UBS Wealth ปรับลดมุมมอง “หุ้นสหรัฐ” สู่ neutral ดาวน์เกรดหุ้นกลุ่มเทคฯ-AI-หุ้นไต้หวัน
UBS Wealth ปรับลดมุมมอง "หุ้นสหรัฐ" สู่ neutral หั่นเป้าดัชนี S&P 500 เหลือ 5,800 จุด พร้อมดาวน์เกรดหุ้นกลุ่มเทคฯ-AI-หุ้นไต้หวัน
วันที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 10.11 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าUBS Global Wealth Management ปรับลดมุมมองต่อหุ้นสหรัฐ โดยเตือนถึงความผันผวนของตลาดที่จะยืดเยื้อ เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ที่กระทบต่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และส่งผลเป็นวงกว้างต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
UBS Global Wealth Management ได้ปรับลดอันดับความน่าลงทุนของหุ้นสหรัฐ จาก “น่าดึงดูด” (attractive) เป็น “เป็นกลาง” (neutral) พร้อมกับลดเป้าหมายดัชนี S&P 500 สำหรับสิ้นปี 2568 จาก 6,400 จุด เหลือ 5,800 จุด โดยเป้าหมายใหม่นี้ยังคงบ่งชี้ว่าดัชนีจะเพิ่มขึ้น 7.5% จากราคาปิดของวันพฤหัสบดี (3 เม.ย.68)
Mark Haefele ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ UBS กล่าวเมื่อวันที่ 33 เม.ย.68 ว่า“ขอบเขตของมาตรการภาษีที่ประกาศออกมานั้น สร้างความประหลาดใจให้กับทั้งเราและตลาดโดยรวม โดยตลาดจะมีความผันผวน ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่มาตรการภาษีจะยกระดับตอบโต้กันไปมา การสอบสวนตามมาตรา 232 ซึ่งอาจนำไปสู่ภาษีใหม่เพิ่มเติมจากสหรัฐ และแนวโน้มการถูกปรับลดประมาณการกำไรและเศรษฐกิจอย่างเป็นวงกว้าง”
ทั้งนี้การปรับลดมุมมองนี้สะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ อาจเดินหน้าต่อนโยบายการค้าแม้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยหุ้นสหรัฐ ซึ่งทรัมป์มักใช้เป็นคะแนนวัดความสำเร็จ ประสบกับวันที่แย่ที่สุดในรอบ 5 ปีเมื่อวันพฤหัสบดี (3 เม.ย.68) ภายหลังการประกาศภาษี
Mark Haefele ระบุว่า อัตราภาษีที่สูงขึ้นและการเติบโตที่ลดลง จะกดดันผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ ในขณะเดียวกันความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่, ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง, และท่าทีของฝ่ายบริหารของทรัมป์ที่ดูจะยอมรับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจได้จะส่งผลให้ส่วนเพิ่มความเสี่ยง (risk premia) ยังคงอยู่ในระดับสูง
UBS ยังปรับลดมุมมองต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐ, กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI), และหุ้นไต้หวันจาก ‘น่าดึงดูดมากที่สุด’ (most attractive) เหลือเพียง ‘น่าดึงดูด’ (attractive)
อ้างอิง : bloomberg.com