โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบงก์-เอกชนทุ่ม 100 ล้าน ตั้งบ.ดิจิทัลไอดีรับe-KYC

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 14 ก.พ. 2561 เวลา 04.27 น.

ส.ธนาคารไทยลงขันตั้งบริษัทหนุนดิจิทัลไอดีเกิดแล้ว ใส่ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท คาดกลางปีพร้อมรองรับโครงการนำร่อง “e-KYC” หนุนการใช้พิสูจน์ตัวตนจากการเปิดบัญชีออนไลน์ของแบงก์ ชี้ภาคเอกชน-รัฐเข้าใช้ข้อมูลพรึ่บ

นายปรีดี ดาวฉาย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งบริษัท เพื่อนำระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวต้นทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ digital ID platform มาใช้ว่า ทางสมาคมได้มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว โดยมีทุนจดทะเบียนรวมอยู่ที่ 100 ล้านบาท ซึ่งมี 7 หน่วยงานที่ร่วมลงทุนจัดตั้งบริษัทใหม่นี้

ซึ่งประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทยที่มีสมาชิกเป็นธนาคารพาณิชย์ 15 แห่ง, สมาคมประกันชีวิตไทย, สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย, บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร ฯลฯ

ด้านแหล่งข่าวในวงการเงินกล่าวว่า บริษัทดังกล่าวจะให้บริการฐานข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของบุคคล ซึ่งข้อมูลจะมาจากการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมการปกครอง เป็นต้น โดยกลุ่มที่จะมาใช้บริการข้อมูลดังกล่าว ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทหลักทรัพย์ และภาคเอกชน ที่ต้องการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้า หรือตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของลูกค้า โดยคาดว่าบริษัทจะเริ่มให้ประกาศแผนที่ชัดเจนออกมาได้กลางปีนี้

ทั้งนี้ โครงการนำร่อง คือ ระบบการพิสูจน์ตัวตน “e-KYC” ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลรองรับในการเปิดบัญชีแบบดิจิทัล หรือเปิดบัญชีออนไลน์ แทนการเปิดบัญชีที่สาขา และอนาคตอาจขยายไปสู่การใช้e-KYC เข้ามาเพื่อใช้เปิดพอร์ตซื้อขายหุ้น เป็นต้น

“บริษัทนี้เป็นเหมือนตัวกลางในการไปคุยกับแบงก์ หรือหน่วยงานต่าง ๆที่อยากใช้ข้อมูลเพื่อนำไปพิสูจน์ตัวตน ดังนั้นสิ่งที่บริษัทจะได้คือรายได้ จากการให้บริการด้านข้อมูลกับหน่วยงานนั้น ๆ โดยคาดว่าบริษัทนี้จะเริ่มมีรายได้เข้ามาได้ราวปี 2562 เป็นต้นไป” แหล่งข่าวกล่าว

สำหรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว สมาคมธนาคารไทย ถือหุ้น42.5% โดยแต่ละธนาคารแบ่งการถือหุุ้นและลงทุนตามขนาดสินทรัพย์ เช่นธนาคารใหญ่ 4 แห่ง ถือหุ้นใกล้เคียงกัน 6-7% หรือลงทุนแบงก์ละ 6-7 ล้านบาทต่อธนาคาร เป็นต้น

ทั้งนี้ การจัดตั้งบริษัทดังกล่าวจะสอดคล้องกับแผนของรัฐบาลที่ต้องการให้เป็นดิจิทัลแพลตฟอร์ม และสอดคล้องกับแผน doing business เพื่อให้ภาคธุรกิจทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น ผ่านการมีข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้าน

นายอนุชิต อนุชิตานุกูล ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า โครงการ digital ID จะมีคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง 3 คณะ ได้แก่ 1.ทีมเทคนิค ทำเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2.ทีมนำร่อง ซึ่งจะมีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และ 3.ทีมกฎหมาย

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่าในส่วนที่เกี่ยวกับการพิสูจน์ยืนยันตัวตนนั้น มีแผนที่จะต้องยกร่างให้แล้วเสร็จในเดือน เม.ย. จากนั้นก็จะเสนอให้นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบเรื่องนี้พิจารณา

“กฎหมายจะเป็นเรื่องการใช้ข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตน ส่วนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะเป็นอีกส่วน” นายประภาศกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...