ผู้เสียหาย ขอร้านทองรับผิดชอบ หลังซื้อแผ่นภาพทองคำ แต่ได้พลาสติก เสียหายกว่าล้านบาท
ผู้เสียหาย ขอร้านทองรับผิดชอบ หลังซื้อแผ่นภาพทองคำ แต่ได้พลาสติก เสียหายกว่าล้านบาท
วันที่ 24 เม.ย. 2568 ที่ สถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ นางสาววรนิตดา (สงวนนามสกุล) ผู้เสียหาย เดินทางเข้าแจ้งความ หลังซื้อแผ่นภาพทองคำจำนวน 4 กรอบ ด้วยความชื่นชอบส่วนตัวจึงใช้ตกแต่งร้านย้ายวังบูรพา รวมถึงซื้อแผ่นภาพทองคำขนาดเล็กอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อมอบให้กับญาติในช่วงเทศกาล โดยได้ซื้อจากร้านทองชื่อดังแห่งหนึ่งมานานกว่า 10 ปี ด้วยความสนิทและไว้ใจจึงไม่มีการเอะใจอะไร อีกทั้งในวันที่ซื้อมานั้นทางร้านได้ระบุว่าแผ่นภาพทองคำดังกล่าว ทางร้านได้ผลิตมาเอง เพื่อจัดจำหน่าย
นางสาววรนิตดา เล่าว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีกรณีทองปลอมตนก็เอะใจและกังวลว่าจะเป็นในลักษณะเดียวกัน จึงได้ติดต่อไปสอบถามทางร้าน แต่ทางร้านยืนยันว่าเป็นทองแท้ จคงไม่ติดใจอะไร เพราะตนก็เป็นลูกค้าประจำ ซื้อทองร้านนี้มาโดยตลอด กระทั่งเมื่อวานนี้ (23/04/68) ลูกชายทำทีมาสอบถามที่ร้านว่าหากจะนำแผ่นภาพทองคำมาขายคืนทางร้านจะรับซื้อคืนหรือไม่ แต่ทางร้านปฏิเสธว่า ‘ไม่รับซื้อคืน‘ ด้านลูกชายจึงแจ้งผู้เสียหายว่าหากไม่สบายใจจะนำไปหลอมที่ร้านทองย่านวังบูรพาให้ จึงได้แกะชิ้นส่วนแผ่นทองในกรอบรูปที่ซื้อไปหลอม พบว่าเป็นพลาสติกสีดำ เป็นยางยืด คล้ายพลาสติก จึงเดินทางแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรจักรวรรดิ จากนั้นได้นำแผ่นทองคำที่ซื้อไปมาเจรจากับทางร้านทองเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย โดยทางร้านทองได้ให้ตัวแทนออกมาพูดคุยแจ้งว่าให้นำหลักฐานการซื้อหรือหลักฐานการโอนเงินมายืนยันว่าซื้อจากร้านจริง ส่วนจะชดใช้หรือคืนเงินให้เท่าไหร่นั้นยังไม่ได้ระบุ ซึ่งทางร้านจะขอไปปรึกษากันก่อน
โดยหลังจากนี้ นางสาววรนิตดา ผู้เสียหาย แจ้งว่าจะเดินทางไปติดต่อธนาคารเพื่อขอสเตทเม้นย้อนหลังเมื่อ 8 ปีก่อน เพื่อนำมายืนยันกับร้านทองดังกล่าวว่าได้ซื้อทองจากที่ร้านไปจริง นอกจากนี้ผู้เสียหายได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่าในส่วนของราคาทองที่ซื้อไปในล็อตดังกล่าว มีมูลค่ามากกว่า 1,000,000 บาท ประกอบด้วย แผ่นทองคำรูปปลา ราคา 150,000 บาท , แผ่นทองคำรูปม้า ราคา 150,000 บาท , แผ่นทองคำรูปมังกร ราคา 250,000 บาท และแผ่นทองคำรูปเสือ ราคา 450,000 บาท แต่ส่วนหนึ่งได้มีการจ่ายเป็นเงินสดด้วย ประมาณ 500,000 บาท ซึ่งในส่วนที่จ่ายเงินสดนี้ไม่มีหลักฐานยืนยัน เนื่องจากใบเสร็จในขณะซื้อนั้นเป็นการเขียนด้วยปากกาบนกระดาษฉีกธรรมดา และด้วยระยะเวลา 8 ปี จึงไม่มีใบเสร็จดังกล่าวแล้ว
ด้านทนายความของร้านทองดังกช่าว ได้มีการหารือกันเบื้องต้นและแจ้งให้ทางผู้เสียหายทราบว่า แผ่นภาพทองคำดังกล่าวนั้นทางร้านรับจากที่อื่นมา ไม่ได้ผลิตเอง และได้ติดต่อร้านที่ผลิตเพื่อให้มาอธิบายต่อผู้เสียหายแล้ว ส่วนจะจบแบบไหนก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง
ทั้งนี้ ทนายความของร้านทองได้ถามทางผู้เสียหายว่าที่มาคือเพื่ออยากได้เงินคืนใช่หรือไม่ ด้านผู้เสียหายจึงตอบกลับว่า อยากได้เงินคืน เพราะเราก็ใช้เงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำเงินซื้อมา และวันนี้ก็เพียงแค่ลงบันทุกประจำวันไว้ เพราะยังคาดหวังว่าจะได้เงินคืน แต่หากไม่คืนแล้วจะเป็นการแจ้งความดำเนินคดีก็จะดำเนินการจามขั้นตอน และไม่จำเป็นต้องให้บริษัทที่ผลิตมาชี้แจง เพราะเราไม่ได้ซื้อจากบริษัทดังกล่าวแต่เราซื้อจากร้านทอง และหากบอกตั้งแต่แรกว่าไม่ใช่ทองแท้เราก็คงไม่ซื้อ และที่ผ่านมามักซื้อทองจากร้านดังกล่าวด้วยเงินสด ซึ่งบางครั้งพกเงินสดมาไม่พอ พนักงานที่ร้านก็กลับไปส่งเพื่อนำเงินสดมา เนื่องจากตนเปิดร้านขายสินค้าอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน
นางสาววรนิตดา ผู้เสียหาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เคยซื้อแผ่นภาพทองคำจากที่อื่นมา เมื่อนำไปหลอมขายก็ยังได้เป็นทองคำ แต่กรณีที่ซื้อกับร้านดังกล่าวนี้เมื่อหลอมแล้วกลับกลายเป็นสีดำ และเมื่อใช้นิ้วขูดแผ่นทองดังกล่าวก็หลุดติดนิ้วมา