โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

6 ขุนพลเบื้องหลังภาษีเดือด สะเทือนตลาดโลก

Finnomena

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 07.57 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 08.30 น. • Finnomena Funds

Highlight

  • 1. Scott Bessent – รัฐมนตรีคลังคนใหม่
  • 2. Stephen Miran – ประธานสภาที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ
  • 3. Howard Lutnick – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • 4. Peter Navarro – ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการค้าและอุตสาหกรรมการผลิต
  • 5. Kevin Hassett – ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ
  • 6. Elon Musk – ผู้หนุนการค้าเสรี ต่อต้านกำแพงภาษี
  • โอกาสการลงทุนที่ Finnomena Funds แนะนำการกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์ ในตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ไม่ได้มาพร้อมแค่สโลแกนเดิมอย่าง Make America Great Againแต่ยังมาพร้อม "แผนภาษีรอบใหม่" ที่หนักหน่วงและชัดเจนขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการหันเป้ากลับไปที่คู่ปรับตลอดกาลอย่าง “จีน” อีกครั้ง และครั้งนี้อาจใหญ่กว่าที่เคย

ศึกเก่ายังไม่จบ จีนยังเป็น “เป้าหมายหลัก”

ทรัมป์ยังคงมองจีนเป็น “ศัตรูทางเศรษฐกิจ” เบอร์หนึ่ง พร้อมทั้งพยายามกดดันพันธมิตรทั่วโลกให้ “เลือกข้าง” ระหว่างสหรัฐฯ หรือจีน โดยเชื่อว่าการขึ้นภาษีเป็นเครื่องมือที่จะกดดันให้จีนอ่อนข้อลง แต่ความจริงอาจไม่ง่ายแบบนั้น เพราะจีนแสดงให้เห็นแล้วว่า “อดทนได้มากกว่าที่สหรัฐฯ คิด” ทั้งยังตอบโต้ด้วยมาตรการแข็งกร้าว พร้อมเตือนประเทศอื่นที่ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ว่าจะเจอผลลัพธ์ที่ “เด็ดขาด”

ทรัมป์เริ่ม “ซอฟต์” แต่เกมยังไม่เปลี่ยน

ในทางกลับกัน ทรัมป์แสดงท่าทีประนีประนอมมากขึ้นในช่วงหลัง โดยกล่าวชื่นชมประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ว่า “ฉลาดและเป็นเพื่อนกันมานาน” พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจไม่ขึ้นภาษีเพิ่ม หรือแม้กระทั่ง “ลดภาษี” เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคอเมริกันได้รับผลกระทบจนเสียคะแนนนิยม อย่างไรก็ตาม จีนกลับเดินเกมแข็งกว่าเดิม พร้อมยื่น “เงื่อนไขที่ยากจะยอมรับ” เช่น การยอมรับไต้หวันว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีน ทำให้เกมเจรจารอบนี้อาจไม่ได้จบง่าย ๆ

6 ขุนพลผู้อยู่เบื้องหลังแผนภาษีสุดระห่ำ

เบื้องหลังแผนภาษีสุดแข็งกร้าวของทรัมป์ ไม่ได้ขับเคลื่อนโดยเขาคนเดียว แต่มี “ทีมเศรษฐกิจคนสนิท” ที่หลายคนเชื่อว่าเป็นผู้วางเกม วางแนวคิด และเขียนบทให้เขาเล่นบนเวทีการเมืองโลก 6 ขุนพลเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงที่ปรึกษาธรรมดา แต่ล้วนเป็น “ตัวละครสำคัญ” ที่จะมีบทบาทในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก

1. Scott Jensen – รัฐมนตรีคลังคนใหม่

Scott Bessent เป็นอดีต CIO ของ Soros Fund และผู้ก่อตั้ง Key Square Capital เขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านสกุลเงินและตราสารหนี้ที่มองว่า Tariff ไม่ใช่แค่กำแพงภาษี แต่เป็นกลยุทธ์ต่อรองเพื่อปรับสมดุลทางการค้า และปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ โดยสามารถใช้ควบคู่กับนโยบายค่าเงินเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ

2. Stephen Miran – ประธานสภาที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ

นักเศรษฐศาสตร์หัวแข็ง ผู้เขียนหนังสือ “User Guide to Restructuring the Global Trade System”ซึ่งกลายเป็นเหมือนคู่มือกลยุทธ์ให้กับทีมของทรัมป์ในการรื้อและสร้างระบบการค้าโลกใหม่ เขาเชื่อมั่นว่าการใช้ Tariff อย่างเด็ดเดี่ยวจะช่วยปรับโครงสร้างระบบการค้าโลกให้เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ และการออกแบบภาษีที่เหมาะสมจะไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ

3. Howard Lutnick – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

อดีต CEO ของ Cantor Fitzgerald และผู้ริเริ่มระบบ eSpeed สำหรับซื้อขายตราสารหนี้ เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่อยู่กับทรัมป์มาตั้งแต่ยุคแรก เขาเชื่อว่า Tariff คือเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาดุลการค้า สนับสนุนการผลิตในประเทศ และสร้างความยุติธรรมในการค้าระหว่างประเทศที่สหรัฐฯ ควรได้รับ

4. Peter Navarro – ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการค้าและอุตสาหกรรมการผลิต

หนึ่งในกลุ่มสายแข็งผู้สนับสนุน Tariff อย่างเปิดเผย ผู้เขียนหนังสือ "Death by China" และเบื้องหลัง Project 2025 เขาเรียกร้องให้บริษัทอเมริกันยักษ์ใหญ่ที่ย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ ย้ายฐานการผลิตกลับบ้าน พร้อมเสนอเก็บภาษีนำเข้ารุนแรงกับ 8 ประเทศที่มองว่าทำการค้าไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ โดยมองว่า Tariff คือทางเดียวในการฟื้นฟูภาคการผลิตของประเทศ

5. Kevin Hassett – ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ

อดีตประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทรัมป์ เขาเห็นว่า Tariff คืออาวุธเชิงยุทธศาสตร์ที่ใช้เปิดโต๊ะเจรจากับคู่ค้า เขาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการพักเก็บภาษี 90 วันเพื่อให้เกิดข้อตกลงการค้าใหม่ แต่ยังคงภาษี 10% เป็นฐาน พร้อมย้ำว่านี่คือสัญญาณว่าทรัมป์เอาจริง

6. Elon Musk – ผู้หนุนการค้าเสรี ต่อต้านกำแพงภาษี

แม้จะไม่ใช่นักการเมือง แต่ Musk มีบทบาทในกระทรวง DOGE (Department of Government Efficiency) และเป็นคนเดียวในทีมที่ต่อต้านนโยบาย Tariff อย่างชัดเจน เขาเชื่อว่าการแข่งขันควรมาจากนวัตกรรม ไม่ใช่กำแพงภาษี และเคยเสนอให้สหรัฐฯ เดินหน้าสู่การค้าแบบ Zero Tariff ร่วมกับยุโรป โดยล่าสุดยังมีประเด็นโต้กลับ Navarro ผ่านโซเชียลมีเดีย สะท้อนความขัดแย้งทางความคิดในทีมทรัมป์ได้อย่างชัดเจน

มุมมองต่อ Tariff ของแต่ละขุนพล

ในบรรดาขุนพลทั้ง 6 นี้ มีเพียง Musk ที่ชัดเจนว่า “ต่อต้านการเก็บภาษี” ขณะที่ Navarro ยืนกรานว่าต้องเก็บภาษีหนักที่สุดเท่าที่จำเป็น ส่วนอีก 4 คนที่เหลือ แม้จะไม่สุดโต่งเท่า Navarro แต่ก็พร้อมใช้ภาษีเป็น “เครื่องมือต่อรอง” มากกว่าจะใช้เป็นมาตรการจริงระยะยาว

ตลาดจะไปทางไหน? มุมมองจาก Finnomena Funds

Finnomena Funds มองแง่บวกต่อทิศทางตลาด หลังความกังวลเรื่องภาษีนำเข้าคลายตัว เมื่อทรัมป์เลื่อนการขึ้นภาษีออกไป 90 วัน สะท้อนการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือเจรจามากกว่าการจุดชนวนสงครามการค้าเต็มรูปแบบ การปรับฐานของตลาดที่ผ่านมาถือเป็นโอกาสลงทุน เราเชื่อว่าทรัมป์น่าจะผลักดันข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงเงินเฟ้อ ซึ่งอาจนำไปสู่การฟื้นตัวแบบ V-shape หากการเจรจาคืบหน้าและเฟดลดดอกเบี้ยตามมา

โอกาสการลงทุนที่ Finnomena Funds แนะนำ

มองว่าการเลื่อนขึ้นภาษี 90 วันของทรัมป์สะท้อนชัดว่า “การขึ้นภาษีนำเข้าไม่ใช่เป้าหมายจริง”แต่เป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองมากกว่า อีกทั้งทรัมป์ยังกล่าวว่าผู้นำหลายประเทศกำลังเข้ามาเจรจา ซึ่งยิ่งย้ำว่าการเปิดโต๊ะพูดคุยมีความเป็นไปได้ แม้ภาษีระหว่างจีน–สหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง แต่เริ่มเห็นแรงต้านจากภาคธุรกิจในสหรัฐฯ มากขึ้น จึงมีแนวโน้มว่าทั้งสองฝ่ายอาจหาทางออกร่วมกันในอนาคต Finnomena Funds จึงแนะนำโอกาสการลงทุนที่น่าจับตาในหลากหลายตลาดทั่วโลก ดังนี้

  • หุ้นเวียดนามPRINCIPAL VNEQ-A ได้อานิสงส์จากกระแส China Plus One
  • หุ้นอินเดียB-BHARATA และ TISCOINA-A ได้เปรียบจากความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐฯ
  • หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯB-INNOTECH และ TISCOAI ราคาปรับลงแรง แนวโน้มกลับมาเป็นบวก
  • หุ้นเกาหลีใต้ DAOL-KOREAEQ น่าสนใจเนื่องจากมีการปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก
  • หุ้นจีนMEGA10CHINA-A ราคาปรับฐานแรง มองว่ามีโอกาสฟื้นตัวหากความตึงเครียดผ่อนคลาย
  • หุ้นไทยปรับมุมมองเป็น Overweight ครั้งแรกในรอบหลายปี แนะนำกองทุน TISCOHD-A

คำแนะนำเพิ่มเติม

Finnomena Funds เตือนนักลงทุนอย่าขายตัดขาดทุน แนะหลีกเลี่ยงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยตรง แต่ให้พิจารณากองทุนพันธบัตร High Yield เช่น K-APB-A(A) หรือ ABGFIX-A แทน ส่วนทองคำ แม้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ราคาปรับตัวขึ้นมาสูงมากแล้ว สำหรับผู้สนใจหุ้นต่างประเทศ ทางเลือกอย่าง DR (Depositary Receipts) มีข้อได้เปรียบด้านภาษี โดยสามารถใช้บริการ Definite Global Select ที่ออกแบบพอร์ตให้ถือหุ้นไม่เกิน 10 ตัว กระจายในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยจำกัดน้ำหนักไม่เกิน 20% ต่อหุ้น และสามารถถือเงินสดบางส่วนได้หากไม่มีหุ้นที่เข้าเกณฑ์ พร้อมระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติทุกเดือน เพื่อกลยุทธ์ที่แม่นยำ

สามารถลงทะเบียนเพื่อรับบริการและรับข้อมูล Definit Global Select เพิ่มเติมได้ที่ https://www.finnomena.com/dgs/

อ้างอิง: Finnomena Live

คำเตือน:ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | การลงทุนอาจมีการกระจุกตัวสูงทั้งในรายหุ้นและรายอุตสาหกรรม | ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจสัญญารับฝาก DR ก่อนการลงทุน | การลงทุนผ่าน DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299 | สำหรับผู้ที่สนใจ Definit Global Select สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-9933 และทาง Email support@definitinvestment.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...