โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รับศพหญิงไทยถูกชายมาเล ผลักตกตึก 23 ชั้น ดับ

INN News

เผยแพร่ 10 มี.ค. 2567 เวลา 06.29 น. • INN News

“ปวีณา” นําพี่สาวและครอบครัวหญิงไทยถูกแฟนชาวมาเล ฆาตกรรมตัดนิ้วก่อนผลักตกตึก 23 ชั้นเสียชีวิตในประเทศมาเลเซีย รับศพที่สนามบินสุวรรณภูมิ วอนลงโทษถึงที่สุด

วันนี้(10 มี.ค. 67) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นําพี่สาวและญาติรับศพ ลูกสาวอายุ 32 ปี ที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังถูกแฟนชาวมาเลเซียทำร้ายร่างกายก่อนผลักตกจากอาคารสูง 23 ชั้น เสียชีวิตที่ประเทศมาเลเซีย

พี่สาว ผู้เสียชีวิตเล่าว่า น้องสาวทํางานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.เบตง จ.ยะลา และพบเจอกับฝ่ายชายซึ่งเป็นชาวมาเล ต่อมาได้คบหาดูใจกันประมาณ 2 เดือน ก่อนฝ่ายชายชักชวนไปอยู่ด้วยที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งน้องสาวมีการเดินทางไปมาระหว่างมาเลเซียกับประเทศไทย กระทั่งล่าสุดก่อนเกิดเหตุน้องสาวเดินทางกลับไปที่ประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะมาทราบข่าวจากเพื่อนน้องสาวในประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ น้องสาวถูกฆาตกรรม

โดยฝ่ายผลักตกตึกเสียชีวิต ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมฝ่ายชายเอาไว้ได้ เนื่องจากขณะเกิดเหตุมีพยานได้ยินเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงและสามารถบันทึกวิดีโอพร้อมเสียงกรี๊ดร้องขณะที่น้องสาวตกตึก เบื้องต้นทราบว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุตํารวจพบมีการตัดนิ้วของน้องสาวก่อนผลักตกตึกหล่นอยู่ในห้องเกิดเหตุอีกด้วย

โดยพี่สาว ของผู้เสียชีวิต กล่าวต่ออีกว่า เบื้องต้นได้รับข้อมูลจากคนไทยที่พักอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียมาว่า ฝ่ายชายที่ก่อเหตุฆาตกรรมน้องสาวของตนเองนั้น เคยมีการก่อเหตุในลักษณะนี้กับอดีตแฟนสาวมาแล้วครั้งหนึ่งในห้องเดียวกันแต่ครั้งนั้นไม่ถูกดําเนินคดี ซึ่งตนอยากขอให้มีการดําเนินคดีจนถึงที่สุดเพราะไม่อยากให้มีเหยื่อรายที่ 3 อีก อย่างไรก็ตามเพื่อนในประเทศมาเลเซียยังบอกอีกว่าฝ่ายชายหรือผู้ก่อเหตุนั้นจะถูกลงโทษสูงสุดด้วยการแขวนคอตามกฎหมายของประเทศมาเลเซีย

ด้าน นางปวีณา กล่าวว่า หลังทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นตนได้ประสานกับหน่วยงานกับ ผอ.กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศเพื่อช่วยประสานกับทางการมาเลเซียขอรับร่างผู้เสียชีวิตกลับมายังประเทศไทย รวมถึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและกรมการท่าอากาศยาน ในการอํานวยความสะดวกขั้นตอนการรับร่างที่สนามบินสุวรรณภูมิ นอกจากได้รับเงินบริจาคจากคนไทยในประเทศมาเลเซียที่ช่วยกันบริจาคเป็นเงินจํานวนกว่า 6 หมื่นบาท ซึ่งใช้เป็นค่าดําเนินการส่งศพกลับมาประเทศไทย ทั้งนี้ขอฝากเตือนหญิงไทยว่า ให้ตรวจสอบให้รอบคอบก่อนจะตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับชาวต่างชาติ

ขณะที่บรรยากาศในการรับศพที่สนามบินเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งหลังจากนี้พี่สาวและญาติจะนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...