โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทวิรัฐและทวินิติรัฐ : 2) ทฤษฎีทวิรัฐ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 14 มี.ค. 2567 เวลา 02.23 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2567 เวลา 02.18 น.

การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ

ทวิรัฐและทวินิติรัฐ

: 2) ทฤษฎีทวิรัฐ

ต้นฉบับงานเรื่อง “The Dual State” (ทวิรัฐ) ของเอินสต์ เฟรงเกิล ที่เขาแอบฝากฝังให้พรรคพวกลักลอบส่งออกจากนาซีเยอรมนีโดยซุกซ่อนไว้ในถุงเอกสารการทูตของทางการฝรั่งเศส แล้วส่งต่อถึงมือเขาเมื่อเขาอพยพลี้ภัยไปถึงอเมริกาในปี 1939 ช่วงใกล้สงครามโลกครั้งที่สองจะปะทุระเบิดขึ้นนั้น สำคัญทั้งต่อตัวเฟรงเกิลเองทางอัตวิสัย และโดยเนื้อหาของมันทางภาววิสัย

ในแง่อัตวิสัย การเป็นทนายจำเลยฝ่ายซ้ายเชื้อสายยิวที่รับว่าความคดีการเมืองในศาลภายใต้ระบอบนาซี สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อเฟรงเกิล เขาถูกระแวงสงสัย รังควานกลั่นแกล้ง ดูหมิ่นเหยียดหยามและโดดเดี่ยวยิ่งขึ้นทุกทีทั้งโดยรัฐนาซีและสังคมเยอรมันภายใต้กระแสต่อต้านยิว

เขาผ่านเบ้าหลอมช่วงนั้นมาได้อย่างทรหดอดทน นอกจากเพราะทัศนะมองโลกในแง่ดีและการได้สัมผัสสัมพันธ์กับพลังต่อต้านนาซีในหมู่คนงานผู้เป็นลูกความแล้ว ส่วนหนึ่งที่สำคัญก็เพราะพลังภูมิปัญญาของเขาในการทำความเข้าใจสถานการณ์กฎหมาย-การเมืองในเยอรมนีโดยรวม

เฟรงเกิลอาศัยกรอบทฤษฎีลัทธิมาร์กซ์เป็นฐาน แล้วประยุกต์ใช้มันวิเคราะห์อย่างแหลมคมสร้างสรรค์ยิ่ง โดยไม่ยึดติดตำราตายตัว หากพร้อมปรับเปลี่ยนไปตามสภาพเงื่อนไขความเป็นจริงใหม่ของระบอบนาซี

ความสามารถในการประมวลคิดวิเคราะห์เข้าใจภาวะแวดล้อมโดยรวมนี่เองได้กลายเป็นเหมือนเบาะกันกระแทกแรงกดดันของนาซีต่อตัวเขา ช่วยบรรเทาบาดแผลบอบช้ำทางจิตใจ และเป็นแหล่งที่มาแห่งความมั่นคงทางอารมณ์ของเฟรงเกิล ให้สามารถทนทายาดปฏิบัติงานทนายความและต่อต้านนาซีใต้ดินอยู่ได้หลายปี

กล่าวในแง่เนื้อหา งาน “The Dual State” ซึ่งเขายกร่างต้นฉบับภาษาเยอรมันขึ้นภายใต้ระบอบเผด็จการนาซีระหว่างปี 1937-1938 แล้วขัดเกลาปรับปรุงใหม่พร้อมทั้งแปลเป็นภาษาอังกฤษระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองจนตีพิมพ์ออกมาในปี 1941 นั้น ได้รับยกย่องจากดักลาส มอร์ริส นักประวัติศาสตร์กฎหมายชาวอเมริกันผู้เขียนชีวประวัติการต่อสู้กับนาซีของเอินสต์ เฟรงเกิล ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของเจ้าตัว มันเป็นบทวิเคราะห์ยาวเต็มเหยียดเกี่ยวกับระบบกฎหมาย-การเมืองของนาซีชิ้นแรกที่ปรากฏในบรรณพิภพ และมิหนำซ้ำที่เขียนขึ้นภายในประเทศนาซีเยอรมนีเองด้วย และแม้จนทุกวันนี้ก็ยังถือเป็นบทวิเคราะห์ระบบดังกล่าวที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งเท่าที่เคยทำกันมา (ดู Douglas G. Morris, Legal Sabotage : Ernst Frankel in Hitler’s Germany, 2020)

กระนั้นแล้วเอินสต์ เฟรงเกิล วิเคราะห์ระบบกฎหมาย-การเมืองนาซีไว้ว่าอย่างไรในงาน The Dual State : A Contribution to the Theory of Dictatorship (ทวิรัฐ : บทสมทบส่วนแก่ทฤษฎีว่าด้วยระบอบเผด็จการ) เล่า?

ประเด็นหลักของทวิรัฐคือนิติลักษณ์หรือสถานะทางกฎหมาย (legality or legal status) ของรัฐเผด็จการนาซีนั้นเป็นแบบทวิลักษณ์ (dualism)

ทวิรัฐนาซีเยอรมันจึงมีบุคลิกลักษณะเป็นทวินิติรัฐ (legal dualism) ในแง่กฎหมายนั่นเอง

อธิบายขยายความได้ว่าระบบการเมืองการปกครองของรัฐนาซีเยอรมนีนั้นมีรัฐ 2 ชนิดดำรงอยู่คู่กัน ได้แก่ :

1. รัฐปทัสถาน (normative state หรือ Normenstaat ในภาษาเยอรมัน) ซึ่งประกันการดำรงอยู่สืบไปของสังคมทุนนิยมสำหรับบรรดาชาวเยอรมันที่ไม่ถูกคุกคามโดยระบอบนาซี รัฐปทัสถานประกอบไปด้วยระบบศาลและระบบบริหารราชการที่ยังคงทำงานอยู่ ทว่า มันไม่ใช่และไม่เท่ากับการมีหลักนิติธรรม (the rule of law) หากเป็นแค่ระบบกฎหมายดั้งเดิมตามประเพณีที่ตกทอดมาจากสาธารณรัฐไวมาร์ก่อนหน้านี้ ซึ่งยังคงทำงานสืบเนื่องต่อไป แต่ไม่ได้ดำเนินรอยตามหลักการเดิมเสียแล้ว

2. รัฐอภิสิทธิ์ (prerogative state หรือ Ma?nahmenstaat ในภาษาเยอรมัน) ซึ่งใช้อาญาโทษทางกฎหมายรวมทั้งความรุนแรงอย่างป่าเถื่อนต่อผู้คนที่ถูกถือเป็นศัตรูของระบอบนาซีและประเทศนาซีเยอรมนี รัฐอภิสิทธิ์เป็นรัฐแห่งอำนาจพลการที่ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทำการได้ตามอำเภอใจหรือตามแต่เป้าประสงค์ทางการเมืองขณะนั้น โดยมีพรรคนาซีกับกองกำลัง SS ของพรรคเป็นร่างทรงของมัน (SS ย่อจาก Schutzstaffel หมายถึงหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของพรรคนาซี)

ในทางปฏิบัติรูปธรรม ฝ่ายนำและเจ้าหน้าที่รัฐนาซีเยอรมันจึงทั้งใช้และฉวยใช้ (misuse) กฎหมายในเวลาเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับกฎหมายเมื่ออยู่ในพื้นที่หรือกรณีรัฐปทัสถาน ทว่า เมื่ออยู่ในพื้นที่หรือกรณีรัฐอภิสิทธิ์ ก็กลับเลี่ยงกฎหมายเสียเมื่อสมประโยชน์ตน

ด้วยการลากเส้นแบ่งระหว่างคดีสามัญในรัฐปทัสถานออกจากคดีการเมืองในรัฐอภิสิทธิ์ ทว่า เส้นแบ่งนี้ขีดขึ้นโดยพลการ ทำให้มันคลุมเครือคาดเดายาก

ดังที่เฟรงเกิลชี้ว่า :

“ระบบกฎหมายของเยอรมนีทุกวันนี้มีข้อความจริงอันเป็นบุคลิกอยู่ว่าไม่มีเรื่องราวใดปลอดพ้นจากการแทรกแซงของผู้มีอำนาจหน้าที่ทางการเมืองซึ่งใช้ดุลพินิจเพื่อเป้าหมายทางการเมืองได้อย่างเสรีโดยปราศจากหลักประกันทางกฎหมายใดๆ

“ไม่มีประเด็นปัญหาอันหนึ่งอันใดเลยที่รัฐอภิสิทธิ์ไม่อาจอ้างเขตอำนาจเหนือมันได้

“ทวิรัฐจึงเป็นบทแย้งของหลักนิติธรรม (the rule of law) เนื่องจากมันขาดกระบวนการโดยชอบอันทำให้ นั่นกลายมาเป็นบุคลิกของรัฐอภิสิทธิ์” (Fraenkel, The Dual State, p. 43, 57, 10)

ดักลาส มอร์ริส ยังได้อธิบายขยายความทวิรัฐเพิ่มเติมโดยเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐปทัสถานกับรัฐอภิสิทธิ์และพลวัตของมันว่า :

– ทวินิติรัฐไม่ใช่ระบบกฎหมายที่หยุดนิ่ง หากมีพลวัตขยับเคลื่อนเปลี่ยนแปลง โดยทิศทางเปลี่ยนแปลงของ มันคือกำลังถูกทำให้เป็นแบบนาซี (nazification) มุ่งหน้าไปรับใช้และบรรลุเป้าหมายและนโยบายของนาซี ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยมีอุดมการณ์นาซีเป็นหมุดหมายหลักยึด

– ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐปทัสถานกับรัฐอภิสิทธิ์มีพลวัตดังนี้คือ : รัฐอภิสิทธิ์นำทาง ส่วนรัฐปทัสถานดำเนินตาม รัฐอภิสิทธิ์ส่งอิทธิพลต่อและผนวกครอบรัฐปทัสถาน ในความหมายนี้ รัฐปทัสถานจึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบกฎหมาย-การเมืองนาซีซึ่งบรรลุเป้าหมายของมันด้วยวิธีการต่างๆ ตั้งแต่ใช้ความรุนแรงไปจนถึงใช้ระบบศาลเป็นเครื่องมือ ทั้งนี้ ระบบนาซีก็ดัดแปลงระบบศาลให้เป็นไปตามอุดมการณ์ของตนอย่างกระเหี้ยนกระหือรือด้วย โดยอาศัยรัฐอภิสิทธิ์นั่นเอง

– อำนาจหน้าที่การตัดสินใจท้ายที่สุดอยู่กับรัฐอภิสิทธิ์ หากรัฐอภิสิทธิ์ตัดสินใจแล้ว รัฐปทัสถานก็จะคล้อยตามและนำการตัดสินใจดังกล่าวไปดำเนินการ รัฐปทัสถานไม่มีวันสามารถสั่งการซ้อนทับเหนือรัฐอภิสิทธิ์ได้ กล่าวในภาษาของเฟรงเกิลคือรัฐอภิสิทธิ์มีเขตอำนาจเหนือตัวเขตอำนาจเอง (the prerogative state had jurisdiction over jurisdiction itself)

– ดักลาส มอร์ริส ยังได้วิเคราะห์ตีความทฤษฎีทวิรัฐ-ทวินิติรัฐของเอินสต์ เฟรงเกิล เพิ่มเติมว่า การที่รัฐนาซีได้ทยอยตั้งศาลพิเศษต่างๆ ขึ้นมาหลังกุมอำนาจระหว่างปี 1933-1934 ได้แก่ ศาลพิเศษ, ศาลนาซี, และศาลประชาชน แล้วโยกย้ายคดีการเมืองทั้งหมดไปยังศาลเหล่านี้ ทำให้อาจมองได้ว่าระบบกฎหมาย-การเมืองนาซีเป็น “ไตรรัฐ” (a triple state) โดยมีศาลพิเศษเหล่านี้เหมือนเป็นตัวสื่อประสานตรงกลางระหว่างรัฐปทัสถานกับรัฐอภิสิทธิ์ นั่นเอง

ปรากฏว่าในระยะหลังมานี้แวดวงนิติศาสตร์-รัฐศาสตร์สากลได้มีการรื้อฟื้นทฤษฎีทวิรัฐ-ทวินิติรัฐ (the dual state/legal dualism) ไปวิเคราะห์วิจารณ์ระบบกฎหมาย-การเมืองในบรรดาประเทศเผด็จการทั้งหลาย เช่น โซเวียต รัสเซีย, จีนคอมมิวนิสต์, ตุรกี เป็นต้น อันมีข้อค้นพบน่าสนใจที่ผมจะหาโอกาสนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไป

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทวิรัฐและทวินิติรัฐ : 2) ทฤษฎีทวิรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...