โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คืบหน้า ตึก สตง. ถล่ม หลังผ่านมามากกว่า 30 วัน คาดใช้เวลา 2-3 วัน เคลียร์พื้นที่ทั้งหมด

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 06.08 น.

คืบหน้า ตึก สตง. ถล่ม หลังผ่านมามากกว่า 30 วัน คาดใช้เวลา 2-3 วัน เคลียร์พื้นที่ทั้งหมด ยัน การทำงานเป็นการพลิกแผ่นดิน พลิกพื้นอาคาร ค้นหาผู้สูญหาย พร้อมพาสื่อมวลชนเข้าไปบริเวณจุดเกิดเหตุ

วันที่ 6 พ.ค. 68 ที่ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)แห่งใหม่ ที่ถล่มลงมา นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหาย กล่าวว่า วันนี้ในพื้นที่ก่อสร้างอาคาร สตง. เราสามารถเปิดพื้นตัวแผ่นคอนกรีตชั้นใต้ดินได้ครบหมดแล้ว ทั้งโดยรอบและตัวอาคาร ทั้งหมด 40 40 เมตร ยังเหลือแค่พื้นที่ B2 และ B3 ซึ่งเป็นจุดทางเชื่อมกับอาคารจอดรถที่ยังตกค้างอยู่เล็กน้อย ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรื้อถอน

ในส่วนของตัวซากอาคารที่ล้มร่วงลงไปกองอยู่ด้านข้าง ในพื้นที่โซน B ความสูงเทียบเท่ากับตึก 1 ชั้น สูงราว 3 เมตร ความกว้าง 15-20 เมตร เป็นพื้นที่ว่าง แต่ในส่วนชั้นใต้ดินยังไม่ได้ยุบลงไป แต่ข้างใต้พบว่าเสาเหล็กหักโค่นลงอยู่มาก จุดนี้เจ้าหน้าที่จึงต้องทำงานกันอย่างระมัดระวัง เนื่องจากการใช้เครื่องจักรหนักทำงาน อาจไปเพิ่มน้ำหนัก และอาจทำให้พื้นดินยุบหรือทรุดตัวลงได้ คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน จะสามารถเคลียร์พื้นที่ได้ทั้งหมด ซึ่งถ้าหากมองจากด้านนอกก็จะอยู่ตรงแนวอาคารที่จอดรถ แต่ไม่มากนัก

สำหรับเมื่อวานจนถึงช่วงเช้าวันนี้ การค้นหาผู้สูญหายยังคงดำเนินการต่อเนื่อง และในตัวอาคารยังไม่พบร่างผู้สูญหายเพิ่ม แต่ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมด เป็นการพลิกแผ่นดิน พลิกพื้นอาคาร และค้นหาผู้สูญหายที่ยังติดค้างอยู่ในอาคาร ซึ่งหลังจากนี้ก็จะต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของชิ้นส่วนมนุษย์ที่ยังค้างกว่า 200 ชิ้น ที่ได้ส่งให้กับทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจด้วย เพื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอว่าเป็นร่างมนุษย์กี่ราย และจะต้องนำมาตรวจสอบให้ตรงกับข้อมูลพนักงานสอบสวนที่ได้แจ้งว่ามีผู้สูญหายทั้งหมด 109 คนหรือไม่ ถ้าหากพบว่าตัวเลขไม่ตรงกัน ก็จะต้องไปตรวจสอบรายละเอียดฐานข้อมูลว่ามีข้อมูลไหนที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ เพราะวันนี้เราสามารถเปิดที่ของอาคารได้ทั้งหมดแล้ว

เมื่อถามว่าภารกิจการค้นหาจบแล้วหรือไม่ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า ในส่วนของข้อมูลจากพนักงานสอบสวนยังพบว่ายังต้องตามผู้สูญหายอยู่ 13 ราย แต่ในตัวอาคารจากการค้นหา ไม่พบร่างผู้สูญหายเพิ่ม แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังคงเหลือกองปรักหักพังที่อยู่ในโซน B ตามที่ได้บอกไว้ข้างต้น ซึ่งจากการวิเคราะห์อาจจะเป็นไปได้ที่ร่างอาจจะทับกันอยู่ และเพื่อให้สิ้นข้อสงสัย จึงอยู่ระหว่างดำเนินการรื้อถอน

จากนั้นผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วย นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ไปยังบริเวณชั้นใต้ดินที่ได้มีการรื้อถอนไปแล้วเมื่อวานนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าในสถานที่จริง โดยพื้นที่มีขนาดกว้าง 40 คูณ 40 เมตร และสูง 4 เมตร

โดยนายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการวางผัง และพัฒนาเมือง ได้อธิบายถึงโครงสร้างของอาคาร สตง. แห่งใหม่ และแผนการค้นหาร่างของผู้ติดค้างอยู่ภายในซากอาคาร ทั้งโซน A B C และ D ซึ่งจุดที่พบผู้สูญหายมากที่สุด คือ จุดบันไดหนีไฟ และเป็นพื้นที่ในการกู้ซากผู้เสียชีวิต โดยเราได้ดำเนินการค้นหาร่าง และเศษชิ้นเนื้ออย่างไม่ละเว้นพื้นที่ส่วนไหนเลย คาดว่าอีกประมาณ 4-5 วัน จะรื้อซาก และค้นหาคนที่ติดอยู่ภายในจนกว่าจะแล้วเสร็จ

ส่วนความยากในการปฏิบัติงาน คือ ยากทุกอย่างเนื่องจากเราเองไม่มีประสบการณ์ที่จะรื้อซากตึก กว่า 30 ชั้น และมีผู้เสียชีวิตอยู่ในพื้นที่เกือบ 100 ชีวิต ในการทำงานเราทำด้วยความระมัดระวังเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด แล้วก็รักษาพาพวกเขาออกมา แต่สุดท้าย เราพยายามดำเนินการมาตลอด

“สิ่งที่ระมัดระวังมากที่สุด เนื่องจากโครงสร้างมีความซับซ้อน ทำให้มีความลำบากในการใช้เครื่องจักรดำเนินการ เราต้องระมัดระวังร่างที่ติดอยู่ในพื้นที่ ทำให้การทำงานค่อนข้างลำบาก”

อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณเอกชน ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เข้ามาดำเนินการในการรื้อตั้งแต่วันแรก โดยทุกคนมาด้วยใจและช่วยกันดำเนินการอย่างเต็มที่ เราใช้เครื่องจักรกว่า 70-80 เครื่อง เรามีการดำเนินการและการวางแผนงาน ซึ่งหน้างานค่อนข้างมีอุปสรรค เรามีการประชุมตั้งแต่ 9 โมงเช้า และ 6 โมงเย็นของทุกวัน ซึ่งหน้างานมักจะเจอปัญหา แต่ต้องแก้ปัญหาตลอด แต่ละวันไม่เคยเหมือนกันเลย คนที่เข้ามาทำงานในนี้ ก็เต็มที่ในการกู้ร่างผู้เสียชีวิตกลับบ้าน

ขณะที่บริเวณปล่องลิฟท์ และบันไดหนีไฟ อาคารที่เชื่อมกับอาคารจอดรถ พบว่าเป็นจุดที่มีร่างของผู้เสียชีวิตมากที่สุด คาดว่าตอนช่วงเกิดเหตุผู้เสียชีวิต น่าจะวิ่งมาที่จุดนี้ ซึ่งจากการสังเกต พบว่ามีเครื่องเซ่นไหว้วางบริเวณรอบจุดนี้ราว 4-5 จุด

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าว สังเกตุเห็นบริเวณชั้น 4 ของอาคารจอดรถ ประตูด้านหน้า ติดป้ายข้อความว่า “ออฟฟิตสนาม บริษัท ก้าวพีเค จำกัด” และยังคงมีรองเท้าของคนงานถอดวางอยู่ ตลอดจนป้ายด้านข้าง มีรูปคนงาน และรายละเอียด safety board กรณีหากเกิดเหตุไฟไหม้ และเกิดอุบัติเหตุด้วย

ขณะที่ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันโดยสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ หน้ากองอำนวยการ ข้อมูล ณ เวลา 18:00 น. ของวันที่5 พ.ค.68 พบผู้เสียชีวิตแล้ว 87 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และอยู่ระหว่างการติดตามอีก 13 ราย จากผู้ประสบเหตุทั้งหมด 109 ราย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...