บก.ปคบ.ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร บุกตรวจค้นโกดังครอบครองวัตถุอันตราย ห้ามผลิต การนําเข้า การส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย และวัตถุอันตราย ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ตรวจยึดได้มูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท
วันที่ 25 มี.ค. 67 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.2บก.ปคบ. นำโดย ปฏิบัติ พ.ต.ท.จำรูญ คำมา สว.กก.2 บก.ปคบ.ร่วมกับเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร กรมวิชาการเกษตร
โดยพฤติการณ์แห่งคดีสืบเนื่องจาก ด้วย กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับหนังสือสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 อุบลราชธานี ที่ กษ 0920/1061 ลง 20 มีนาคม 2567 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์เจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนและร่วมตรวจค้น สถานประกอบการที่ต้องสงสัยว่ามีฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 รายละเอียดที่แจ้งแล้วนั้น
เจ้าพนักงานชุดดังกล่าวได้สืบสวนทราบ ว่า สถานที่ลักลอบเก็บวัตถุอันตรายแห่งหนึ่งเขตพื้นที่ ต.คลองม่วง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีการลักลอบเก็บปัจจัยผลิตทางการเกษตร และวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ผิดกฎหมายไว้เป็นจำนวนมาก ต่อมาวันที่ 25 มี.ค.67 เจ้าพนักงานชุดดังกล่าวได้ร่วมกันเดินทางมาตรวจสอบที่ดังกล่าวโดยมี นายสุวิท (ขอสงวนนามสกุ) แสดงตนเป็นผู้ดูแล/นำตรวจสอบสอบ
ผลการตรวจค้นพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (สารคลอร์ไพริฟอส)จำนวน 4 รายการ (สารพาราควอต) จำนวน 1 รายการ และผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (สารเมโทมิล) จำนวน 1รายการ (มูลค่าของกลาง 1,510,000 บาท)
เนื่องจากสิ่งของที่ตรวจพบต้องสงสัยว่ามีไว้เป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 จึงได้ตรวจยึด นำของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งจากการกระทำดังกล่าว เป็นความผิด ดังนี้
1.มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ ๔ โดยผิดกฎหมาย ตาม มาตรา 43,74 (ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
2.มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม มาตรา 23,73 (ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
3.มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ตาม มาตรา 23,73(ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
โดยเจ้าพนักงานตำรวจชุดดังกล่าวจะได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อ พงส.กก.2 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่สอบสวนถึงตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ เตือนภัย ก่อนเลือกซื้อสินค้าที่เป็นวัตถุอันตรายทางการเกษตร ให้เกษตรกรตรวจเลือกซื้อสินค้าที่ผ่านการขึ้นทะเบียน จากกรมวิชาการเกษตร โดยให้ดูทะเบียนวัตถุอันตราย ที่ฉลากแสดงไว้ที่ผลิตภัณฑ์ ฉลาก เอกสาร คำแนะนำ ในการใช้ที่ถูกต้อง หากเกษตรกรผู้บริโภคนำวัตถุอันตรายไปใช้ในอัตราที่เหมาะสม ทำให้สิ้นเปลือง วัตถุอันตรายที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องมาใช้อาจก่อให้เกิดผลเสียหาย หรือนำมาใช้ไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม พืช สัตว์ หรือแม้กระทั่งต่อผู้ใช้เอง อาจทำให้เกิดการตกค้างของสารพิษในสิ่งแวดล้อมได้ ทำให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และวัตถุอันตราย ชนิดที่ ๔ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศ ห้ามผลิต นำเข้าและมีไว้ในครอบครอง ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ