โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘สนธิรัตน์’ ใช้เวที AMEM คุยกัมพูชา หาข้อสรุป ‘พื้นที่ทับซ้อน’

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ส.ค. 2562 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2562 เวลา 10.19 น. • The Bangkok Insight

‘สนธิรัตน์’ ใช้เวที AMEM หารือกัมพูชา หาข้อสรุปพื้นที่ทับซ้อน และผลักดันประเทศสู่การเป็น ศูนย์เชื่อมโยงไฟฟ้าอาเซียน – ฮับแอลเอ็นจีของภูมิภาค

วันนี้ (22 ส.ค. ) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงาน ได้เตรียมพร้อมจัดงาน AMEM (ASEAN Ministers on Energy Meeting and Associated Meeting : 37th) ครั้งที่ 37 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 2 – 6 กันยายน 2562 ที่กรุงเทพฯ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีจัดประชุมอย่างเป็นทางการวันที่ 4 กันยายนนี้

ถือเป็นเวทีครั้งสำคัญในการหาแนวทางบริหารจัดการพลังงานอย่างประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ภูมิภาคอาเซียน รวมถึงพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานสู่ความยั่งยืน และแสดงศักยภาพของไทยในการเป็น “ศูนย์กลางพลังงานอาเซียน” 

โดยเวทีนี้จะใช้โอกาสจากการพบปะกับรัฐมนตรีด้านพลังงานของกัมพูชา หารือเรื่องพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชาด้วย ส่วนจะคืบหน้ามากน้อยแค่ไหนหรือหาข้อสรุปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการหารือ

สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดงานประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนปี 2562  ปีนี้มีแนวคิดหลัก (Theme) ของการประชุม AMEM คือ *“Advancing Energy Transition Through Partnership and Innovation” *

เน้นความร่วมมือของกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจา รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงาน เพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนสามารถก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานที่มีความยั่งยืนในอนาคต

โดยไทยจะมีการลงนามความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และศูนย์พลังงานอาเซียนเพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงาน และพัฒนาบุคลากรไปพร้อมกัน เน้นการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ในฐานะภูมิภาคที่มีภาคเกษตรกรรมเป็นฐาน นำมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ และเชื้อเพลิงชีวภาพ

สำหรับเวทีการประชุมในช่วงแรกวันที่ 2 – 3 กันยายน จะเป็นการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ส่วนการประชุมระดับรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน จะมีขึ้นในวันที่ 4 – 5 กันยายน จะมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานเปิดการประชุม

ประเด็นหารือจะเป็นการสรุปกิจกรรม และผลงานรวมทั้งข้อเสนอต่างๆ ภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียนด้านพลังงานนำเสนอต่อรัฐมนตรีพลังงานของ 10 ประเทศ เพื่อรับทราบและเห็นชอบแผนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ส่วนการจัดประชุม ทวิภาคีระหว่างประเทศอาเซียน กับประเทศคู่เจรจา กระทรวงพลังงานจะเปิดโอกาสให้ผู้นำระดับรัฐมนตรีพลังงานและเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนได้พบปะเจรจาระหว่างการประชุม

“การประชุม AMEM ครั้งนี้เป็นเวทีที่ไทย จะได้แสดงบทบาทขับเคลื่อนความมั่นคง และความยั่งยืนทางพลังงานร่วมกับประเทศในภูมิภาค และเป็นโอกาสที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพ ให้นานาชาติเห็นถึงความพร้อม ในการเป็นศูนย์เชื่อมโยงไฟฟ้าอาเซียน และการเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) แอลเอ็นจี “

โดยในส่วนของการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้านั้น ไทยสามารถเป็นทางผ่านของการเชื่อมโยงระบบสายส่งที่มีเสถียรภาพและความมั่นคงเพียงพอ จึงจะมีการหารือต่อเนื่องถึงการเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าระหว่างอาเซียน หรือ อาเซียน กริดด้วย

อีกเรื่องที่สำคัญของเวทีนี้ คือการที่เราจะได้แสดงศักยภาพผ่านกลไกของปตท.ในการเป็นศูนย์กลางการค้าและการขนส่งแอลเอ็นจี ซึ่งภูมิภาคนี้มีความต้องการสูงขึ้น

นอกเหนือจากเวทีประชุมความร่วมมือดังกล่าว ยังมีการจัดกิจกรรม ASEAN Energy Business Forum (AEBF) เป็นงานนิทรรศการ และการแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานจากผู้ประกอบการ

รวมทั้งการจัดสัมมนาภายใต้หัวข้อหลัก“Renewable Energy Innovation Week” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอาเซียน และประเทศต่าง ๆ อีกทั้งเปิดโอกาสให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันส่งเสริมนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียนและดึงดูดนักลงทุน

ขณะเดียวกันจะมีการจัดพิธีมอบรางวัล ASEAN Energy Awards ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อส่งเสริม กระตุ้นให้ภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันผลักดันให้เกิดการขยายการผลิตการใช้พลังงานทดแทน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์พลังงาน

*ทางด้านประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับในการประชุม AMEM ครั้งที่ 37 จะสอดรับกับแผนปฏิบัติการอาเซียนด้านพลังงาน (ASEAN Plan of Action on Energy Cooperation: APAEC) พ.ศ. 2559 – 2568 ระยะที่ 1 พ.ศ. 2559 – 2563 *

อาทิ การปรับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในอาเซียน เช่น  อุปกรณ์ส่องสว่างและเครื่องปรับอากาศ การลดความเข้มการใช้พลังงานให้ได้ 20 % ภายในปี 2563

และจะผลักดันให้อาเซียนมีการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้นเป็น 23 % ภายในปี 2568 การปรับปรุงฐานข้อมูลอาเซียนด้านพลังงานให้เป็นมาตรฐานสากลภายในปี 2563 การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดเพื่อภาพลักษณ์ที่ดี การเสริมสร้างศักยภาพด้านพลังงานนิวเคลียร์ในด้านการกำกับดูแลเทคนิคและความปลอดภัย เป็นต้น

*กรอบความร่วมมืออาเซียนด้านพลังงานมี 7 สาขา *

  • ความเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน
  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับขนส่งก๊าซธรรมชาติ
  • การส่งเสริมเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด
  • การส่งเสริมพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ
  • การส่งเสริมพลังงานทดแทน
  • การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และอนุรักษ์พลังงาน
  • การจัดทำนโยบายและแผนอาเซียนด้านพลังงาน รวมถึงเครือข่ายความร่วมมือด้านการกำกับกิจการพลังงาน

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...