“รมต.แรงงาน” ยันแรงงานตึกถล่มได้รับการเยียวยาตามกฎหมายประกันสังคม
“รมต.แรงงาน” ยันแรงงานตึกถล่มได้รับการเยียวยาตามกฎหมายประกันสังคม โดยดูแลอย่างเท่าเทียมไม่ว่าแรงงานเหล่านั้นจะเป็นแรงงานที่เป็นคนไทยหรือเป็นคนต่างด้าว
เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2568 ที่กระทรวงแรงงาน นายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เข้ายื่นหนังสือถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงแรงงาน ถึงกรณีช่วยเหลือแรงงานจากตึกถล่ม
นายพิพัฒน์เผยว่า ซึ่งจากทีมงานของพรรคประชาชนได้เดินทางมาทวงถามกระทรวงแรงงานว่าจะมีการเยียวยาผู้ที่ประสบภัยในครั้งนี้ว่าได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคมหรือไม่ ซึ่งตนและผู้บริหารในกระทรวงแรงงานยืนยันว่าทุกรายจะได้รับเงินค่าชดเชยถึงแม้ว่าแรงงานเหล่านั้นจะเข้ามาทำงาน โดยถูกกฎหมายหรือไม่ถูกกฎหมายบ้าง ซึ่งในกรณีนี้ทางประกันสังคมโดยกระทรวงแรงงานจะไปไล่บี้กับผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการหลักหรือบริษัทรับจ้างเหมาทั้งหมด ในส่วนของบุคคลที่เข้าทำงานแล้ว แต่ไม่ได้อยู่ในประกันสังคมตามมาตรา 33 นั้นทางกฎหมายประกันสังคมก็จะให้ผู้ประกอบการมาเสียค่าปรับและเพิ่มเข้าไปในระบบของประกัน
“ ประกันสังคมเราจะรับผิดชอบในส่วนนี้ส่วนในสิ่งที่แรงงานไม่ถูกต้องตามกฏหมายโดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวเราจะต้องไปไล่เบี้ยกับบริษัทที่เป็นเจ้าของโครงการซับคอนแทคเอง” นายพิพัฒน์กล่าว
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่าขอให้สบายใจได้ว่าแรงงานที่เกิดการสูญเสียไม่ว่าจะกี่คนนั้นกระทรวงแรงงานโดยประกันสังคมก็จะรับผิดชอบและดูแลในส่วนนี้ ส่วนรายละเอียดการไล่เบี้ยหรือไล่บี้นั้นกรมสวัสดิการจะดำเนินการต่อในรายละเอียดทั้งหมด โดยประกันสังคมจะดูแลในส่วนนี้ ให้ดีที่สุดและให้ความเท่าเทียมไม่ว่าแรงงานเหล่านั้นจะเป็นแรงงานที่เป็นคนไทยหรือเป็นคนต่างด้าว
ส่วรกรณีค่าเยียวยานั้น นายพิพัฒน์เผยว่า ในเบื้องต้นจะอยู่ที่อายุงานของแต่ละคนว่าอายุงานเท่าไหร่สำหรับคนที่ได้รับบาดเจ็บคือคนที่ได้รับการดูแลจนหายและอย่างกรณีที่มีผู้เสียชีวิตกองทุนเงินทดแทนก็จะมีผู้เข้ามาดูแลต่อหลังจากที่ หากดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลทั้งหมดเกิดการเสียชีวิตกองทุนเงินทดแทนของประกันสังคมจะเข้ามาดูแลในส่วนที่ผู้ที่เกิดการสูญเสีย เบื้องต้นประมาณ 950,000 บาท แต่ถ้ามากกว่านั้นก็จะดูตามอายุงานว่าอยู่ตามประกันสังคมหรือไม่ หรือทำงานแล้วนานเท่าไหร่ในบริษัทนั้นๆ ซึ่งจะได้เงินเยียวยาของประกันสังคม ในเบื้องต้นสามารถแจ้งได้ว่าไม่น้อยกว่า 950,000 บาทต่อราย
“ถ้าหากอยู่ในประกันสังคมมาตรา 33 ก็จะได้สูงสุดประมาณ 1.7 ล้านบาท แต่รายละเอียดของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันการเข้ามาสู่ประกันสังคมหรือกองทุนเงินทดแทนในการทำงานนี้เป็นระยะเวลานานหลายวัน แต่สำหรับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะไปไล่เบี้ยตามบริษัทเหล่านั้น“ นายพิพัฒน์กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนของผู้เสียชีวิตรมีการเยียวยาอย่างไร นายพิพัฒน์ เผยว่าบางราย ก็ได้รับเงินเยียวยาไปเรียบร้อยแล้วแต่ก็มี บางรายที่อยู่ในระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์ไปแล้วว่าใครเป็นญาติพี่น้องและเราก็มีการพิสูจน์อัตลักษณ์ ถ้าเป็นแรงงานต่างด้าวก็ได้ติเต่อแต่ละสถานทูตไปแล้วทั้งเป็นประเทศเพื่อนบ้านและแรงงานชาวจีน ซึ่งตนยังไม่แน่ใจว่ามีหรือไม่แต่ตอนนี้ในขณะนี้เรายังไม่เจอซึ่งส่วนใหญ่ที่เจอจะเป็นคนไทยส่วนใหญ่และมีประเทศเมียนมาร์กับกัมพูชาบ้าง ในส่วนตรงนี้ก็จะต้องประสานกับทางสถานทูตแรงงานของประเทศนั้นนั้นว่าโอเคพร้อมสำหรับการพิสูจน์ดีเอ็นเอแล้วใช่หรือไม่ และมีการติดต่อทางญาติพี่น้องให้เข้ามารับทราบ
เมื่อถามว่าไม่มีข้อสรุปว่าแรงงานที่อาจไม่ถูกกฎหมายมีกี่คน ซึ่งการสืบอัตลักษณ์นั้นต้องรอหลังจากที่มีการเจอร่างก่อนเพราะเท่าที่ยังไม่เจอนั้น สูญหายนั้นบางคนอาจจะตกใจอยู่ในที่ต่างๆดังนั้นต้องรอรื้อออกมาว่ามีผู้ตกค้างอยู่เท่าไหร่ ถ้าหากไม่มีแล้วนั้นยังมีการประกาศการสูญหายก็จะต้องทำการสืบให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดูว่าบุคคลที่สูญหายไปไหนกันแน่และในขณะนั้นที่บัญชีว่าอยู่ในไซด์งานนั้นอยู่ในไซด์งานจริงหรือไม่ ซึ่งต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวน
ด้านนายเซียเผยว่า ได้พูดคุยกับผู้ประสบเหตุและผู้เกี่ยวข้อง วันนี้จึงเดินทางมายื่นหนังสือกับรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาที่จะเกิดในอนาคต สิ่งที่ห่วงที่สุดคือรัฐมนตรีได้พูดถึงคนที่สูญหายและคนที่เสียชีวิตซึ่งสิ่งที่กังวลเหล่านี้จะคลี่คลายไปได้ถ้าทางกระทรวงแรงงานได้ประสานงานกับผู้รับเหมาและให้ผู้รับเหมานำข้อมูลต่างๆมาให้ทราบว่าลูกจ้างที่อยู่ในไซด์งานที่ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มนั้นมีจำนวนกี่คน
ก่อนที่จะมาดูรายละเอียดว่า เป็นคนสัญชาติอะไรบ้างและได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างตนมองว่าทางกระทรวงแรงงานหรือรัฐบาลอาจจะมีมาตรการหรือการเยียวยาเพิ่มเติมกับผู้เสียชีวิตสำหรับผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมซึ่งมีข้อมูลอยู่แล้วก็คงจะน่ากังวลแต่สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมซึ่งไม่ทราบข้อมูลนั้นอยากให้กระทรวงแรงงานดูแลเยียวยาเช่นเดียวกับคนที่อยู่ในระบบ มองว่ามาตรการที่จะขึ้นทะเบียนได้ทั่วถึงมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหานั้นจะทำอย่างไร ซึ่งสิ่งหนึ่งที่อยากจะเสนอและเป็นข้อกังวลคือไซด์งานซึ่งเป็นการจ้างเหมาในพื้นที่และส่วนหน่วยงานราชการยังตึกสตง. นั้นคิดว่าทางกระทรวงแรงงานหรือรัฐบาล ควรมีมาตรการตรวจสอบลูกจ้างได้ละเอียดกว่านี้
นายพิพัฒน์กล่าวเสริมว่าจากมาตรการเงื่อนไขที่ทางนายเซียเสนอมานั้นหลายเรื่องโดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวนั้นดำเนินการเรียบร้อยหมดแล้วแต่ก็จะติดขัดคือเรื่องของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาไม่ถูกต้องตามกฎหมาย นั้นตอนนี้ได้มีการลงทะเบียนเบื้องต้นประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งต้องรอกระบวนการและขั้นตอนของรัฐบาลเมียนมาที่จะส่งคนเข้ามาเพื่อพิสูจน์สัญชาติและอัตลักษณ์
ส่วนต่อมาคือเรื่องเอ็มโอยูที่มีการลงทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นเรียบร้อยแล้วซึ่งทางกระทรวงแรงงานก็มีการขยายอายุงานออกไปอีก 6เดือนวฃ ถึงแม้ว่าแรงงานเหล่านี้จะขาดอายุงาน แต่ก็สามารถทำงานต่อได้ไปอีกหกเดือนจนกระทั่งกระทรวงแรงงานโดยกรมการจัดหางานนั้นได้ประสานงานไปทางรัฐบาลเมียนมาร์ ซึ่งต้องรอระยะเวลาซักพักนึงเพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาหารือเรื่องกรมการจัดหางานและให้เรียบร้อยในส่วนที่เป็นแรงงานที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมายได้มีการลงทะเบียนไว้เรียบร้อยเอ็มโอยูได้มีการลงทะเบียนเช่นกันผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์