โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

'เบสท์ เอ็กซ์เพรส' ปรับราคาส่งพัสดุ เริ่มต้น 25 บาท รับธุรกิจอีคอมเมิร์ซโตไม่หยุด

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 31 ส.ค. 2563 เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2563 เวลา 06.35 น.

‘เบสท์ เอ็กซ์เพรส’ รับ-ส่ง พัสดุด่วน ปรับราคาครั้งใหญ่ เริ่มต้น 25 บาท รับธุรกิจอีคอมเมิร์ซโตไม่หยุด

“BEST Express” หนึ่งในแบรนด์ผู้ให้บริการ รับ-ส่ง พัสดุด่วนทั่วไทย ไปไหน ไปกัน Everywhere with you ภายใต้การดำเนินการของ BEST Inc. (เบสท์ อิงช) บริษัทแม่ ผู้นำด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจร ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ปรับราคาค่าส่งพัสดุครั้งใหญ่ พาตกใจทั่วประเทศกับค่าส่งพัสดุเริ่มต้นที่ 25 บาท (ปกติ 30 บาท) หวังรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย และปริมาณพัสดุที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลด้วยการขยายจุดกระจายสินค้า (HUB) และแฟรนไชส์ BEST Express กว่า 2,000 สาขาภายใน 2 ปีนี้ และชูจุดเด่นตอกย้ำการรับรู้ด้วย “บริการเรียก BEST Express เข้ารับพัสดุถึงหน้าบ้าน ฟรี! ตั้งแต่ชิ้นแรก ไม่จำกัดจำนวนชิ้น ผ่าน BEST Application และ Line Official Account : @BESTExpressTH” และบริการแจ้งเตือนสถานะพัสดุอัตโนมัติผ่าน Line สะดวกสบายเป็นมิตรต่อการเรียกใช้บริการ รับ-ส่ง พัสดุทั่วไทย ไปไหน ไปกัน Everywhere with you

นายเดวิด โจว ผู้อำนวยการบริหารงานแฟรนไชส์ BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่าภาพรวมของตลาดธุรกิจขนส่งพัสดุด่วนทั่วประเทศ นับว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2017-2019) โดยมีการขยายตัวเฉลี่ย 40% ต่อปี สอดคล้องกับตลาด E-Commerce ของไทยที่เติบโตเฉลี่ย 18% ต่อปี (อ้างอิงตามผลประเมินจาก Euromonitor ครั้งล่าสุด) ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) มีการปรับพฤติกรรมการซื้อขายของผู้บริโภคจากออฟไลน์สู่ออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้บริษัทขนส่งพัสดุเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนการค้าขายออนไลน์มากขึ้นเช่นกัน เพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้ทำการค้าขายออนไลน์ในวงกว้าง และเพิ่มมูลค่าตลาดธุรกิจ E-Commerce มากขึ้นตามไปด้วย โดยภาพรวมการแข่งขันตลาดขนส่งพัสดุด่วนในประเทศไทยจะแข่งขันในเรื่องของความรวดเร็วและคุณภาพการให้บริการ ราคา โปรโมชั่น แคมเปญในช่วงเทศกาลต่างๆ และพรีเซ็นเตอร์ที่จะมาช่วยเพิ่มพลังการรับรู้และจดจำแบรนด์ในวงกว้าง

ในช่วงสถานการณ์โควิดและช่วงหลังโควิดกับยุคNew Normal (วิถีชีวิตใหม่) ผู้บริโภคได้เปลี่ยนพฤติกรรมจาก ออฟไลน์ (Offline) สู่ออนไลน์ (Online) มากขึ้น เรียกได้ว่าช่วงนี้มูลค่า E-Commerce และ Volume การส่งพัสดุก็โตแบบก้าวกระโดดถึง 3 เท่า ทำให้ต้นทุนค่าจัดส่งพัสดุลดลง รวมถึงช่วงนี้มีการขยาย HUB ศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มขึ้น ทำให้เรื่องของ Self-operation ค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการภายในองค์กรลดตามลงไปด้วย ตลอดจนการเพิ่มรถขนส่งพัสดุขนาดใหญ่เข้ามาเพื่อเดินทางข้ามจังหวัดเพิ่มขึ้น จึงทำให้ต้นทุนค่าขนส่งลดลง และด้วยมูลค่า E-Commerce และ Volume การส่งพัสดุเติบโตอย่างมหาศาลขนาดนี้ ทาง BEST Express จึงขอมอบสิทธิพิเศษปรับราคาค่าส่งพัสดุด่วนครั้งใหญ่ ตกใจทั่วประเทศ เริ่มต้นที่ 25 บาท (ปกติ 30 บาท) เพื่อหวังส่งเสริมให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มีการทำการค้าขายออนไลน์เพิ่มขึ้น กับแคมเปญที่มีชื่อว่า “BEST Express ปรับราคาใหม่ เริ่มต้น 25 บาท (ปกติ 30 บาท) ตกใจครั้งใหญ่ทั่วประเทศ”

“การปรับราคาค่าจัดส่งพัสดุใหม่ครั้งนี้ถือเป็นการปรับราคาครั้งใหญ่เพื่อตอบรับกระแสตามคำเรียกร้องของผู้ใช้บริการทั่วประเทศ รวมถึงกระตุ้นการรับรู้และสร้างการจดจำภาพลักษณ์ของแบรนด์ในวงกว้าง ด้วยราคาที่คุ้มค่าต่อการใช้บริการส่งพัสดุทั่วไทย ไปไหน ไปกัน ทำให้ผู้ใช้บริการมีทางเลือกมากขึ้น และ BEST Express ก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่พร้อมให้บริการสู่ความเป็นเลิศ โดยปรับราคาใหม่ ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป” นายเดวิดกล่าว

นอกจากจะปรับราคาค่าส่งพัสดุ เริ่มต้นที่ 25 บาท (ปกติ 30 บาท) แล้ว BEST Express ยังรุดหน้าขยายแฟรนไชส์ท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าภายในปีนี้ 800 สาขา และในปี 2565 จะเพิ่มอีกกว่า 2,000 สาขา อาทิ First Station (แฟรนไชส์หลัก) Sub-Station (แฟรนไชส์รอง) Shop (ช็อป) และ Drop Point (จุดรับพัสดุ) เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และให้บริการอย่างเต็มศักยภาพ

“จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เรามองเห็นช่องทางการทำตลาดมากขึ้น นอกจากทำตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักแล้ว เรายังมุ่งเน้นการทำตลาดในเชิง CSR เพิ่มขึ้นด้วย เพราะในฐานะที่เราเป็นธุรกิจด้านบริการ ทำให้ยิ่งต้องมุ่งเน้นเพื่อช่วยเหลือสังคมมากขึ้นด้วย โดยกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีหลังนี้เราได้วางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ New Normal ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้การขนส่งพัสดุด่วนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจที่ทันสมัย เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ว่า “เราจะเสริมสร้างธุรกิจ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” ในโลกยุคดิจิทัล นายเดวิดกล่าวเสริม

ความท้าทายที่พบเจอกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์โควิดและยุค New Normal (วิถีชีวิตใหม่) เรียกได้ว่า ช่วงนี้มูลค่า E-Commerce และ Volume การส่งพัสดุมีมูลค่าเติบโตอย่างมหาศาลแต่มาพร้อมด้วยความท้าทายที่หลากหลาย อาทิ ความรวดเร็วในการให้บริการ และการกระจายพัสดุจำนวนมหาศาลเพื่อส่งไปให้ถึงมือลูกค้าตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เราจึงได้มีการวางแผนรับมือเพื่อเตรียมรองรับการจัดการปริมาณพัสดุจำนวนมากไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการขยาย HUB ศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มขึ้น การเพิ่มรถขนส่งพัสดุขนาดใหญ่ รวมถึงมีแคมเปญช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด “การเลิกจ้างงาน” โดยเปลี่ยนวิกฤตการจัดการจำนวนพัสดุมหาศาลให้เป็นโอกาสแก่บุคคลทั่วไปเข้ามาร่วมงานจัดส่งพัสดุกับ BEST Express โดยจัดแคมเปญ CSR “แค่มีรถก็ส่งพัสดุกับ BEST Express ได้” ซึ่งโครงการนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นรถแบบไหนก็มาร่วมส่งพัสดุกับ BEST Express ได้ ซึ่งนับว่าเป็นโครงการที่ช่วยรองรับการจัดการกับปริมาณพัสดุที่เพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ที่ตกงานในช่วงวิกฤตโควิดอีกด้วย 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...