โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สถิติฟ้อง “SSF” ไม่ตอบโจทย์ “หุ้นไทย” ดึงเงินเข้าตลาดไม่ได้... กว่า 4 ปี AUM แค่ 1.6 หมื่นลบ. ในขณะที่ “LTF” 5 ปีแรก AUM โตแตะ 4.4 หมื่นลบ.!!!

Wealthy Thai

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2566 เวลา 08.56 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: ในวันที่ “ตลาดหุ้นไทย” ดำดิ่งทั้งตัวเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ผลตอบแทนแย่สุดในปีนี้ ลบไปแล้วกว่า 16.30%เสียงเรียกร้องให้ฟื้นคืนชีพ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) ก็ดังขึ้นอีกครั้ง (และมักจะดังในทุกๆ ครั้งที่ตลาดหุ้นทรงอย่างแบดนั่นเอง)
ฝ่ายที่เรียกร้องก็จะมาจากฟากของ “ตลาดทุน” ทั้งผู้ประกอบการ ตลอดจนกลุ่มนักลงทุนเอง ในขณะที่ฝ่าย“กระทรวงการคลัง” ผู้จะตัดสินใจชี้เป็นชี้ตายได้นั้น ก็มีท่าทีที่ไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่แรกนั่นจึงเป็นที่มาของการ “ไม่ต่ออายุ” ให้กอง LTF ที่สิ้นสุดลงในปี2019 และกลายมาเป็นรูปแบบของ “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) ในปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะครบอายุในสิ้นปี2024 ปีหน้าเช่นเดียวกันเรื่องของกอง LTF จึงดูจะเป็นเรื่องของการมองต่างมุม และเห็นกันคนละอย่างมากกว่า แต่ถ้าต้องการโฟกัสเรื่อง “ดึงเงินลงทุนเข้าหุ้นไทย” รูปแบบของกอง LTF น่าจะตอบโจทย์ได้มากกว่าถามว่า…ทำไม? วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จะพามาไขประเด็นในเรื่องนี้กัน !!!

5 ปี แรกของกอง “LTF มีเงินลงทุนใน “หุ้นไทย” เพิ่มขึ้น…ต่างกับ “SSF” ชัดเจน

ถ้าดูแค่เงินที่อยู่ในตลาดหุ้นไทย มองผ่านขนาดสินทรัพย์สุทธิของกอง LTF และ SSF ในช่วง 5 ปีแรกเหมือนกันนั้น จากการสำรวจของ‘Wealthy Thai’ พบว่า ขนาดของกอง LTF เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเริ่มต้นในปี2004 เป็นปีแรกมีเม็ดเงินรวมกัน 5.3 พันล้านบาท และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 4 ปีถัดมาเป็น 1.3 หมื่นล้านบาท, 2.4 หมื่นล้านบาท, 4.7 หมื่นล้านบาท และ 4.4 หมื่นล้านบาท ในปี2005, 2006, 2007 และ 2008 ซึ่งเป็นปีที่5 ตามลำดับ (ช่วงนั้นดัชนีหุ้นไทยตั้งต้นประมาณ 620 จุด มาจบสิ้นปีที่5 แถวๆ 490 จุด จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยก็ไม่ไปไหนเช่นกัน)“นั่นคือเม็ดเงินในตลาดหุ้นไทย เพราะ LTF ลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลัก แม้ในช่วงแรกกอง LTF จะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้และไม่เกิน 3 แสนบาท ก็ตาม (ก่อนจะปรับเพิ่มเป็น 5 แสนบาท ในปี2008) แต่ก็แยกเป็นก้อนเฉพาะไม่ได้นับรวมกับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แต่ประการใด ด้วยเงื่อนไขการลงทุนที่ลงปีไหน ใช้สิทธิปีนั้น และมีระยะเวลาการลงทุนเพียง 5 ปี ปฏิทิน”

หันมาดูฝั่งกองSSF” กันบ้าง ที่รัฐส่งมาแทนกอง LTF มีช่วงทดลองงาน 5 ปี (ตั้งแต่ปี2020 -202024) แล้วจะมาดูผลลัพธ์กันอีกครั้งว่าเมื่อครบอายุแล้ว จะต่ออายุให้หรือไม่ หรือจะทำประการใดต่อไปนั่นเอง ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมากว่า 4 ปี แล้วในแง่ของการเติบโตมองผ่านขนาดมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกอง SSF เอง ต้องบอกว่า“ไม่ปัง” เท่าที่ควร เริ่มต้นปีแรกในปี2020 แบบ“เปิดออพชั่น” สายพันธุ์ LTF ที่แยกเป็น“กองทุนเพื่อการออมพิเศษ (SSFX)” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” อย่างเดียว แยกประโยชน์ทางภาษีจากSSF” ปกติให้ด้วยในช่วงปีแรกเท่านั้น จบปีมีขนาดกอง SSF อยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท และเพิ่มขึ้นอย่างอืดๆ เป็น 3.6 หมื่นล้านบาท, 4.5 หมื่นล้านบาท และ 4.6 หมื่นล้านบาท ในปี2021, 2022 และต.ค.23 ตามลำดับ“มองภาพรวมของเม็ดเงิน อาจจะดูใกล้เคียงกัน แต่ถ้าดูไส้ในในส่วนที่เป็น ‘หุ้นไทย’ นั้น จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะ SSF ลงทุนในสินทรัพย์ใดก็ได้ ลงทุนปีไหน ใช้สิทธิปีนั้นเหมือนกัน แต่มีระยะเวลาการลงทุน 10 ปี นับแบบวันชนวัน ซึ่งหากดูในส่วนที่ลงทุนในหุ้นไทยนั้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ของเงิน SSF ทั้งหมดเท่านั้น มีเพียงปีแรกที่มากหน่อยมีสัดส่วนกว่า 56.95%”โดยกอง SSF-หุ้นไทย” สินทรัพย์ในช่วงกว่า 4 ปีที่ผ่านมา เกือบจะเรียกว่าไม่โตเลยก็ไม่ผิดนัก ในปีแรกอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 1.3 หมื่นล้านบาท, 1.7 หมื่นล้านบาท และ 1.6 หมื่นล้านบาท ในปี2021, 2022 และต.ค.23 ตามลำดับ แม้จะเหลือปีหน้าให้ลงทุนได้อีกปีก็คาดว่าเม็ดเงินในส่วนของ“หุ้นไทย” ก็คงไม่ได้มากมายไปกว่านี้มากนัก (ช่วงนั้นดัชนีหุ้นไทยตั้งต้นประมาณ 1,580 จุด มาถึงปัจจุบันกว่า 4 ปี แถวๆ 1,396 จุด จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยก็ไม่ไปไหนเช่นเดียวกัน)

ถ้าต้องการ “ดึงเงินเข้าตลาดหุ้นไทย” รูปแบบและเงื่อนไขของ “LTF” ตอบโจทย์กว่า “SSF”

จากข้อมูลดังกล่าวก็ชัดเจนว่า ถ้าต้องการ “ดึงเงินเข้าตลาดหุ้นไทย” รูปแบบของ SSF ไม่ตอบโจทย์แต่ประการใด ด้วยนโยบายการลงทุนที่ไม่ได้โฟกัสที่ตลาดหุ้นไทย และมีระยะเวลาการถือครองที่นานกว่ามาก คือ 10 ปี แบบวันชนวันทางฝั่ง“สภาตลาดทุนไทย” และ“สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (AIMC) จึงมีแนวคิดที่จะเสนอให้กับภาครัฐเพื่อดึงเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย หนึ่งในรูปแบบที่มีการพูดถึง คือ ปรับรูปแบบของ SSF ใหม่หลังครบอายุในปีหน้า อาจจะโฟกัสในหุ้นไทยที่เน้นกลุ่ม ESG โดยเฉพาะ พร้อมปรับลดเงื่อนไขการถือครองให้สั้นลงอาจจะเป็น 8 ปี เป็นต้น แต่เชื่อว่าสุดท้ายขึ้นกับ“กระทรวงการคลัง” จะพิจารณาเป็นหลักโจทย์ของ “กระทรวงการคลัง” อาจต่างออกไป ในตอนที่ไม่ต่ออายุกอง LTF เพราะมองว่า ระยะเวลาที่ให้สำหรับส่งเสริมการลงทุนในหุ้นไทยตั้งแต่ปี2004 จนมาต่ออายุให้อีกรอบถึงสิ้นปี2019 นั้น น่าจะยาวเพียงพอแล้ว ที่จะสร้างวัฒนธรรมการลงทุนในหุ้นให้เกิดขึ้นได้
ไม่เพียงเท่านี้ กลุ่มคนที่มาใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่ก็ใช้กันหมดแล้ว และกระจุกตัวอยู่ในกลุ่ม“ฐานภาษี” ปานกลางค่อนไปทางสูง 25% ขึ้นไป แต่กลุ่มปานกลางค่อนมาทางต่ำ ต่ำกว่า 20% ลงมากลับไม่ได้เข้ามาใช้ประโยชน์ จึงมองว่า มีเพียงคนกลุ่มเดียวที่ใช้ประโยชน์อยู่ ซึ่งก็หวังว่ารูปแบบของ SSF จะช่วยขยายฐายนักลงทุนไปในกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือมีฐานภาษีปานกลางค่อนไปทางต่ำได้มากขึ้นนั่นเอง“ไม่ได้เน้นจะดึงเงินเข้ามาในตลาดหุ้นไทยตรงๆ อยู่แล้ว เพราะใครที่อยากจะลงทุนในหุ้นไทย SSF ก็มีกอง SSF-หุ้นไทย ให้เลือกลงทุนได้อยู่แล้ว ถ้ารัฐไม่ได้มีแรงจูงใจจะดึงเงินเข้าตลาดหุ้นไทย ก็ไม่แปลกถ้าที่ผ่านมา ท่าทีของรัฐเองจะไม่ค่อยเห้นด้วยกับฝั่งของตลาดทุนเท่าไรนัก อีกประเด็น คือ รัฐมองว่า LTF ไม่ได้ช่วยขยายฐานนักลงทุน มีคนใช้ประโยชน์กลุ่มเดียว ที่สำคัญ ยังมีการวนเงินเก่ามาลงทุนใหม่เมื่อครบอายุ ภาพของเม็ดเงินจริงๆ จึงอาจจะบิดเบี้ยวจากที่เห็นไปได้เช่นกัน”ยังพอมีเวลา เพราะ “ภาครัฐ” เองก็ประกาศตั้งแต่แรกว่าจะขอทดลองงานกอง SSF ในช่วง 5 ปี ว่าเป็นไปตามที่เขามองกันไว้หรือไม่ แล้วจะมาเคาะสรุปอีกครั้งว่าจะเอายังไง ต่อหรือไม่ต่อ จะเปลี่ยนรูปแบบหรือไม่ แต่ถ้าเป้าหมายเพื่อจะ “ดึงเงินเข้าตลาดหุ้นไทย” เชื่อว่าข้อมูลก็สะท้อนแล้วว่า รูปแบบของ SSF นั้น ไม่ตอบโจทย์อย่างแน่นอน รูปแบบของกอง LTF จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...