ตลาดปลาบ้านแหลมในฤดูหนาวปีหนึ่ง - ก. ธรรมจำรูญวุฒิรงค์
ตลาดปลาที่บ้านแหลมในฤดูหนาวปีหนึ่ง
ผู้เขียนตื่นแต่เช้าราวตีห้าครึ่งเพื่อจะไปยังตลาดปลาบ้านแหลมด้วยความรู้สึกที่เหมือนมีอะไรดึงดูดที่เบาบางมากและมีความอยากรู้กับเงินจำนวนหนึ่งที่ตั้งใจจะไปซื้อปลาแปลกๆมาให้ได้ แต่ไม่คิดเลยว่าการเดินเลือกซื้อกุ้งปลาที่ตลาดปลาในครั้งนั้นจะมีบรรยากาศเหมือนเดินชมดอกไม้ในสวน
ตลาดปลาบ้านแหลมนี้ คือ ตลาดในอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีสภาพตลาดที่เป็นลานดินโรยหินเกล็ดและเปิดโล่งให้ลมชายทะเลพัดเข้ามา ลานนั้นเป็นลานใกล้วัดแห่งหนึ่ง มีรูปปั้นวัวกระทิงอยู่ใกล้ๆตรงนั้นหนึ่งตัว ซึ่งมองดูแล้วทำให้รู้สึกคึกคักเหมือนคนที่กำลังจะเข้าสู่แพปลาเพื่อใช้ไหวพริบในการประมูลปลาเป็นลำเรืออย่างไรก็อย่างนั้น แต่มิใช่ ผู้เขียนเตรียมเงินไปเพียงประมาณหนึ่งพันห้าร้อยบาท แต่ยังมีความมุ่งมั่นที่จะเอาปลาแปลกๆ หรือกุ้งตัวงามๆมาให้ได้
ระหว่างเดินทางได้วาดหวังถึง ปลากดทะเล ปลากุเลา ปูทะเล กุ้งกุลาดำตัวใหญ่สองสามตัว หรือกุ้งแชบ๊วยใหญ่สักตัวสองตัว ตลาดแถบนี้เคยพบกุ้งกุลาดำที่เป็นกุ้งทะเลธรรมชาติขนาดยาวคืบหนึ่งมาแล้ว และเราคงจะไม่พูดถึงปลาทูน่าที่คนญี่ปุ่นกิน เพราะที่นี่ไม่มี คงมีแต่ปลาโอ ซึ่งก็คือปลาตระกูลเดียวกับปลาทูน่าแต่อาจจะไม่ใช่เกรดที่นำมาทำซูชิ แต่เอาเถอะปลาโอต้มดีๆก็อร่อยเหมือนกัน
ตลาดที่นี่ลุ้นระทึกยิ่งกว่าตลาดใดๆของเพชรบุรี ไม่มีขาใหญ่ ขาประจำ เป็นตลาดของคนชั้นกลางอย่างแท้จริง และไม่ใช่แค่ตลาดผู้เขียนรู้สึกว่าเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวามาก บรรยากาศเป็นแบบดั้งเดิม ปลาบางตัวเพิ่งขึ้นจากแพปลาหรือท่าเทียบเรือหรือจะเรียกว่าท่าน้ำของบ้านใครสักคนและบ่อปลา และปลาที่จับได้ตามลำรางตามนาเกลือแถวนั้นเป็นของที่เพิ่งขึ้นมาจากน้ำ มีทั้งปลานำ้จืดและปลาทะเลที่ขึ้นมาจากเรือประมงท้องถิ่นซึ่งเป็นเรือประมงชายฝั่งลำเล็ก เพิ่งขึ้นฝั่งมาหมาดๆ ภาพที่เห็นนั้นคนซื้อมาเดินทั้งๆที่ดูง่วงๆ และแม่ค้าก็มองดูมีชีวิตชีวาอย่างที่ดูไม่เหมือนแม่ค้า ตั้งใจที่จะตอบคำถามว่าตัวนั้นตัวนี้คือปลาอะไร แม่ค้าคนหนึ่งมองดูมีความรู้ และรู้วิธีที่จะคุยกับลูกค้าที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร ผิวพรรณละเอียดสะอาดสะอ้านไม่ค่อยเหมือนคนที่อยู่ใกล้ทะเลอย่างที่คิดไว้ว่าจะมีผมแดงๆเพราะไอนำ้เค็มของนำ้ทะเลและกรำแดด มิใช่เลย ลืมภาพเก่าๆนั้นให้หมด ขอให้นึกถึงคนที่เกือบจะเป็นนางงามที่เข้าประกวด
ดูเหมือนผู้เขียนจะดูแม่ค้านานไปแล้ว จึงตั้งสติค้นหาปลาแปลกๆและกุ้งตัวงามๆในแผงปลานั้นต่อไป ในที่สุดก็เจอปลากดทะเลที่สวยงามมากตัวหนึ่ง ลำตัวสีขาวอมเหลืองทองแบบสีเงินวาวๆวับๆ ปลากดตัวนั้นสวยงามและอ้วนแข็งแรง แต่ไม่ได้ซื้อ เจอปลาเก๋าตัวสวยมองดูสดมาก ตัวลายสวยทีเดียว แต่ก็ไม่ซื้ออีกเช่นกัน เพราะความทะเยอทะยานเริ่มจะมากขึ้นด้วยความคิดว่าเดี๋ยวต้องเจอของสวยและแปลกกว่านี้แน่ (แม่ค้าปลาพูดทำนองว่าให้รีบเอาไป เดี๋ยวอาจมีลูกค้าคนอื่นเอาไปก็ได้ ) แล้วจึงมองกวาดสายตาต่อไป และคิดถึงกุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่หรือกุ้งกุลาดำตัวใหญ่ที่เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจไว้แต่แรก ในบรรดาของทะเลแปลกๆนั้นผู้เขียนให้น้ำหนักกุ้งทะเลมากกว่าปลา การหาของสดเช่นกุ้งทะเลธรรมชาติในตลาดอย่างนี้เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น เพราะสิ่งเหล่านี้เพิ่งขึ้นจากน้ำและเราได้เห็นเป็นคนแรกๆ ทั้งคนซื้อคนขายก็เพิ่งตื่นมา ล้างหน้าล้างตาแล้วก็ได้เห็นกันเป็นคนแรกๆของวันนั้น ยังไม่ทันได้แต่งหน้า จึงได้เห็นใบหน้าธรรมชาติของแม่ค้าอีกครั้ง
เมื่อเหลียวดูสักหน่อยก็ได้เจอกุ้งตัวใหญ่จริงๆตามที่คาดเป็นกุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่มาก ตัวยาวประมาณ 8 นิ้วมีหลายตัวในถาด ภาพที่เห็นคือความสวยงามและแข็งแกร่งอย่างกับม้าเลยทีเดียวแม้จะอยู่นิ่งแล้ว แต่กุ้งนี้ราคาแพงมาก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะราวๆกิโลละสี่ร้อยบาท กุ้งใหญ่ขนาดนั้น หนึ่งกิโลคงได้สัก 8 ตัว(แม่ค้าก็พูดทำนองว่าของหายากรีบเอาไปเถอะ จะไม่ผิดหวัง) แม้ว่าเป็นตลาดพื้นบ้านแบบนั้นแต่ตั้งราคาเท่านี้แสดงว่าของนั้นและคนขายย่อมไม่ธรรมดา
ในเวลาเดินตลาดแห่งเดียวกันจะพบว่าความยากในการพบเจอกุ้งกุลาดำจะยากกว่ากุ้งแชบ๊วย และว่ากันในทำนองผู้ที่กินกุ้งที่จับได้ตามธรรมชาติทั้งสองประเภทมาอย่างพอประมาณแล้ว พบว่า กุ้งกุลาดำมีเนื้ออร่อยนำแชบ๊วยอยู่หน่อยหนึ่ง กุ้งกุลาดำเนื้อแน่นเหนียวกว่า กรอบ มีกลิ่นเฉพาะตัว อย่างไรก็ตามยังอยู่ที่ความชอบของแต่ละคนอีก สำหรับผู้เขียนกุ้งแชบ๊วยในวันนั้นด้วยคำบรรยายของแม่ค้าทำให้กุ้งแชบ๊วยเปล่งประกายมากกว่ากุ้งอื่นๆ มือน้อยๆที่จับกุ้งพลิกไปพลิกมานั้นทำให้บรรยากาศเหมือนกึ่งความจริงกึ่งความฝัน
กุ้งแชบ๊วยที่เห็นนั้นนับว่าเป็นของสดที่มีลักษณะดีมากๆเพราะเป็นกุ้งธรรมชาติ และสมราคาแล้วมิได้ตั้งราคาสูงเกินจริงเลย เพราะของหายาก มองดูรอบตัวบริเวณตลาดแห่งนั้นมีความท้าทาย อย่างที่คิดไว้แต่แรก เพราะเราตื่นมาตีห้าโดยยังไม่รู้ว่าจะพบอะไร ไม่เหมือนตลาดในเมืองใหญ่ๆที่คาดเดาได้ว่าจะเจออะไร ที่นี่น่าตื่นเต้นเหมือนกล่องสุ่มทั้งผู้คนที่พบเจอและสินค้า สินค้าประเภทปลาและกุ้งแต่ละร้านมีอย่างละไม่มาก ตามที่หาได้จากเรือเล็กชายฝั่ง แบบชาวประมงพื้นบ้าน เป็นตลาดที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่งในบรรดาหลายๆครั้งที่เดินตลาดเองและในบรรดาตลาดที่ขึ้นชื่อฤาชาต่างๆ แต่เนื่องจากเราเห็นว่ากุ้งราคาเท่านี้ยังแพงและเพราะเคยกินกุ้งชนิดนั้นมาบ้างแล้วจึงยังไม่ซื้อกุ้งแชบ๊วยในแผงนั้น แวบหนึ่ง ผู้เขียนคิดว่า เราจะกินอะไรก็ได้เรียบง่ายแค่ไหนก็ได้เพราะเราได้ท่องเที่ยวและได้ดูบรรยากาศที่ตลาดนั้นจนอิ่มเอมแล้ว คิดถึงความประหยัดจึงซื้อปลาสำลีสดๆมาสองตัวเท่านี้ก็พอ แต่เมื่อเดินกลับออกมาจากตลาดก็เหมือนยังได้อะไรมาไม่ครบถ้วนบริบูรณ์ ยังมีสิ่งที่อยากได้อยู่ในตลาดนั้น และนึกได้ว่าพลาดของดีที่ตรงกับใจไปแล้วคือกุ้งแชบ๊วยและอื่นๆ
ปลาสำลีนั้นถึงจะสดแต่ก็มิใช่เป็นปลาหรือกุ้งที่ผู้เขียนคิดไว้แต่แรก ผู้เขียนไม่ได้นิยมอย่างนั้น นึกเสียดายกุ้งแชบ๊วย ขึ้นมา แต่ในวันนั้นก็ดีใจที่ได้เห็นกุ้งแชบ้วยตัวใหญ่ๆ และแม้ว่าชอบสินค้าแล้วกลับชอบบรรยากาศในการเลือกซื้อสินค้าและการพูดคุยกันในวันนั้นมากกว่า
กุ้งแชบ๊วยที่เห็นในวันนั้นนับว่าเป็นกุ้งธรรมชาติที่ใหญ่มากพอดู ปลาก็ดูดี แสดงว่าทะเลแถบนั้นยังคงสภาพธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาก เมื่อทะเลสมบูรณ์ ก็ทำให้คนขายสินค้าจากทะเลก็แลดูอุดมสมบูรณ์อิ่มเอิบตามไปด้วย
ผู้เขียนเห็นว่าแถบทะเลเพชรบุรีมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบมีของกินชั้นเยี่ยมหลายอย่าง ผู้คนก็น่าสนใจอย่างมีความหมาย ถัดจากทะเลมาทางชุมชนแถบวัดปากคลอง ตำบลบางครก ซึ่งยังอยู่ในอำเภอบ้านแหลม ก็มีน้ำตาลมะพร้าวชั้นเยี่ยมขายอยู่ด้วย ชาวบ้านแถวนั้นมีหลายบ้านที่ตั้งใจทำน้ำตาลด้วยชีวิตจิตใจ ผู้เขียนเคยกินแล้ว คุณภาพดี
บรรยากาศแบบพื้นบ้านไม่ได้สะดวกสบายนักในหนทางที่จะไป มีสิ่งสวยงาม สวยแบบบ้านๆ แต่ประทับใจและหวังว่าจะยังคงมีบรรยากาศในตลาดปลาแห่งนั้น มีแม่ค้า แผงค้า และสินค้าอยู่ที่เดิมและเหมือนเดิม คราวนี้จะซื้อตามที่ตรงกับใจต้องการจริงๆ
ตีห้าครึ่งในหน้าหนาว ราวเดือนธันวา 2559 นั้นมีความหมายจริงๆ