โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 3 เหตุผลที่ไม่ควรพลาด ‘The Silent Sea (ทะเลสงัด)’ ซีรีส์แนวไซไฟ-ระทึกขวัญส่งท้ายปีจาก Netflix

TODAY

อัพเดต 24 ธ.ค. 2564 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2564 เวลา 11.37 น. • workpointTODAY

เปิด 3 เหตุผลที่ไม่ควรพลาด The Silent Sea (ทะเลสงัด) ซีรีส์ส่งท้ายปีจาก Netflix ทั้งเบื้องหลังความลึกลับ-ทีมนักแสดงขั้นเทพ-ซีรีส์เกาหลีเรื่องแรกที่จะพาคุณเดินทางสู่ดวงจันทร์

The Silent Sea (ทะเลสงัด) ซีรีส์แนวไซไฟ-ระทึกขวัญ ที่เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 2075 เมื่อภาวะขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงให้แก่โลก บรรดาทีมหัวกะทิที่ถูกส่งไปทำภารกิจเสี่ยงตาย ณ สถานีวิจัยที่ถูกทิ้งร้างบนดวงจันทร์ ด้วยโอกาสรอดชีวิตเพียง 10% บรรดาลูกเรือถูกสังหารทีละคน พร้อมเดินหน้าสู่การไขปริศนาครั้งใหญ่

ซึ่งผลงานชิ้นนี้เกิดจากการรวมตัวของคณะผู้สร้างที่ล้วนเป็นยอดฝีมืออย่างชเวฮังยง ผู้กำกับดาวรุ่ง, พัคอึนคโย นักเขียนบทผู้คร่ำหวอดในวงการ และจองอูซอง นักแสดงชื่อดังที่มานั่งแท่นผู้อำนวยการผลิตหลังจากได้ชมภาพยนตร์สั้นชื่อเรื่องเดียวกันในเทศกาลภาพยนตร์สั้น Mise-en-scène Short Film Festival และเกิดความประทับใจจนต้องการนำมาขยายต่อเป็นซีรีส์ จองอูซองตัดสินใจทำโปรเจ็กต์นี้หลังจากที่ได้ฝากผลงานแรกในฐานะผู้อำนวยการผลิตไปกับภาพยนตร์เรื่อง Remember You ก่อนไปชมซีรีส์กันแบบเต็มๆ Netflix ได้เผย 3 เหตุผลที่ไม่ควรพลาด The Silent Sea (ทะเลสงัด)

#เบื้องหลังความลึกลับ

พล็อตสดใหม่และการเดินเรื่องที่สุดจะคาดเดา

ซีรีส์โดย Netflix เรื่อง The Silent Sea (ทะเลสงัด) เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เมื่อทีมหัวกะทิได้รับภารกิจพิเศษให้ขึ้นไปยังสถานีร้างบนดวงจันทร์ในขณะที่โลกเสื่อมโทรมลงจากภาวะขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ซีรีส์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากภาพยนตร์สั้นเรื่อง The Sea of Tranquility ที่กำกับโดยชเวฮังยงเช่นเดียวกัน และได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามกับของพล็อตเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาบนสถานีวิจัยที่ถูกทิ้งร้างบนดวงจันทร์

ผู้อำนวยการผลิตจองอูซองได้ชมและเล็งเห็นศักยภาพอันไม่สิ้นสุดของภาพยนตร์ความยาว 37 นาทีนี้ และได้มาร่วมงานในการสร้างเป็นซีรีส์ ขณะเดียวกันนักเขียนพัคอึนคโย เจ้าของผลงานเรื่อง Mother และ Crush and Blush ก็ได้ขยายเรื่องราวและเพิ่มความเข้มข้นให้กับปมปริศนาลึกลับในเรื่อง

ผู้กำกับชเวฮังยงระบุว่า “การค่อยๆ คลายปริศนาไปทีละปมยิ่งทำให้ตื่นเต้นขึ้นในกรอบเวลาที่มากขึ้นด้วยครับ” โดยกล่าวถึงปริศนาสุดระทึกที่ปรากฏขึ้นใหม่อยู่เรื่อยในระหว่างที่ทีมหัวกะทิเข้าใกล้เป้าหมาย พวกเขามุ่งหน้าไปยังสถานีวิจัยบัลแฮที่ปิดตัวลงอย่างถาวรไปเมื่อ 5 ปีก่อน เพื่อค้นหาหนทางรอดชีวิตของมนุษยชาติ โดยไม่ได้รับแจ้งข้อมูลอื่นๆ ล่วงหน้า และปรากฏว่าพวกเขาต้องเจอกับความตายสุดลึกลับและภารกิจก็เปลี่ยนทิศทาง ซึ่งผู้ชมจะได้ลุ้นระทึกไปพร้อมกันว่าความลับอะไรกันแน่ที่สถานีวิจัยบัลแฮซุกซ่อนไว้?

#ทีมนักแสดงขั้นเทพ

นำทีมโดย แบดูนา กงยู อีจุน คิมซอนยอง อีมูแซง และอีซองอุค

แน่นอนว่าฝีมือด้านการแสดงของทัพนักแสดงมากฝีมือเหล่านี้เป็นสิ่งที่แฟนๆ สามารถคาดหวังได้เลย! แบดูนา และกงยู ผู้ปลุกกระแส K-Zombie ให้โด่งดังไปทั่วโลกกับ ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด (Kingdom) และ ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง (Train to Busan) กลับมาในบทบาทของนักชีวดาราศาสตร์ซงจีอัน และกัปตันฮันยุนแจ ซึ่งยึดโยงกันอยู่บนความขัดแย้ง

เมื่อความตั้งใจของซงจีอันคือการขุดคุ้ยความลับของสถานีวิจัยบัลแฮ แต่สำหรับกัปตันฮันยุนแจแล้ว การเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเหนืออื่นใด นอกจากนี้ ยังร่วมด้วยทีมนักแสดงชั้นนำอย่าง อีจุน ผู้รับบทเป็นรยูแทซอก หัวหน้าวิศวกร คิมซอนยองในบทบาทหมอฮง แพทย์ประจำทีม อีมูแซงรับบทเป็นกงซูฮยอก หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย และอีซองอุค ผู้รับบทเป็นคิมซอน นักบิน เรียกว่าเคมีของทีมนักแสดงนั้นเห็นได้ชัดเจนแน่นอนในผลงานชิ้นนี้

แม้จะมีเรื่องราวที่ต่างกัน แต่ทีมหัวกะทิทุกคนล้วนเป็นผู้ร่วมเดินทางบนยานอวกาศลำเดียวกัน และต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ทุกการตัดสินใจแขวนอยู่ระหว่างความเป็นและความตายไปด้วยกัน และเพื่องานภาพที่สมจริงในการตะลุยอวกาศ ทีมนักแสดงได้สวมใส่ชุดอวกาศจริงๆ เป็นครั้งแรกระหว่างการถ่ายทำ และต้องเข้ารับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นก่อนถ่ายทำเพื่อถ่ายทอดการใช้ชีวิตในสภาวะแรงโน้มถ่วงเป็นศูนย์ หรือการเคลื่อนไหวในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำบนดวงจันทร์ให้ออกมาใกล้เคียงความจริงที่สุดอีกด้วย

#ซีรีส์เกาหลีเรื่องแรกที่จะพาคุณเดินทางสู่ดวงจันทร์

ซีรีส์แนวลึกลับเรื่องแรกของเกาหลีใช้ฉากหลังเป็นดวงจันทร์ พร้อมงานภาพที่สมจริงและทรงพลัง

เหตุผลสำคัญประการสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดชมซีรีส์ The Silent Sea (ทะเลสงัด)ก็คืองานภาพต่างๆ ตั้งแต่ดวงจันทร์ที่ไม่คุ้นเคย สถานีวิจัยที่อยู่บนนั้น ไปจนถึงภาพของโลกในอนาคตอันใกล้  ดังที่ผู้อำนวยการผลิตจองอูซองกล่าวว่า “ทุกอย่างเป็นความท้าทายใหม่ทั้งหมด” ในการทำให้ทั้งซีรีส์ The Silent Sea (ทะเลสงัด) เกิดขึ้นบนดวงจันทร์ ซึ่งต้องใช้เวลาและความทุ่มเทมหาศาล ความท้าทายประการแรกคือการถ่ายทอดภาพดวงจันทร์และพื้นผิวบนดวงจันทร์ ซึ่งไม่มีคนเกาหลีเคยได้ย่างเท้าลงบนนั้นมาก่อนเลย

ทีมสร้างต้องศึกษาข้อมูลและรูปภาพขององค์การนาซา (NASA) เพื่อสร้างออกมาเป็นภาพลักษณะพื้นผิวดวงจันทร์ และสร้างเป็นฉากต่างๆ ที่ต้องใช้ในแต่ละซีน ฉากการถ่ายทำขนาดมหึมาถูกสร้างขึ้นในสตูดิโอถึง 5 แห่ง เพื่อให้ได้ภาพที่กว้างของดวงจันทร์ที่อ้างว้าง ภาพยานอวกาศลงจอดฉุกเฉิน และภาพของสถานีวิจัยบัลแฮที่ปริศนาทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น ฉากการลงจอดฉุกเฉินซึ่งสะกดสายตาผู้ชมได้ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของซีรีส์นั้น ใช้เวลาสร้างนานถึง 3 เดือน ส่วนสถานีวิจัยบัลแฮซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุของเกือบทั้งซีรีส์นั้นก็ได้รับการออกแบบให้ดูเหมือนฐานทัพที่เต็มไปด้วยความลับ อิงรูปแบบจากสถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์ที่เน้นการเผยวัสดุจริง ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงทศวรรษที่ 1950-1980 และเนื่องจากเรื่องราวเกิดขึ้นบนอวกาศและดวงจันทร์ วิชวลเอฟเฟกต์จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน

ฉากบลูสกรีนถูกแทนที่ด้วยกำแพง LED เพื่อช่วยให้บรรดานักแสดงที่ต้องถ่ายทำโดยจินตนาการถึงความกว้างใหญ่ของดวงจันทร์และห้วงอวกาศเอง ได้รู้สึกถึงความสมจริงระหว่างถ่ายทำมากขึ้น ผู้ชมจะได้ขึ้นบินสู่ใจกลางของดวงจันทร์ ผ่านงานภาพที่สมจริงและเต็มไปด้วยรายละเอียด ซึ่งได้มาจากกระบวนการถ่ายทำขั้น pre-production นานถึง 2 ปีและ post-production อีกราว 1 ปี

ด้วยงานภาพสุดไดนามิกและพล็อตที่เข้มข้น ซีรีส์ The Silent Sea (ทะเลสงัด) จะสร้างความตื่นเต้นสุดระทึกได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สามารถตามไปชมคลิปสัมภาษณ์เบื้องหลังการถ่ายทำของนักแสดงและทีมสร้างกันได้ ที่นี่ แล้วรอชมซีรีส์พร้อมกันได้วันที่ 24 ธ.ค.นี้ ทาง Netflix

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...