สำรวจตลาดที่อยู่อาศัยภาคอีสาน 5 จังหวัด ทำเลขายได้สูงสุด-เหลือขายสูงสุด
The Bangkok Insight
อัพเดต 26 เม.ย. 2568 เวลา 03.01 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2568 เวลา 03.01 น. • The Bangkok InsightREIC เผยภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ครึ่งหลัง ปี 2567 อุปทานพร้อมขาย 14,592 หน่วย เปิดโครงการใหม่ 1,873 หน่วย เหลือขาย 12,855 หน่วย เช็กทำเลขายได้สูงสุด-เหลือขายสูงสุด
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานสถานการณ์ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังอยู่ระหว่างขายในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ของจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดมหาสารคาม
จากการสำรวจพบว่า สถานการณ์โดยรวมด้านการขายทุกจังหวัดที่ทำการสำรวจยังคงทรงตัว ยกเว้นในบางพื้นที่หรือบางทำเลที่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ประเภทโครงการอาคารชุดและวิลล่า เนื่องจากเป็นทำเลที่มีศักยภาพจึงทำให้ยอดขายและอัตราดูดซับดีขึ้น
ในภาพรวมมีจำนวนอุปทานพร้อมขาย 14,592 หน่วย มูลค่า 51,628 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการอาคารชุด 4,265 หน่วย มูลค่า 11,542 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านจัดสรร 10,327 หน่วย มูลค่า 40,086 ล้านบาท มียอดขายได้ใหม่ 1,737 หน่วย ลดลง 21.5% มูลค่า 5,714 ล้านบาท ลดลง 29.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ เป็นการขายได้ใหม่ที่เป็นบ้านแนวราบ 1,037 หน่วย มูลค่า 3,992 ล้านบาท และเป็นอาคารชุด 700 หน่วย มูลค่า 1,722 ล้านบาท โดยจังหวัดนครราชสีมามียอดขายได้ใหม่บ้านแนวราบสูงสุดจำนวน 372 หน่วย มูลค่า 1,482 ล้านบาท และจังหวัดขอนแก่นมียอดขายอาคารชุดสูงสุดที่ 366 หน่วย มีมูลค่าเพียง 781 ล้านบาท
ขณะที่หน่วยเปิดตัวใหม่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด มีจำนวนรวม 1,873 หน่วย เพิ่มขึ้น 4.4% มูลค่า 5,625 ล้านบาท ลดลง 42.9% ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ที่เป็นบ้านแนวราบ 697 หน่วย มูลค่า 2,925 ล้านบาท และเป็นอาคารชุด 1,176 หน่วย มูลค่า 2,673 ล้านบาท โดยจังหวัดขอนแก่นและอุดรธานีมีการเปิดขายโครงการใหม่ใกล้เคียงกัน
ส่วนบ้านแนวราบของขอนแก่นเปิดตัวใหม่ 301 หน่วย มูลค่า 978 ล้านบาท และอาคารชุด 309 หน่วย มูลค่า 702 ล้านบาท และอุดรธานีมีอาคารชุดเปิดตัวใหม่ 456 หน่วย มูลค่า 1,086 ล้าน ส่วนจังหวัดนครราชสีมาไม่มีการเปิดตัวอาคารชุดใหม่
ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัดมีที่อยู่อาศัยเหลือขายในช่วงครึ่งหลังปี 2567 มีจำนวน 12,855 หน่วย เพิ่มขึ้น 10.3% มูลค่า 45,914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 ในจำนวนดังกล่าวเป็นโครงการบ้านจัดสรร 9,290 หน่วย มูลค่า 36,094 ล้านบาท และเป็นโครงการอาคารชุด 3,565 หน่วย มูลค่า 9,820 ล้านบาท
จังหวัดนครราชสีมา เป็นจังหวัดที่มีบ้านแนวราบเหลือขายสูงสุดถึง 4,147 หน่วย มูลค่า 16,222 ล้านบาท รองลงมาคือจังหวัดขอนแก่น มีจำนวน 2,780 หน่วย มูลค่า 11,606 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดขอนแก่นมีจำนวนหน่วยอาคารชุดเหลือขายสูงสุดจำนวน 2,223 หน่วย มูลค่า 4,713 ล้านบาท ในขณะที่จังหวัดนครราชสีมามีจำนวนอาคารชุดเหลือขายเพียง 741 หน่วยเท่านั้น แต่มีมูลค่าอาคารชุดเหลือขายสูงถึง 3,772 ล้านบาท
ตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดนครราชสีมา
จากผลสำรวจครึ่งหลังปี 2567 สำรวจในพื้นที่มีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 5,313 หน่วย ลดลง 13.7% มูลค่า 21,756 ล้านบาท ลดลง 17.4% โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 4,519 หน่วย มูลค่า 17,704 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 794 หน่วย มูลค่า 4,052 ล้านบาท มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาด 193 หน่วย ลดลง 73.3% มูลค่า 877 ล้านบาท ลดลง 86.9%
ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่จำนวน 425 หน่วย ลดลง 49.5% มูลค่า 1,762 ล้านบาท ลดลง 57.7% โดยมีหน่วยเหลือขายจำนวน 4,888 หน่วย ลดลง 8.1% มูลค่า 19,994 ล้านบาท ลดลง 9.8% เป็นโครงการบ้านจัดสรรจำนวน 4,147 หน่วย ลดลง 8% มูลค่า 16,222 ล้านบาท ลดลง 8.8% เป็นโครงการอาคารชุดจำนวน 741 หน่วยลดลง 8.5% มูลค่า 3,772 ล้านบาท ลดลง 14%
ทำเลที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนจอหอ จำนวน 148 หน่วย มูลค่า 530 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนในเมือง จำนวน 91 หน่วย มูลค่า 372 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนหัวทะเล จำนวน 50 หน่วย มูลค่า 142 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนปากช่อง จำนวน 32 หน่วย มูลค่า 171 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนวังกะทะ จำนวน 31 หน่วย มูลค่า 127 ล้านบาท
ทำเลที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนในเมือง จำนวน 1,450 หน่วย มูลค่า 5,596 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนจอหอ จำนวน 1,338 หน่วย มูลค่า 4,344 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนหัวทะเล จำนวน 633 หน่วย มูลค่า 2,143 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนปากช่อง จำนวน 410 หน่วย มูลค่า 1,768 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนสุรนารี จำนวน 334 หน่วย มูลค่า 1,236 ล้านบาท
ภาพรวมจังหวัดขอนแก่น
ในช่วงครึ่งหลังปี 2567 สำรวจในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น มีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 5,680 หน่วย เพิ่มขึ้น 21% มูลค่า 18,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7% โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 3,091 หน่วย มูลค่า 12,787 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 2,589 หน่วย มูลค่า 5,495 ล้านบาท
ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 610 หน่วย ลดลง 17.1% มูลค่า 1,680 ล้านบาท ลดลง 23.5% ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 677 หน่วย ลดลง 29.4% มูลค่า 1,963 ล้านบาท ลดลง 20.7% มีจำนวนที่อยู่อาศัยเหลือขาย 5,003 หน่วย เพิ่มขึ้น 33.9% มูลค่า 16,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566
ทำเลที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนในเมือง จำนวน 368 หน่วย มูลค่า 898 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนเลี่ยงเมืองสนามบิน จำนวน 118 หน่วย มูลค่า 482 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนศิลา จำนวน 55 หน่วย มูลค่า 143 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนบ้านทุ่ม-บ้านหว้า จำนวน 46 หน่วย มูลค่า 128 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนเลี่ยงเมืองบ้านค้อ จำนวน 29 หน่วย มูลค่า 113 ล้านบาท
ทำเลที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนในเมือง จำนวน 1,953 หน่วย มูลค่า 5,719 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนเลี่ยงเมืองสนามบิน จำนวน 1,304 หน่วย มูลค่า 5,162 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนศิลา จำนวน 598 หน่วย มูลค่า 1,582 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนบ้านหนองหลุบ จำนวน 392 หน่วย มูลค่า 1,514 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนบ้านทุ่ม-บ้านหว้า จำนวน 336 หน่วย มูลค่า 1,037 ล้านบาท
ภาพรวมจังหวัดอุบลราชธานี
สำหรับครึ่งหลังปี 2567 สำรวจในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี มีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 1,522 หน่วย เพิ่มขึ้น 16.4% มูลค่า 4,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,096 หน่วย มูลค่า 3,520 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 426 หน่วย มูลค่า 910 ล้านบาท
ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 462 หน่วย เพิ่มขึ้น 225.4% มูลค่า 1,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126.7% ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 172 หน่วย ลดลง 14.4% มูลค่า 548 ล้านบาท ลดลง 19.8% โดยมีจำนวนหน่วยเหลือขาย 1,350 หน่วย เพิ่มขึ้น 22% มูลค่า 3,882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566
ทำเลที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนเซ็นทรัลอุบล-ท่าบ่อ จำนวน 68 หน่วย มูลค่า 216 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนบ้านขาม จำนวน 51 หน่วย มูลค่า 151 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนนาเมือง จำนวน 34 หน่วย มูลค่า 111 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนห้วยวังนอง-ท่านิคม จำนวน 8 หน่วย มูลค่า 26 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนสนามกีฬาทุ่งบูรพา จำนวน 5 หน่วย มูลค่า 28 ล้านบาท
ทำเลที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนบ้านขาม จำนวน 444 หน่วย มูลค่า 1,246 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนเซ็นทรัลอุบล-ท่าบ่อ จำนวน 408 หน่วย มูลค่า 1,071 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนนาเมือง จำนวน 234 หน่วย มูลค่า 699 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนตลาดเจริญศรีอุบล จำนวน 98 หน่วย มูลค่า 248 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนห้วยวังนอง-ท่านิคม จำนวน 59 หน่วย มูลค่า 191 ล้านบาท
ภาพรวมจังหวัดอุดรธานี
ช่วงครึ่งหลังปี 2567 สำรวจในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 1,546 หน่วย เพิ่มขึ้น 37.1% มูลค่า 5,587 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% โดยแบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,090 หน่วย มูลค่า 4,501 ล้านบาท โครงการอาคารชุด 456 หน่วย มูลค่า 1,086 ล้านบาท มีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 573 หน่วย เพิ่มขึ้น 1,636.4% มูลค่า 1,882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,896.7%
ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 413 หน่วย เพิ่มขึ้น 181% มูลค่า 1,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.7% โดยมีจำนวนหน่วยเหลือขาย 1,133 หน่วย เพิ่มขึ้น 15.5% มูลค่า 4,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566
ทำเลที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนในเมือง จำนวน 291 หน่วย มูลค่า 785 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนหมูม่น จำนวน 75 หน่วย มูลค่า 329 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนนาดี จำนวน 19 หน่วย มูลค่า 58 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนหนองบัว จำนวน 18 หน่วย มูลค่า 75 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนบ้านจั่น จำนวน 6 หน่วย มูลค่า 21 ล้านบาท
ทำเลที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนในเมือง จำนวน 454 หน่วย มูลค่า 1,668 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนหมูม่น จำนวน 342 หน่วย มูลค่า 1,533 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนนาดี จำนวน 144 หน่วย มูลค่า 428 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนหนองบัว จำนวน 110 หน่วย มูลค่า 424 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนบ้านจั่น จำนวน 31 หน่วย มูลค่า 99 ล้านบาท
ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดมหาสารคาม
สำหรับครึ่งหลังปี 2567 สำรวจในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม มีที่อยู่อาศัยเสนอขายรวมทั้งสิ้น 531 หน่วย ลดลง 8.3% มูลค่า 1,574 ล้านบาท ลดลง 10.4% แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 531 หน่วย มูลค่า 1,574 ล้านบาท ไม่พบโครงการอาคารชุด
ตลาดที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 35 หน่วย ลดลง 78.3 มูลค่า 84 ล้านบาท ลดลง 77.4% ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีจำนวน 50 หน่วย ลดลง 23.1% มูลค่า 159 ล้านบาท ลดลง 20% มีจำนวนหน่วยเหลือขาย 481 หน่วย ลดลง 6.4% มูลค่า 1,415 ล้านบาท ลดลง 9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566
ทำเลที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนท่าสองคอน จำนวน 18 หน่วย มูลค่า 61 ล้านบาท
อันดับ 2 โซน ม.ใหม่ จำนวน 16 หน่วย มูลค่า 44 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนในเมือง จำนวน 10 หน่วย มูลค่า 36 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนแวงน่าง จำนวน 5 หน่วย มูลค่า 16 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนเกิ้ง จำนวน 1 หน่วย มูลค่า 3 ล้านบาท
ทำเลที่อยู่อาศัยเหลือขายสูงสุด 5 อันดับแรก
อันดับ 1 โซนท่าสองคอน จำนวน 207 หน่วย มูลค่า 634 ล้านบาท
อันดับ 2 โซนในเมือง จำนวน 114 หน่วย มูลค่า 347 ล้านบาท
อันดับ 3 โซนม.ใหม่ จำนวน 96 หน่วย มูลค่า 234 ล้านบาท
อันดับ 4 โซนแวงน่าง จำนวน 41 หน่วย มูลค่า 139 ล้านบาท
อันดับ 5 โซนเกิ้ง จำนวน 23 หน่วย มูลค่า 61 ล้านบาท
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ส่องตลาดที่อยู่อาศัยภาคเหนือ 5 จังหวัดครึ่งหลัง ปี 2567 ชะลอตัวทุกจังหวัด
- ปลดล็อคเกณฑ์ LTV ตัวช่วยพยุงตลาดอสังหาฯ ไทย ระบายสต็อก 2.34 แสนยูนิต
- หวั่นปีนี้ ตลาดที่อยู่อาศัย ทรุดกว่าที่คิด เปิดโครงการใหม่ ม.ค.แค่ 11 โครงการ
ติดตามเราได้ที่