โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

มัธยมวัดธาตุทองออกระเบียบทรงผมตามเพศวิถี พิสูจน์แล้ว! "ทรงผมไม่ทำให้เรียนแย่ลง"

Dek-D.com

อัพเดต 22 ก.พ. 2566 เวลา 02.51 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2566 เวลา 11.42 น. • DEK-D.com
ระเบียบโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2566

มัธยมวัดธาตุทองพิสูจน์แล้ว! "ทรงผมไม่ทำให้เรียนแย่ลง"

หากใครติดตามข่าวการศึกษามาโดยตลอดจะรู้ว่ามีชื่อของ “โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง” ปรากฎในสื่ออยู่บ่อยๆ เพราะโรงเรียนแห่งนี้มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่เราไม่ค่อยเห็นในโรงเรียนรัฐบาลเท่าไร ตัวอย่างเช่น ข้อสอบวิชาสาระร่วมสมัย ที่เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนแสดงทัศนคติในประเด็นทางสังคมหรือล่าสุดเรื่องของกฎทรงผมนักเรียน ที่ทางโรงเรียนเพิ่งออกประกาศล่าสุดมา ดังนี้

ระเบียบทรงผม โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง พ.ศ. ๒๕๖๖

ข้อ ๑ นักเรียนต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม โดยสามารถไว้ทรงผมตามเพศวิถี ดังนี้
(๑) นักเรียนชาย และเพศวิถีชาย จะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาว ด้านข้าง ด้านหลัง ด้านหน้า และกลางศีรษะ ให้เป็นไปตามความเหมาะสมและมีความเรียบร้อย
(๒) นักเรียนหญิง และเพศวิถีหญิง จะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสม และรวบผม ติดโบโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทองให้เรียบร้อย
ข้อ ๒ นักเรียนต้องห้ามปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้
(๑) ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม
(๒) ไว้หนวดหรือไว้เครา
(๓) การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผมเป็นรูปทรงสัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย
ข้อ ๓ ความในข้อ ๑ และข้อ ๒ มิให้นำมาใช้บังคับแก่นักเรียนที่มีเหตุผลความจำเป็นในการปฏิบัติตามหลักศาสนาหรือการดำเนินกิจกรรมของสถานศึกษา

การดำเนินการตามแนวปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ยึดถือหลักความเหมาะสมในการพัฒนาบุภาพที่ดีของนักเรียน และเป็นไปด้วยความสมัครใจของนักเรียน โดยครูจะต้องเป็นผู้สนับสนุน ส่งเสริม กำกับ ดูแล ให้นักเรียนสามารถเลือกทรงผมให้เข้ากับบุภาพ และความมั่นใจของตนเอง รวมถึงการรักษาสุขอนามัยที่ดีให้เหมาะสมกับความเป็นนักเรียนและต้องไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

หนึ่งในผู้ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทองก็คือ “อาจารย์ก้าวกรณ์ สุขเสงี่ยมกุล”หัวหน้างานกิจการนักเรียน โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง ที่ให้เกียรติมาร่วมพูดคุยกับ Dek-D.com ถึงที่มาของการประกาศกฎทรงผมนั่นเอง

จุดเริ่มต้นคือ อยากทดลองว่า ผมยาวไม่ได้ทำให้เด็กเรียนแย่ลง

เริ่มจากสมัยผู้อำนวยการท่านเก่าเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2562 ตอนนั้นคุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศระเบียบทรงผมมา ทางกิจการนักเรียนก็เห็นว่ามันดูยืดหยุ่นดีนะ ไม่ได้บังคับว่าเด็กต้องตัดผมซ้ายขวาหน้าหลังต้องไม่เกินกี่เซนติเมตร แต่ใช้คำว่า "ต้องไม่เลยตีนผม" ก็เลยไปคุยกับท่านผู้อำนวยการว่า เราลองดูไหม คือเมื่อก่อนเราจะได้ยินว่าห้ามเด็กไว้ผมยาว เพราะเด็กจะเอาเวลามาวุ่นวายกับทรงผม ไม่สนใจการเรียน เราก็บอกว่า “ลองดูไหม คิดเสียว่าประกาศฉบับนี้ของโรงเรียนเป็นการทำวิจัย ถ้าเราให้เด็กไว้ผมทรงอะไรก็ได้ที่ไม่ยาวเลยตีนผมในตอนนั้นนะ ดูสิว่าเด็กจะเรียนแย่ลงไหม”ผลปรากฎว่า เด็กมาสายน้อยลงเพราะเด็กไม่ต้องหนีเข้าแถวแล้ว เพราะก่อนหน้านั้นจะถูกตรวจผมตอนเข้าแถว พอให้ไว้ผมยาวได้ เด็กมาเรียนทันคาบแรกทันโฮมรูมมากขึ้น การติด 0, ร., มส. ก็น้อยลง เพราะเด็กมาเข้าเรียน นี่คือสิ่งที่เราทำและพิสูจน์แล้วว่า “การที่เด็กไว้ผมทรงอะไรก็ได้ไม่ได้มีผลต่อการเรียนหรือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอะไรเลย”

การประชุมหารือก่อนออกประกาศกฎทรงผม

ก่อนมีการประกาศระเบียบนี้ออกมา ได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สภานักเรียน คณะครู ตัวแทนนักเรียน และตัวแทนชุมชนซึ่งจริงๆ แล้วระเบียบเรื่องทรงผมของโรงเรียนเราเป็นระเบียบเดิมที่เคยออกไปเมื่อกลางปี พ.ศ. 2565เพียงแต่ระเบียบฉบับนี้ประกาศใช้เมื่อคุณตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยกเลิกฉบับเก่า เราก็เลยออกประกาศใหม่ให้ครอบคลุมกับเพศวิถีด้วย

ผลตอบรับจากนักเรียน-ผู้ปกครอง

ความจริงเด็กนักเรียนใช้ระเบียบนี้มา 2-3 ปีแล้ว หลังจากที่โควิด-19 เริ่มซาและเด็กกลับมาเรียน Onsite 100% ตั้งแต่ช่วงนั้นเป็นต้นมา ซึ่งเด็กเขารู้อยู่แล้วว่าโรงเรียนเราทำแบบนี้ได้ มันเป็นปกติในชีวิตประจำวันเขาไปแล้ว ส่วนผู้ปกครองก็ยินดี เมื่อก่อนนี้จะมีการตรวจผมเดือนละ 1 ครั้ง พอเด็กไว้ผมยาวก็ลำบากที่โรงเรียนจะต้องเชิญผู้ปกครองมาพาเด็กไปตัดผม พอตอนนี้ใช้ระเบียบใหม่ก็เป็นการฝึกให้เด็กรับผิดชอบตัวเองอย่างหนึ่ง ทั้งในเรื่องการดูบุภาพหน้าตาตัวเองส่องกระจกดูว่าผมยาวไปแล้วจะไปตัดแต่งทรงผมยังไงดี ก็เป็นความคิดของเขา

เด็กแต่งหน้าได้ แต่ยังบังคับใช้ชุดนักเรียนอยู่

ปัจจุบันเด็กแต่งหน้าได้นิดหน่อย คือครูผู้หญิงทุกคนแต่งหน้าอยู่แล้วครูเป็นผู้ดูแลส่งเสริมเด็กว่า everyday look ที่เหมาะกับหน้าตาเขา แต่งยังไงให้เหมือนไม่แต่ง แต่งให้ดูสดใสสมวัยไม่ได้ดูแก่เกินวัย ครูก็แนะนำเด็กได้ ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่น การแต่งกาย เนื่องจากโรงเรียนเราตั้งอยู่ในละแวกโรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนนานาชาติเหล่านั้นก็มีเครื่องแบบของเขา มีชุดพละ และชุดไปรเวท เราก็มองว่าถ้าจะเป็นการทดลองเหมือนที่เราเคยทำมาเราก็อยากลองทำ แต่ติดที่ว่าโรงเรียนรัฐบาลอยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ เราจึงไม่สามารถทำเองได้

ความรับผิดชอบตนเอง มาพร้อมการพัฒนาบุภาพ

เนื่องจากแผนการเรียน ม.ปลาย มี 9 แผนการเรียน โดยเฉพาะแผนการเรียนศิลปกรรม การแสดง ดุริยางคศิลป์ และนาฏศิลป์ ซึ่งเด็กที่เลือกแผนการเรียนเหล่านี้จะมีวิชาที่สอนเรื่องการแต่งหน้าในชีวิตประจำวัน การพัฒนาบุุภาพอยู่แล้วพวกเขาจะได้เรียนรู้วิธีการดูแลตัวเองด้วย แม้วิชาเหล่านี้ยังไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมดแบบเป็นวิชาเลือกเสรี แต่ก็จะมีชมรมและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ดูแลด้านนี้ด้วย

เด็กรู้ไหม? แบบไหนที่เหมาะสม

อย่างเรื่องหนวดเครา เรามองว่า ระเบียบนี้มีเพื่อให้เขาได้เลือกได้รับผิดชอบ จริงๆ ในระเบียบก็จะมีการห้ามไม่ให้ไว้หนวดเครา แต่จะมีข้อยกเว้นเช่นศาสนาซิกข์, ฮินดูแต่ทั้งหมดนี้ก็มาจากมติการประชุมที่กล่าวไปข้างต้นว่ามีอะไรบ้างที่เรายังไม่อยากให้ลูกหลานเราทำ ซึ่งเด็กๆ เขาก็เห็นด้วยนะ เขารู้ว่าแบบไหนที่เขาดูไม่เท่ ไม่เหมาะสม เด็กที่ไว้หนวดก็มี เราก็แนะนำเขาให้เขาให้เขาพิจารณาตัวเองว่าแบบไหนที่เหมาะสมกับเขา แต่ไม่มีการไปโกนหนวดให้เด็ก

โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทองคือ “หนึ่งเสียงสะท้อน”

เรามองว่าปัจจุบันอาจจะมีทั้งโรงเรียนที่ทำแบบเราและก็มีหลายโรงเรียนที่ไม่ได้ทำหรือทำแล้วไม่ได้ประกาศเป็นหนังสือราชการ เราไม่ได้ไปบังคับว่าต้องทำเหมือนกัน หรือเราทำแล้วเขาก็ต้องทำได้ แต่เรามองว่านี่คือเสียงของพลเมืองที่เปล่งออกมา ถ้าโรงเรียนมัธยมวัดธาตุทองออกเสียงมาหนึ่งเสียง แล้วโรงเรียนอื่นๆ มาช่วยกันส่งเสียงให้คนในสังคมเห็นคุณค่าและตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพบนร่างกายหรือบนตัวเด็กก็คงดี

ถ้าเด็กมีความสุขในสิ่งที่เป็น พวกเขาจะภาคภูมิใจในตัวเองมากขึ้น

อยากบอกว่าทรงผมไม่ใช่ส่วนสำคัญที่เด็กจะเรียนรู้ได้ดีหรือไม่ดี แต่จริงๆ แล้วการได้เลือกทรงผมเป็นของตัวเองเป็นเพียงจุดเริ่มต้นแรกที่เขาได้รู้จักความรับผิดชอบ ได้รู้จักการเป็นตัวตนของตัวเอง เรามองว่าเราผลิตเด็กไปจากโรงเรียนเขาจะกลายเป็นพลเมืองคนหนึ่งของสังคมไทยและโลก มองว่าจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เป็นทรงผมจะฝึกให้เขาได้รับผิดชอบ ได้รู้จักหน้าที่ของตนเอง ได้เลือกสิ่งที่พวกเขาเป็น และสุดท้ายเมื่อพวกเขามีความสุขในสิ่งที่พวกเขาเป็น พวกเขาจะมีความภาคภูมิใจในตัวเอง

โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง
เปิดสอนระดับชั้น ม.ต้น - ม.ปลาย
วิสัยทัศน์ :ความรู้ คู่คุณธรรม บนพื้นฐานความเป็นไทย สู่มาตรฐานสากล
ปรัชญา : อสชฺฌายมลา มนฺตา (ซื่อสัตย์ สะอาด อดทน เมตตา)
พันธกิจ :
1. พัฒนาการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพสู่มาตรฐานสากล
2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ คู่คุณธรรม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3. พัฒนานักเรียนและบุคลากรโดยใช้เทคโนโลยี
4. สืบสานความเป็นไทยและประสานสัมพันธ์กับชุมชน
เป้าประสงค์ :นักเรียนเป็นคนดี มีความรู้ มีความสุขตามวิถีไทย มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...