สาวจีนเที่ยวผับช็อกดับ เจอสารเสพติด รวบ 4 คน เผาหลักฐาน 'โจ๊ก' เดือดจวก ผกก.สุทธิสาร
สาวจีนเที่ยวผับช็อกดับ เจอสารเสพติดในร่างกาย รวบได้ 4 คน เผาทำลายหลักฐาน 'รองโจ๊ก' เดือดจวก ผกก.สุทธิสาร ไม่ทำอะไรสักอย่าง จนเรื่องลามไปถึงจีน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ต.ค.65 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร., พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 ร่วมกับ พล.ต.ต.เวิน หย่งกาง ที่ปรึกษาฝ่ายตำรวจ สอท.จีน และ ร.ต.อ.จ้าว หย่งหนิง ผู้ช่วยทูตตำรวจประจำ สอท.จีน แถลงข่าวชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงชาวจีนในประเทศไทย หลังจากท่องเที่ยวในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ย่านถนนรัชดาภิเษก ญาติเข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถึงความไม่ชอบมาพากลของการเสียชีวิต โดยพบว่า คนร้ายพยายามทำลายพยานหลักฐาน ตำรวจสามารถตามจับกุมคนร้ายมาได้ 4 คน เป็นกลุ่มคนจีนด้วยกัน
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา มีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนของประเทศจีนว่า หญิงชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้วหายตัวไป คาดว่าถูกหลอกมาทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมากลับพบว่าได้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ทราบชื่อคือ น.ส.โย่ว ซื่อ หัว อายุ 32 ปี สัญชาติจีน เสียชีวิตหลังจากไปเที่ยวผับดังกล่าว ซึ่งญาติติดใจสาเหตุการตาย จึงประสานผ่านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบเหตุดังกล่าว ต่อมาสถานทูตได้ประสานข้อมูล เพื่อขอความช่วยเหลือมายังตน เพื่อให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง
จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2, พ.ต.อ.สุธิศักดิ์ พิริยะภิญโญ ผกก.สน.สุทธิสาร ดำเนินการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ทราบสาเหตุการเสียชีวิตโดยด่วน เบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ก.ย. กับเพื่อนผู้หญิงอีก 3 คน ต่อมาคืนวันที่ 16 ก.ย. ทั้งหมดได้ไปเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่ง และชักชวนเพื่อนผู้ชายมาเพิ่มอีก 3 คน จากนั้นเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 17 ก.ย. ผู้เสียชีวิตได้มีการอาเจียนและช็อกหมดสติ รปภ.ประจำร้าน ได้นำตัวส่ง รพ.พระราม 9 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ก่อนส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ
จากนั้นวันเดียวกัน มีชายชาวจีน 3 คน พร้อมคนขับรถคนไทยอีก 1 คน ได้ไปที่ห้องพักของผู้เสียชีวิต ที่ซอยต้นสน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. แล้วนำเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของผู้เสียชีวิตไปเผาทำลาย และผลชันสูตรศพเบื้องต้น สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากพิษของสารเสพติด ซึ่งตรวจพบสารแอมเฟตามีนภายในร่างกาย คาดว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวเพื่อนผู้ชายทั้ง 3 คนที่มาเที่ยวด้วยกันในคืนดังกล่าวมาสอบปากคำ ซึ่งทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายจาง เหมิง โจว อายุ 26 ปี สัญชาติจีน นายหยู ชุน จุ้ย อายุ 30 ปี สัญชาติจีน และนายหลี่ เจิ้ง เสียน อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ยังให้การปฏิเสธในเรื่องการใช้ยาเสพติด และจากการตรวจหาสารเสพติดเบื้องต้นก็ไม่พบ จึงได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และผลักดันออกนอกประเทศแล้ว
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ต้องหาอีก 4 ราย ที่นำสิ่งของและทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตไปเผา ได้สั่งการให้ สน.ลุมพินี ซึ่งเป็นท้องที่รับผิดชอบที่พักของผู้เสียชีวิต ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย นายไอแดน ฟาน อายุ 40 ปี สัญชาติวานูอาตู นายจาง เจียน ฟู่ อายุ 42 ปี สัญชาติจีน นายเฉิน เซียน ปิง อายุ 40 ปี สัญชาติจีน และ นายชัชพิสิฐ แซ่หลี่ อายุ 29 ปี สัญชาติไทย จะถูกดำเนินคดีในฐานความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำผิด” ขณะนี้ทั้งหมดถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 3 คน หากพ้นโทษออกมาก็จะผลักดันออกนอกประเทศต่อไป
ส่วนการดำเนินคดีกับสถานบันเทิงดังกล่าวนั้น ขณะนี้ทราบชื่อเจ้าของแล้ว มีหุ้นส่วนใหญ่เป็นคนจีน มีคนไทยเป็นคณะกรรมการ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าคนไทยเป็นคณะกรรมการเป็นนอมินีหรือไม่ ส่วนสถานบันเทิงดังกล่าว ตรวจสอบแล้วไม่พบยาเสพติด ซึ่งยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้ามีความผิดก็จะดำเนินการสั่งปิดบริการต่อไป
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของ พ.ต.อ.สุธิศักดิ์ พิริยะภิญโญ ผกก.สน.สุทธิสาร ว่ากันตรงไปตรงมา ถือว่ามีความบกพร่องต่อหน้าที่ คดีเกิดมาเป็นเดือนแล้วไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง จนมีความใหญ่โต ที่ประเทศจีน ผบ.ตร. มอบหมายให้ตนมาดำเนินการใช้เวลาสัปดาห์กว่าๆ สามารถคลี่คลายคดีได้ ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนให้ความเป็นธรรมทั้งสถานบันเทิงและ ผกก.สน.สุทธิสาร
วันนี้มีการประชุมสรุปผลการสืบสวนกรณีดังกล่าว พร้อมกันนี้ได้เชิญผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยมาร่วมเฝ้าฟังสรุป รวมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตเพื่อให้สิ้นสงสัย ให้ญาติเกิดความเข้าใจ และมีความพอใจเรื่องคดี
กรณีดังกล่าวเป็นกรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยและเสียชีวิตผิดธรรมชาติ ญาติของผู้เสียชีวิตติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตจึงได้ประสานขอความช่วยเหลือ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ตายมีการใช้สารเสพติดก่อนเสียชีวิต คาดว่าเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันในคืนวันดังกล่าวน่าจะมีการใช้ยาเสพติด จนทำให้ผู้ตายเกิดอาการอาเจียนก่อนเสียชีวิต หลังจากนั้นมีคนตามไปเก็บข้าวของของผู้ตายไปเผาเพื่ออำพรางคดีสั่งการให้มีการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้ความจริงกระจ่างสิ้นสงสัย รวมทั้งดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ภาพลักษณ์เรื่องการท่องเที่ยวของไทยดีขึ้น และทำให้นักท่องเที่ยวที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีความมั่นใจในการเดินทางมาเที่ยวไทยกันมากขึ้น