนีได้พ้นวันที่ 25 ตุลาคมอีกสิบวันข้างหน้าได้ ก็ถือว่า“รอด” แต่ถ้าไม่รอดหากโดนตำรวจไทยตระคุบตัวได้ก่อนก็ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล และก็ไม่แน่ว่าอาจจะต้องติดคุกตายตอนแก่ เพราะกว่าคดีจะถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกาคงใช้เวลาไม่น้อย

เมื่อย้อนกลับไปดูในอดีตมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ติดคุกเพราะเข้าไปอยู่ใน“วังวน”ของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ก็มีให้เห็นมาแล้ว เช่น อดีต กกต. 3 คน คือ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีประธาน กกต., นายปริญญา นาคฉัตรีย์ อดีต กกต. เคยติดคุกมาแล้วคนละ 2 ปี และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนละ 10 ปี ส่วนอดีต กกต.อีกคนหนึ่ง คือนายวีระชัย แนวบุญเนียร เสียชีวิตก่อนคดีจะจบในชั้นศาลฎีกา อดีต กกต.ทั้งสามคนนี้เป็นจำเลยฐานกระทำผิดจัดการเลือกตั้งโดยไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม เพื่อช่วยเหลือพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้ง สส.ในวันที่ 2 เมษายน 2549

ส่วนระดับรัฐมนตรีที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ“ทักษิณ ชินวัตร”และต้องติดคุกก็มีอยู่ 2 คน ซึ่งไม่นับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นักโทษคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่เป็น 2 รัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มีทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี คือนายวัฒนา เมืองสุข และนพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี

นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ปี 2546 ติดคุกคดีทุจริต“โครงการบ้านเอื้ออาทร”มีโทษจำคุก 50 ปี ซึ่งเวลานี้ก็ยังอยู่ในคุก และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ระหว่างปี 2545-2548 ติดคุก 1 ปี จากคดีทุจริต“แก้สัมปทานดาวเทียมเอื้อประโยชน์เครือชินคอร์ป” ที่ปัจจุบันนี้ นพ.สุรพงษ์ หรือ“หมอเลี๊ยบ”ก็ยังคงรับใช้“ตระกูลชินวัตร”เหมือนเดิม โดยมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี-“แพทองธาร ชินวัตร”

สรุปก็คือใครที่รับใช้“ทักษิณ ชินวัตร”ตายแบบศพไม่สวยทุกราย !

รุ่งเรือง ปรีชากุล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...