กลุ่ม รพ.เอกชน เร่งเครื่องลงทุนปี 66 บุกหนักไทย-ตปท.
ตลาดบริการทางการแพทย์และโรงพยาบาลเอกชน มูลค่ากว่า 3.2 แสนล้านบาท (อ้างอิงตัวเลขการประเมินของ ttb analytics ในปี 2565)
ขณะที่ปี 2566 เป็นปีทองของกลุ่มโรงพยาบาล ด้วยกลุ่มลูกค้าท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ที่แต่ละปีสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท และกลุ่มลูกค้าน็อนโควิดฟื้นตัว จึงทำให้กลุ่มธุรกิจ รพ.เอกชน เร่งเครื่องการลงทุนครั้งใหญ่
BCH จ่อขยาย 5 รพ. จับมือพูจองลุยความงาม
ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ผู้ดำเนินธุรกิจ รพ.เกษมราษฎร์ รพ.เวิลด์เมดิคอล และ รพ.การุญเวช เปิดเผยว่า ปี 2566 คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาไทย 20-30 ล้านราย เทียบกับก่อนโควิดปี 2562 มีนักท่องเที่ยวเข้าไทย 40 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นท่องเที่ยวทางการแพทย์ 6-8% คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 1 แสนล้านบาท จึงเป็นผลบวกต่อตลาดสุขภาพและบริการทางการแพทย์
เบื้องต้น เครือ รพ.เกษมราษฎร์ ได้คอลาบอเรชั่นกับพูจอง ลุยธุรกิจความงาม เปิด Kasemrad Plastic Surgery By Bujeong ขึ้น สาขาแรกใน รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โซนบางใหญ่ จ.นนทบุรี โมเดลแรกจะเป็นรูปแบบการแชร์ทรัพยากรกัน (Resources)
“ที่ผ่านมาเกษมราษฎร์อยากเพิ่มโปรดักส์เสริมความงามใน รพ. อยู่แล้ว ด้วยเป็นเทรนด์ และตอบโจทย์เพิ่มให้แก่ฐานลูกค้าเครือเกษมราษฎร์ที่มีมากกว่า 8 ล้านคน/ปี เฉลี่ยไตรมาสละ 2 ล้านคน ซึ่งปี 2565 ได้เปิดเวชศาสตร์ชะลอวัยไปก่อนแล้ว”
ส่วนการขยายความร่วมมือกับพูจองในอนาคต รพ.เกษมราษฎร์ มองไว้ 2 สเต็ป ได้แก่ การขยายศูนย์ความงามไปยังต่างจังหวัด ในโมเดลแชร์ทรัพยากรกัน โดยเลือกไปในทำเลที่เกษมราษฎร์แข็งแกร่งก่อน อาทิ ปราจีนบุรี สระแก้ว และเป็นบริเวณใกล้ประเทศเพื่อนบ้าน รองรับตลาดต่างประเทศได้
ด้านการขยายศูนย์ความงามในต่างประเทศ มองไว้ที่ประเทศ สปป.ลาว จังหวัดสะหวันนะเขต คาดว่าจะดำเนินการได้ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหาพาร์ตเนอร์ประเทศ สปป.ลาว และจดทะเบียนบริษัทที่ประเทศลาว
นอกจากนี้ แผนระยะ 5 ปี บริษัท จะขยาย รพ. 5 แห่ง โดยในปี 2566 มีโครงการที่อยู่ระหว่างดําเนินการก่อสร้างจํานวน 2 แห่ง ดังนี้
- ศูนย์มะเร็งรังสีรักษา เกษมราษฎร์อารี จ.นนทบุรี เพื่อรักษาโรคมะเร็งโดยเฉพาะ โดยใช้งบลงทุนไม่เกิน 300 ล้านบาท คาดเปิดภายในไตรมาส 1 ปี 2567
- โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เพื่อขยายฐานผู้ป่วยทั่วไปทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และผู้ป่วยในโครงการประกันสังคม ซึ่งจะมีจํานวนเตียงจดทะเบียนประมาณ 268 เตียง ภายใต้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท คาดเปิดให้บริการปี 2569
นอกจากน้ัน บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาพื้นที่ยุทธศาสตร์อื่นที่มีศักยภาพ อาทิ พื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อรองรับการขยายกิจการโรงพยาบาล และเพิ่มขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมฐานผู้ป่วยมากขึ้นในอนาคต
รพ.พริ้นซ์ กางแผน 3 ปี ขยายครบ 20 รพ.-100 คลินิก
นายธานี มณีนุตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล หรือ PRINC ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในเครือพริ้นซ์ เปิดเผย “การเงินธนาคาร” ว่า ปี 2566 ในไตรมาส 1 สามารถขยายโรงพยาบาลเพิ่ม 2 แห่ง ได้แก่ รพ.พริ้นซ์ สกลนคร จ.สกลนคร ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2565 และรพ.รวมแพทย์ พิษณุโลก จ.พิษณุโลก เป็นการเข้าลงทุนในกิจการ รวมปัจจุบันมีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 14 แห่ง ตั้งอยู่ใน 11 จังหวัดครอบคลุมทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันคลินิกภายใต้การดำเนินการของเครือฯ แบ่งเป็นคลินิกเวชกรรมใกล้บ้านใกล้ใจ (คลินิกบัตรทอง) มีทั้งหมด 32 แห่ง ภายใน 1-2 ปีนี้ ตั้งเป้าขยายเป็น 47 แห่ง
ส่วนคลินิกเวชกรรมเสริมความงามผิวดีคลินิก มีทั้งหมด 14 แห่ง ภายในปีนี้ตั้งเป้าขยายให้ครบ 15 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
ส่วนแผนระยะ 3 ปี เครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ยังคงเป้าขยายโรงพยาบาลให้ครบ 20 แห่ง ขณะที่คลินิกรวม 100 แห่ง
โดยการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจด้านเฮลท์แคร์ รวมถึงการขยายธุรกิจโรงพยาบาล จะชดเชยรายได้โควิด-19 ที่ลดลง
เป้ารายได้ในปี 2566 ประเมินว่าจะไม่น้อยไปกว่าปีที่ผ่านมา พร้มทั้งตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5 ปี (CAGR) ที่ 15% ต่อปี
ส่วนเรื่องการขยายฐานกลุ่มผู้รับบริการชาวต่างชาติ หรือเมดิคอลทัวร์ที่กลับมาหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย หลังจากบริษัทตั้งศูนย์ให้บริการผู้ป่วยต่างประเทศ (International Customer Services) โรงพยาบาลในเครือ 3 แห่งในช่วงไตรมาส 3/65 ได้แก่
- รพ.พริ้นซ์ อุบลราชธานี
- รพ.พริ้นซ์ ศรีสะเกษ
- รพ.พริ้นซ์สุวรรณภูมิ
ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์รับชาวต่างชาติทั้งรูปแบบ Fly-in และ Drive-in และมีแผนขยายขยายศูนย์ให้บริการชาวต่างชาติ (Inter Customer Services) เพิ่มเติมในเครือฯ
โดยปัจจุบันโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ได้เริ่มดำเนินการเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยชาวจีน มีการจัดตั้งทีมล่ามภาษาจีน และเครือข่ายและคู่สัญญาประกันและความช่วยเหลือต่างประเทศ พร้อมประสานเรื่องการรักษาและการดูแลสินไหมผ่าน Medical Assistant Company ทั้งของจีนและระดับนานาชาติ
ขณะเดียวกันบริษัทยังได้ขยายความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพภาพระหว่างประเทศเพื่อส่งต่อผู้ป่วยจากกัมพูชา มารับการรักษาที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี และโรงพยาบาลพริ้นซ์ศรีสะเกษ
วิมุต ลงทุน 1.7 หมื่นล้าน ปักหมุด รพ.ทั่วกรุงเทพ
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ 5 ปี ธุรกิจสุขภาพ บริษัทฯ ได้วางงบประมาณไว้ไม่ต่ำกว่า 17,000 ล้านบาท เพื่อขยายโรงพยาบาลและคลินิกรอบกรุงเทพ ดังนี้
- รอบในกรุงเทพ จะเน้นโรงพยาบาลเฉพาะทาง อาทิ หัวใจ กระดูก สมอง GI ผ่าน รพ.วิมุต พหลโยธิน และ รพ.เทพธารินทร์ ที่ได้ไปซื้อกิจการมาก่อนหน้านี้ และขยายเพิ่มอีกที่ วิมุต ปิ่นเกล้า, วิมุต สุขุมวิท และวิมุต นราธิวาส ราชนครินทร์
- รอบกลาง กรุงเทพและปริมณฑล เน้นขยายโมเดลเวลเนสเซ็นเตอร์ และเนิร์สซิ่งโฮม เช่น บางนา, คู้บอน, วัชรพล, ประชาชื่น ราชพฤกษ์ และอีก 6 แห่งใน 5 ปีข้างหน้า ใช้งบประมาณแห่งละ 100-150 ล้านบาท
- รอบนอกกรุงเทพ เน้นคลินิก เช่น คลินิกบ้านหมอวิมุต เป็นต้น
เฉพาะในปี 2566 บริษัทฯ มีแผนการลงทุนราว 2,500 ล้านบาท มุ่งเน้นการสร้างและเปิดศูนย์สุขภาพ (Health Center) เพิ่มอีก 3 แห่ง
และเตรียมงานพัฒนาโรงพยาบาลวิมุตที่ปิ่นเกล้า ซึ่ง รพ.วิมุต ปิ่นเกล้าจะแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส เฟสแรกเปิด 60-70 เตียง น่าจะใช้เวลาพัฒนาราว 2-3 ปี
“ปี 2566 ตั้งเป้ารายได้พอร์ตสุขภาพอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโต 50% ส่วนอีก 5 ปี ต้องเติบโตมากกว่าเท่าตัว”
THG วางงบ 3 ปี 5 พันล้านบาท จ่อศึกษาตลาดเวียดนาม
นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ผู้บริหารเครือ รพ.ธนบุรี เปิดเผยว่า ปี 2566 จะเป็นปีที่ รพ.ธนบุรี เร่งเครื่องการลงทุนมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริษัทให้แข็งแกร่ง พัฒนาส่วนต่าง ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 10%
จากปัจจัยบวกโควิดคลี่คลาย กลุ่มท่องเที่ยวทางการแพทย์กลับมาในระบบรวมแล้ว 70% เคสผ่าตัดใหญ่ที่เคยเลื่อนออกไปทยอยกลับมา ประกอบกับปัจจัยการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ ยังเป็น Centiment ที่ดีต่อการลงทุน ท็อปแรงก์กิ้งนโยบายหลักที่พรรคการเมืองต้องมีการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งจะส่งผลบวกต่อประชาชนและอุตสาหกรรมโรงพยาบาล
เบื้องต้น วางงบประมาณลงทุน 3 ปี เกือบ 5,000 ล้านบาท เพื่อขยายขีดศักยภาพโรงพยาบาลในเครือ แบ่งออกเป็น
- ปี 2566 ลงทุน 1,500-2,000 ล้านบาท
- ปี 2567 ลงทุน 1,300 ล้านบาท
- ปี 2568 ลงทุน 1,400 ล้านบาท
โดยภายใน 3 ปีนี้ จะขยายเตียงในโรงพยาบาล 3 แห่ง คือ รพ.ธนบุรี 1, รพ.ธนบุรี 2 และ รพ.ราษฎร์ยินดี จ.สงขลา จำนวน 200 เตียง
ด้านงบประมาณการร่วมทุน (JV) และการซื้อกิจการ (M&A) ซึ่งไม่นับรวมกับงบลงทุน 3 ปีในข้างต้น ได้ร่างงบลงทุนในปี 2566 ไว้ที่ 1,500 ล้านบาท สำหรับซื้อกิจการหรือร่วมทุนทำโรงพยาบาลทั้งในไทยและต่างประเทศ ประมาณ 2-3 แห่ง อยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจา
สำหรับต่างประเทศสนใจประเทศเวียดนาม ซึ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรอยู่ที่ 3,300 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อายุเฉลี่ยของคนในประเทศอยู่ที่ 29-34 ปี มีประชากรหนุ่มสาวจำนวนมาก
โฟกัสอุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนในเวียดนาม พบว่า มีจำนวนผู้เล่นในตลาดน้อย ส่วนใหญ่เป็น รพ.รัฐ ซึ่งจะมี Hospitality ต่างจากเอกชน โดยเฉพาะในไทยที่มีเอกลักษณ์ด้านงานบริการ และมีทีมแพทย์ก้าวหน้ากว่า เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาคเอเชียตั้งแต่ปี 2547 (ค.ศ. 2004)
เบื้องต้น THG อยู่ระหว่างการศึกษาการเข้าไปลงทุน และการเดินหน้าหาพาร์ตเนอร์ท้องถิ่นในเวียดนาม เพื่อทำโรงพยาบาลเน้นรักษาด้านกระดูก ซึ่งจะเข้าไปในโมเดลคล้ายกับ รพ.อายุอินเตอร์เนชั่นแนล (ArYu International Hospital) ประเทศเมียนมา ที่บริษัทจะเข้าไปถือหุ้นราว 40% ที่เหลือจะเป็นพาร์ตเนอร์ และกลุ่มแพทย์พยาบาลท้องถิ่น