โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชทัณฑ์ เผย กฎหมายยาเสพติดใหม่ เปิดช่องลดโทษ “ผู้ต้องขังยาเสพติด”

INN News

เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2564 เวลา 08.21 น. • INN News

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผย ราชกิจจาฯ ประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ เปิดช่องลดโทษ "ผู้ต้องขังคดียาเสพติด"

 

วันนี้ (10 ธ.ค. 64) นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ตามที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศบังคับใช้พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 และประมวลกฎหมายยาเสพติด วันที่ 9 ธ.ค. 64 โดยมุ่งเน้นสืบสวนหาตัวหัวหน้าผู้สั่งการและยึดทรัพย์ตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำหนดอัตราโทษใหม่ในบางฐานความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดวัตถุออกฤทธิ์และสารระเหย คำนึงถึงพฤติการณ์ ความร้ายแรง และจะมีการนำพฤติการณ์การกระทำความผิดมาพิจารณาอัตราโทษแทนการใช้บทสันนิษฐาน ซึ่งบางฐานความผิดจะมีกำหนดโทษลดลง

 

ส่วนกรณีคดีถึงที่สุดจะทำให้ผู้ต้องขังที่มีโทษตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่บัญญัติในกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งอาจต้องยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ศาลพิจารณากำหนดโทษใหม่ได้ โดยปัจจุบัน กรมราชทัณฑ์รับหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ต้องขัง 289,332 คนทั่วประเทศ ในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด 237,763 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 82.18 ของผู้ต้องขังทั้งหมด และเป็นนักโทษเด็ดขาดในคดียาเสพติดที่คดีถึงที่สุดแล้ว จำนวน 196,611 คน

 

ทั้งนี้ การยื่นคำร้องขอให้ศาลเปลี่ยนแปลงกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดเป็นการพิจารณาคำร้องโดยดุลยพินิจของศาลที่พิจารณาพิพากษาคดี จึงไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ต้องขังรายใดจะได้รับการกำหนดโทษหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล จำนวนคดี และลักษณะความผิดที่กระทำ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter :https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...