โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนแล้วนะ เกิดอุบัติเหตุมีเปลี่ยนตัวคนขับ-หนีเป่าเมา มีโทษหนัก

สวพ.FM91

อัพเดต 03 ต.ค. 2565 เวลา 01.00 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2565 เวลา 22.17 น.

วันที่ 30 ก.ย.2565 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่ามีหลายกรณี เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน ไม่ว่าจะมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายหลังพบว่าผู้ที่แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่นั้น เป็นคนละคนกับผู้ขับขี่ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งมีการเปลี่ยนตัวเนื่องจากผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตหรือเมาสุรา รถคันที่ขับขี่ทำประกันภัยประเภทระบุชื่อคนขับ หรืออาจเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและไม่อยากให้ตนเองตกเป็นผู้ต้องหาจากการทำให้เกิดอุบัติเหตุ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเตือนไปยังผู้ที่คิดจะหลอกเจ้าหน้าที่ตํารวจหรือพนักงานสอบสวนที่ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุว่า การกระทําดังกล่าวถือว่ามีความผิด ไม่ได้เพียงแค่ข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา

ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือ ประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” และยังต้องรับโทษในฐานะผู้ขับขี่ หากอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากความประมาท หรือเกิดจากการขับขี่ในขณะเมาสุรา

เพราะถือเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน อีกทั้งในบางกรณี การเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่อาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันภัยฟ้องร้องค่าสินไหมทดแทนที่ชดใช้ให้กับคู่กรณีคืนจากเจ้าของรถหรือผู้ขับขี่อีกด้วย

ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนว่าอย่าคิดที่จะเปลี่ยนตัวคนขับเป็นอันขาด ไม่ว่าตนเองจะเป็นฝ่ายผิด หรือฝ่ายถูกก็ตาม เพราะถือเป็นความผิดตามกฎหมายและจะถูกดําเนินคดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...