โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

กรมการแพทย์เผย “การเจาะคอ” วิธีการช่วยเหลือผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 13 มี.ค. 2566 เวลา 14.07 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2566 เวลา 06.50 น. • Bright Today

กรมการแพทย์เผย “การเจาะคอ” วิธีการช่วยเหลือผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน เพื่อรักษาอาการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจส่วนบน

ช่วงนี้มีการถกเถียงกันในโลกออนไลน์เกี่ยวกับ “การเจาะคอ” เป็นอย่างมาก ซึ่งการเจาะคอก็คือ การทำให้อากาศสามารถผ่านเข้าสู่ปอดโดยไม่ผ่านช่องจมูกและลำคอส่วนบนนั่นเอง วันนี้ Bright TV จึงมาแชร์ความรู้ทางการแพทย์เกี่ยวกับการเจาะคอ ว่าเพื่อรักษาอะไรรวมถึงวิธีการดูแลให้ถูกต้องในกรณีที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่เจาะคอ

young-man-being-ill-hospital-bed

การเจาะคอคืออะไร?

การเจาะคอเป็นหัตถการรูปแบบหนึ่ง โดยแพทย์จะผ่าตัดใส่ท่อหลอดลมคอผ่านผิวหนังที่ลำคอ เพื่อสร้างทางติดต่อระหว่างหลอดลมกับผิวหนังบริเวณด้านหน้าของลำคอ ทำให้อากาศสามารถผ่านเข้าสู่ปอดโดยไม่ผ่านช่องจมูกและลำคอส่วนบน เพื่อเป็นการบรรเทาอาการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจส่วนบนหรือในการดูแลเสมหะและป้องกันการสำลักในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นระยะเวลานานหรือผู้ป่วยที่มีเสมหะมากไม่สามารถไอออกเองได้ เช่น ผู้ป่วยอัมพาต ผู้ป่วยไม่รู้สติ เป็นต้น

ทางเลือกในการควบคุมทางเดินหายใจนอกเหนือจากการเจาะคอ ได้แก่

1.การใส่ท่อช่วยหายใจทางปากหรือจมูก เป็นวิธีที่สามารถทำได้รวดเร็วเพื่อควบคุมทางเดินหายใจของผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน แต่หากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจเป็นระยะเวลานานมากกว่า 2 – 3 สัปดาห์ โดยทั่วไปผู้ป่วยควรได้รับการเจาะคอ

2.การเจาะเยื่อระหว่างกระดูก Cricoid และกระดูก Thyroid เป็นหัตถการที่ใช้เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน ในกรณีที่ไม่สามารถใส่ท่อช่วยหายใจได้ และไม่พร้อมที่จะเจาะคอเนื่องจากมีเวลาจำกัดหรืออยู่ในสถานที่ที่ไม่มีความพร้อมของเครื่องมือ

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ป่วยอยู่ในภาวะที่ปลอดภัยแล้วควรเปลี่ยนเป็นการเจาะคอ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถดูแลทางเดินหายใจของผู้ป่วยได้ง่าย ป้องกันปัญหากล่องเสียงและหลอดลมคอตีบแคบ

คำแนะนำหลังเจาะคอ

  • ผู้ป่วยที่ใส่ท่อหลอดลมคอควรดื่มน้ำมากๆ

  • ดูแลร่างกายให้อบอุ่น

  • หลีกเลี่ยงในที่อากาศเย็นหรือแห้งจัดเพื่อป้องกันการเกิดเสมหะอุดตันที่ท่อหลอดลมคอ

  • ไม่คลุกคลีกับคนที่เป็นหวัดเนื่องจากผู้ที่ใส่ท่อหลอดลมคอจะขาดปัจจัยป้องกันตนเองจากเชื้อโรคในอากาศโดยระบบของทางเดินหายใจส่วนบน

  • ระวังน้ำหรือสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าท่อหลอดลม

อย่างไรก็ตามหากพบอาการผิดปกติ เช่น ท่อหลอดลมหลุด ท่อชั้นในหาย หรือใส่เข้าไปไม่ได้ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย มีการ ปวด บวม แดง มีหนอง หรือมีเลือดออกจากท่อหลอดลม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

แหล่งที่มา ราชวิถี

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...