โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุป 12 เทรนด์การทำงาน พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงปี 2023

Mission To The Moon

เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2565 เวลา 07.00 น.

นับเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ที่โควิด-19 ที่ทำให้ “โลกการทำงาน” เปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันย้อนคืน จนถึงปี 2022 นี้ ที่นอกจากจะมีการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย คนทำงานยังต้องเผชิญกับการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และปัญหาการจ้างงานอีกด้วย
.
ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า “สถานะ” การทำงานของเรานั้นเป็นสิ่งไม่แน่นอน ทั้งองค์กรและคนทำงานยังคงต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ ในบทความนี้เราจะพาไปดู 12 เทรนด์ ที่จะช่วยให้คุณก้าวเข้าสู่โลกการทำงานในปี 2023 ได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
.
1. การหาพนักงานใหม่และการรักษาพนักงานเก่าจะมีความท้าทายขึ้น
กระแสของปรากฏการณ์ “ลาออกครั้งใหญ่” ยังคงเกิดขึ้นในปี 2022 โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีค่าตอบแทนต่ำ เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมถึงการที่พนักงานไม่สามารถยอมรับเงื่อนไขการทำงานที่ยุ่งยากหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19 ได้ องค์กรจึงควรให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาทักษะด้านการทำงานของพนักงาน เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจและทำให้มองเห็นโอกาสในการเติบโตในสายงานได้มากขึ้น
.
2. เพิ่มความยืดหยุ่น แต่ยังคงคุณภาพ
แม้ในช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 บางองค์กรจะมีข้อกำหนดให้พนักงานกลับเข้ามาทำงานที่บริษัท แต่ผลสำรวจจาก Omdia พบว่า 48% ของพนักงานจะยังคงทำงานนอกสถานที่หรือทำงานในรูปแบบผสมผสาน องค์กรจึงต้องพิจารณาถึงนโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น และยังต้องหา ‘เครื่องมือ’ ในการทำงานที่เหมาะสมด้วย เพื่อรองรับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของคนทำงานสมัยใหม่ แต่ยังสามารถรักษาคุณภาพและประสิทธิภาพของงานเอาไว้ได้
.
3. การสร้างคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีให้กับพนักงาน
ปัจจัยหลักที่ทำให้พนักงานลาออกอยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่มักเกิดจากความเครียดในการทำงานและความกังวลเรื่องค่าตอบแทน องค์กรจึงควรให้ความสำคัญกับสมดุลในชีวิตการทำงานและการรักษาสุขภาพจิตของคนทำงาน เช่น ให้สวัสดิการเพิ่มเติม หรือเพิ่มการประเมินด้านความเป็นอยู่ของพนักงาน เพื่อนำผลที่ได้ไปปรับปรุงและจัดสรรผลประโยชน์ให้พนักงานได้อย่างเหมาะสม
.
4. การจ้างงานคนเก่งเป็นเรื่องที่ยากขึ้น
นอกจากการจ้างงานแล้ว การหาพนักงานที่มีทักษะและความสามารถที่ตรงกับความต้องการก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำหรับองค์กร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมก่อสร้างและเทคโนโลยี แต่ในทางกลับกันก็ถือเป็นโอกาสสำหรับองค์กรที่ให้ความรู้ด้านการพัฒนาทักษะ (Upskill) และการสร้างทักษะใหม่ (Reskill) ที่จะเข้ามาช่วยลดช่องว่างด้านทักษะให้กับคนทำงานได้
.
5. ให้ความสำคัญกับทักษะมากกว่างาน
การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีอาจทำให้คนทำงานต้องเพิ่มหรือเปลี่ยนทักษะเพื่อรองรับโอกาสในการทำงาน ดังนั้นองค์กรควรตระหนักถึงการพัฒนาและประเมิน ‘ทักษะเฉพาะ’ ของพนักงานมากกว่าตัวชิ้นงาน เช่น ทักษะการออกแบบ ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจได้ตรงจุดมากขึ้น
.
6. Soft Skills เป็นทักษะที่ขาดไม่ได้
ในปี 2023 ‘Soft Skills’ ยังคงมีความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน รวมถึงการรับผิดชอบหน้าที่การทำงานของตนเองให้สำเร็จลุล่วง โดย Soft Skills ที่ได้รับความต้องการสูงเป็นพิเศษ ได้แก่ ทักษะด้านการบริหาร, ความเป็นผู้นำ, การคิดเชิงวิพากษ์, ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหา เป็นต้น
.
7. ยกระดับความยั่งยืนด้วยความเข้าใจ
องค์กรต่างๆ อาจมีข้อกำหนดหรือแนวทางการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันไปตามขนาดและประเภทอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่สำคัญคือการยกระดับความเข้าใจและทักษะการทำงานด้านความยั่งยืนในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือผู้บริหาร เพื่อทำให้ทุกคนในองค์กร ‘ยอมรับ’ แนวทางเหล่านั้นร่วมกัน และสามารถผลักดันให้องค์กรเกิดการดำเนินงานด้านการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมได้จริง
.
8. เข้าใจความหลากหลาย และอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม
แนวคิด DEI คือ ความเข้าใจด้านความหลากหลาย (Diversity) ความเท่าเทียม (Equity) และการอยู่ร่วมกัน (Inclusion) ถือเป็นแนวคิดสมัยใหม่ที่องค์กรควรทำความเข้าใจ เพราะการจัดสรรพนักงานที่มีความหลากหลายให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียมและมีความสุข จะส่งผลให้องค์กรสามารถสร้างรากฐานความสัมพันธ์ของพนักงาน ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์การทำงานที่ดีได้
.
9. AI จะกลายเป็น ‘เพื่อนร่วมงาน’
เมื่อคนเริ่มตระหนักถึงการพัฒนาอย่างรวดเร็วของ ‘AI’ หรือปัญญาประดิษฐ์ และสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น ChatGPT ระบบแชตบอตที่สามารถโต้ตอบข้อความ เขียนบทความ หรือแม้แต่เขียนโค้ดก็สามารถทำได้แล้วเช่นกัน จึงถือเป็นโอกาสในการเติบโตสำหรับองค์กรที่มีความเข้าใจ รวมถึงความพร้อมที่จะลงทุนกับเทคโนโลยีและแรงงานที่มีทักษะการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีนั้นด้วย
.
10. เพิ่มประสิทธิภาพของ HR ด้วยเทคโนโลยีจัดการข้อมูล
ในปี 2023 จะมีการใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์และจัดการข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในฝ่ายทรัพยากรบุคคลมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดหาคนสมัครงาน หรือการค้นหาสาเหตุการลาออกของพนักงาน เพื่อที่องค์กรจะนำข้อมูลเหล่านี้มาคัดเลือกพนักงาน หรือปรับเปลี่ยนนโยบายการบริหารงานได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
.
11. ตั้งรับการเปลี่ยนแปลงด้วย ‘การคิดเชิงกลยุทธ์’
ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรสามารถรับความกดดันที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในปี 2023 ได้ดี คือ การคิดเชิงกลยุทธ์ หรือการที่องค์กรสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจหรือรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับปัจจัยภายนอกได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นรูปแบบ Hybrid Working ให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
.
12. ปลูกฝังแนวคิด ‘การเรียนรู้ตลอดชีวิต’
ไม่ใช่แค่การพัฒนาทักษะการทำงาน แต่องค์กรยังต้องปลูกฝังแนวคิดการเติบโตของพนักงานไว้ในวัฒนธรรมองค์กรด้วย เพื่อเสริมสร้างให้พนักงานมีความเชื่อว่าตัวเองสามารถเรียนรู้และเติบโตได้อย่างไม่สิ้นสุด
.
ในขณะที่โลกยังคงหมุนต่อไป ก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงเข้ามาท้าทายเราอยู่เสมอ อย่าลืมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อการทำงานที่ประสบความสำเร็จในปี 2023
.
อ้างอิง
12 Workplace Trends to Expect in 2023 : EMERITUS > https://bit.ly/3G3dI0k
.
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...