โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กลุ่ม รพ.เอกชน เร่งเครื่องลงทุนปี 66 บุกหนักไทย-ตปท.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 เม.ย. 2566 เวลา 00.47 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. 2566 เวลา 07.59 น.

ตลาดบริการทางการแพทย์และโรงพยาบาลเอกชน มูลค่ากว่า 3.2 แสนล้านบาท (อ้างอิงตัวเลขการประเมินของ ttb analytics ในปี 2565)

ขณะที่ปี 2566 เป็นปีทองของกลุ่มโรงพยาบาล ด้วยกลุ่มลูกค้าท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ที่แต่ละปีสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท และกลุ่มลูกค้าน็อนโควิดฟื้นตัว จึงทำให้กลุ่มธุรกิจ รพ.เอกชน เร่งเครื่องการลงทุนครั้งใหญ่

BCH จ่อขยาย 5 รพ. จับมือพูจองลุยความงาม

ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ผู้ดำเนินธุรกิจ รพ.เกษมราษฎร์ รพ.เวิลด์เมดิคอล และ รพ.การุญเวช เปิดเผยว่า ปี 2566 คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาไทย 20-30 ล้านราย เทียบกับก่อนโควิดปี 2562 มีนักท่องเที่ยวเข้าไทย 40 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นท่องเที่ยวทางการแพทย์ 6-8% คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 1 แสนล้านบาท จึงเป็นผลบวกต่อตลาดสุขภาพและบริการทางการแพทย์

เบื้องต้น เครือ รพ.เกษมราษฎร์ ได้คอลาบอเรชั่นกับพูจอง ลุยธุรกิจความงาม เปิด Kasemrad Plastic Surgery By Bujeong ขึ้น สาขาแรกใน รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โซนบางใหญ่ จ.นนทบุรี โมเดลแรกจะเป็นรูปแบบการแชร์ทรัพยากรกัน (Resources)

“ที่ผ่านมาเกษมราษฎร์อยากเพิ่มโปรดักส์เสริมความงามใน รพ. อยู่แล้ว ด้วยเป็นเทรนด์ และตอบโจทย์เพิ่มให้แก่ฐานลูกค้าเครือเกษมราษฎร์ที่มีมากกว่า 8 ล้านคน/ปี เฉลี่ยไตรมาสละ 2 ล้านคน ซึ่งปี 2565 ได้เปิดเวชศาสตร์ชะลอวัยไปก่อนแล้ว”

ส่วนการขยายความร่วมมือกับพูจองในอนาคต รพ.เกษมราษฎร์ มองไว้ 2 สเต็ป ได้แก่ การขยายศูนย์ความงามไปยังต่างจังหวัด ในโมเดลแชร์ทรัพยากรกัน โดยเลือกไปในทำเลที่เกษมราษฎร์แข็งแกร่งก่อน อาทิ ปราจีนบุรี สระแก้ว และเป็นบริเวณใกล้ประเทศเพื่อนบ้าน รองรับตลาดต่างประเทศได้

ด้านการขยายศูนย์ความงามในต่างประเทศ มองไว้ที่ประเทศ สปป.ลาว จังหวัดสะหวันนะเขต คาดว่าจะดำเนินการได้ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหาพาร์ตเนอร์ประเทศ สปป.ลาว และจดทะเบียนบริษัทที่ประเทศลาว

นอกจากนี้ แผนระยะ 5 ปี บริษัท จะขยาย รพ. 5 แห่ง โดยในปี 2566 มีโครงการที่อยู่ระหว่างดําเนินการก่อสร้างจํานวน 2 แห่ง ดังนี้

  • ศูนย์มะเร็งรังสีรักษา เกษมราษฎร์อารี จ.นนทบุรี เพื่อรักษาโรคมะเร็งโดยเฉพาะ โดยใช้งบลงทุนไม่เกิน 300 ล้านบาท คาดเปิดภายในไตรมาส 1 ปี 2567
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เพื่อขยายฐานผู้ป่วยทั่วไปทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และผู้ป่วยในโครงการประกันสังคม ซึ่งจะมีจํานวนเตียงจดทะเบียนประมาณ 268 เตียง ภายใต้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท คาดเปิดให้บริการปี 2569

นอกจากน้ัน บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาพื้นที่ยุทธศาสตร์อื่นที่มีศักยภาพ อาทิ พื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อรองรับการขยายกิจการโรงพยาบาล และเพิ่มขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมฐานผู้ป่วยมากขึ้นในอนาคต

รพ.พริ้นซ์ กางแผน 3 ปี ขยายครบ 20 รพ.-100 คลินิก

นายธานี มณีนุตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล หรือ PRINC ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในเครือพริ้นซ์ เปิดเผย “การเงินธนาคาร” ว่า ปี 2566 ในไตรมาส 1 สามารถขยายโรงพยาบาลเพิ่ม 2 แห่ง ได้แก่ รพ.พริ้นซ์ สกลนคร จ.สกลนคร ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2565 และรพ.รวมแพทย์ พิษณุโลก จ.พิษณุโลก เป็นการเข้าลงทุนในกิจการ รวมปัจจุบันมีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 14 แห่ง ตั้งอยู่ใน 11 จังหวัดครอบคลุมทั่วประเทศ

ขณะเดียวกันคลินิกภายใต้การดำเนินการของเครือฯ แบ่งเป็นคลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ (คลินิกบัตรทอง) มีทั้งหมด 32 แห่ง ภายใน 1-2 ปีนี้ ตั้งเป้าขยายเป็น 47 แห่ง

ส่วนคลินิกเวชกรรมเสริมความงามผิวดีคลินิก มีทั้งหมด 14 แห่ง ภายในปีนี้ตั้งเป้าขยายให้ครบ 15 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

ส่วนแผนระยะ 3 ปี เครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ยังคงเป้าขยายโรงพยาบาลให้ครบ 20 แห่ง ขณะที่คลินิกรวม 100 แห่ง

โดยการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจด้านเฮลท์แคร์ รวมถึงการขยายธุรกิจโรงพยาบาล จะชดเชยรายได้โควิด-19 ที่ลดลง

เป้ารายได้ในปี 2566 ประเมินว่าจะไม่น้อยไปกว่าปีที่ผ่านมา พร้มทั้งตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5 ปี (CAGR) ที่ 15% ต่อปี

ส่วนเรื่องการขยายฐานกลุ่มผู้รับบริการชาวต่างชาติ หรือเมดิคอลทัวร์ที่กลับมาหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย หลังจากบริษัทตั้งศูนย์ให้บริการผู้ป่วยต่างประเทศ (International Customer Services) โรงพยาบาลในเครือ 3 แห่งในช่วงไตรมาส 3/65 ได้แก่

  • รพ.พริ้นซ์ อุบลราชธานี
  • รพ.พริ้นซ์ ศรีสะเกษ
  • รพ.พริ้นซ์สุวรรณภูมิ

ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์รับชาวต่างชาติทั้งรูปแบบ Fly-in และ Drive-in และมีแผนขยายขยายศูนย์ให้บริการชาวต่างชาติ (Inter Customer Services) เพิ่มเติมในเครือฯ

โดยปัจจุบันโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ได้เริ่มดำเนินการเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยชาวจีน มีการจัดตั้งทีมล่ามภาษาจีน และเครือข่ายและคู่สัญญาประกันและความช่วยเหลือต่างประเทศ พร้อมประสานเรื่องการรักษาและการดูแลสินไหมผ่าน Medical Assistant Company ทั้งของจีนและระดับนานาชาติ

ขณะเดียวกันบริษัทยังได้ขยายความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพภาพระหว่างประเทศเพื่อส่งต่อผู้ป่วยจากกัมพูชา มารับการรักษาที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี และโรงพยาบาลพริ้นซ์ศรีสะเกษ

วิมุต ลงทุน 1.7 หมื่นล้าน ปักหมุด รพ.ทั่วกรุงเทพ

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ 5 ปี ธุรกิจสุขภาพ บริษัทฯ ได้วางงบประมาณไว้ไม่ต่ำกว่า 17,000 ล้านบาท เพื่อขยายโรงพยาบาลและคลินิกรอบกรุงเทพ ดังนี้

  • รอบในกรุงเทพ จะเน้นโรงพยาบาลเฉพาะทาง อาทิ หัวใจ กระดูก สมอง GI ผ่าน รพ.วิมุต พหลโยธิน และ รพ.เทพธารินทร์ ที่ได้ไปซื้อกิจการมาก่อนหน้านี้ และขยายเพิ่มอีกที่ วิมุต ปิ่นเกล้า, วิมุต สุขุมวิท และวิมุต นราธิวาส ราชนครินทร์
  • รอบกลาง กรุงเทพและปริมณฑล เน้นขยายโมเดลเวลเนสเซ็นเตอร์ และเนิร์สซิ่งโฮม เช่น บางนา, คู้บอน, วัชรพล, ประชาชื่น ราชพฤกษ์ และอีก 6 แห่งใน 5 ปีข้างหน้า ใช้งบประมาณแห่งละ 100-150 ล้านบาท
  • รอบนอกกรุงเทพ เน้นคลินิก เช่น คลินิกบ้านหมอวิมุต เป็นต้น

เฉพาะในปี 2566 บริษัทฯ มีแผนการลงทุนราว 2,500 ล้านบาท มุ่งเน้นการสร้างและเปิดศูนย์สุขภาพ (Health Center) เพิ่มอีก 3 แห่ง

และเตรียมงานพัฒนาโรงพยาบาลวิมุตที่ปิ่นเกล้า ซึ่ง รพ.วิมุต ปิ่นเกล้าจะแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส เฟสแรกเปิด 60-70 เตียง น่าจะใช้เวลาพัฒนาราว 2-3 ปี

“ปี 2566 ตั้งเป้ารายได้พอร์ตสุขภาพอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโต 50% ส่วนอีก 5 ปี ต้องเติบโตมากกว่าเท่าตัว”

THG วางงบ 3 ปี 5 พันล้านบาท จ่อศึกษาตลาดเวียดนาม

นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ผู้บริหารเครือ รพ.ธนบุรี เปิดเผยว่า ปี 2566 จะเป็นปีที่ รพ.ธนบุรี เร่งเครื่องการลงทุนมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริษัทให้แข็งแกร่ง พัฒนาส่วนต่าง ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 10%

จากปัจจัยบวกโควิดคลี่คลาย กลุ่มท่องเที่ยวทางการแพทย์กลับมาในระบบรวมแล้ว 70% เคสผ่าตัดใหญ่ที่เคยเลื่อนออกไปทยอยกลับมา ประกอบกับปัจจัยการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ ยังเป็น Centiment ที่ดีต่อการลงทุน ท็อปแรงก์กิ้งนโยบายหลักที่พรรคการเมืองต้องมีการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งจะส่งผลบวกต่อประชาชนและอุตสาหกรรมโรงพยาบาล

เบื้องต้น วางงบประมาณลงทุน 3 ปี เกือบ 5,000 ล้านบาท เพื่อขยายขีดศักยภาพโรงพยาบาลในเครือ แบ่งออกเป็น

  • ปี 2566 ลงทุน 1,500-2,000 ล้านบาท
  • ปี 2567 ลงทุน 1,300 ล้านบาท
  • ปี 2568 ลงทุน 1,400 ล้านบาท

โดยภายใน 3 ปีนี้ จะขยายเตียงในโรงพยาบาล 3 แห่ง คือ รพ.ธนบุรี 1, รพ.ธนบุรี 2 และ รพ.ราษฎร์ยินดี จ.สงขลา จำนวน 200 เตียง

ด้านงบประมาณการร่วมทุน (JV) และการซื้อกิจการ (M&A) ซึ่งไม่นับรวมกับงบลงทุน 3 ปีในข้างต้น ได้ร่างงบลงทุนในปี 2566 ไว้ที่ 1,500 ล้านบาท สำหรับซื้อกิจการหรือร่วมทุนทำโรงพยาบาลทั้งในไทยและต่างประเทศ ประมาณ 2-3 แห่ง อยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจา

สำหรับต่างประเทศสนใจประเทศเวียดนาม ซึ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรอยู่ที่ 3,300 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อายุเฉลี่ยของคนในประเทศอยู่ที่ 29-34 ปี มีประชากรหนุ่มสาวจำนวนมาก

โฟกัสอุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนในเวียดนาม พบว่า มีจำนวนผู้เล่นในตลาดน้อย ส่วนใหญ่เป็น รพ.รัฐ ซึ่งจะมี Hospitality ต่างจากเอกชน โดยเฉพาะในไทยที่มีเอกลักษณ์ด้านงานบริการ และมีทีมแพทย์ก้าวหน้ากว่า เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาคเอเชียตั้งแต่ปี 2547 (ค.ศ. 2004)

เบื้องต้น THG อยู่ระหว่างการศึกษาการเข้าไปลงทุน และการเดินหน้าหาพาร์ตเนอร์ท้องถิ่นในเวียดนาม เพื่อทำโรงพยาบาลเน้นรักษาด้านกระดูก ซึ่งจะเข้าไปในโมเดลคล้ายกับ รพ.อายุอินเตอร์เนชั่นแนล (ArYu International Hospital) ประเทศเมียนมา ที่บริษัทจะเข้าไปถือหุ้นราว 40% ที่เหลือจะเป็นพาร์ตเนอร์ และกลุ่มแพทย์พยาบาลท้องถิ่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...