โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TTB เปิดตลาดดีด 3.14% หลังประกาศแผนซื้อหุ้นคืน 2.1 หมื่นลบ. โบรกฯ ชี้ช่วยจำกัดดาวไซด์-ดันผลตอบแทนขึ้น

Wealthy Thai

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 15.19 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2568 เวลา 03.45 น.

ราคาหุ้น TTB หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เช้าวันนี้ (29 ม.ค. 68) เปิดตลาดดีดตัวขึ้นทันที ล่าสุดอยู่ที่ 1.97 บาท ปรับตัวขึ้น +3.14% จากวันก่อนหน้า หลังวานนี้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 21,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ฟากโบรกฯ มองช่วยจำกัด Downside หนุนเป็นหุ้นธนาคารผลตอบแทนน่าสนใจ ทิศทาง ROE-EPS ขยับขึ้น
โดยวานนี้ TTB แจ้งข่าวผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหาร ทางการเงิน ภายใต้วงเงินรวมไม่เกิน 21,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2568 ไปจนถึงปี 2570 ซึ่งในปีนี้จะเริ่มซื้อหุ้นคืนครั้งแรกด้วยวงเงินไม่เกิน 7,000 ล้านบาท จำนวนหุ้นซื้อคืนไม่เกิน 3,500 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 3 ก.พ. ถึงวันที่ 1 ส.ค. 2568 ส่วนการซื้อหุ้นคืนครั้งถัดไปจะขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า มีมุมมองบวกต่อประเด็นดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบัน TTB มีอัตราเงินกองทุนทั้งในส่วนของ Capital Adequacy Ratio (CAR), Tier 1 Ratio และ Core Tier 1 Ratio (CET1) ที่ 19.3%, 16.9% และ 16.9% ตามลำดับ สูงกว่าที่ ธปท. กำหนดเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 12%, 9.5% และ 8% สะท้อนว่า TTB มีเงินกองทุนส่วนเกินจำนวนมาก ซึ่งเป็นประเด็นที่มักถูกนักลงทุนตั้งคำถามถึงความมีประสิทธิภาพของการบริหารจัดการเงินกองทุน
ทั้งนี้ นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของ COVID-19 TTB รวมถึงธนาคารแห่งอื่นต้องการที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่าธนาคารมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยง ในกรณีที่มีหนี้เสียเกิดขึ้นมาก ทำให้ในช่วงแรกมีการลดและความคุมการจ่ายปันผลเพื่อรักษาระดับเงินกองทุนในระดับสูงกว่าปกติ
แต่ปัจจุบันธนาคารได้พิสูจน์ถึงความสามารถในการควบคุมหนี้เสียที่มีประสิทธิภาพ จึงเริ่มเห็นการผ่อนคลายระดับเงินกองทุน และมองหาวิธีบริหารจัดการเงินทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่ง TTB ประเมินว่าหลังจากการซื้อหุ้นคืนในปีนี้เสร็จสิ้น บริษัทยังรักษาระดับของเงินกองทุน (CAR) ในระดับที่สูงกว่า 19% ได้
อย่างไรก็ตาม TTB มีความพยายามในการเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการเพิ่ม Dividend Payout Ratio ขึ้นจาก 30-40% ในช่วงก่อน COVID-19 เป็น 55% ในปี 2566 และคาดจะเพิ่มเป็น 62% ในปี 2567 สะท้อนว่าผู้บริหารมีความมั่นใจในระดับเงินกองทุนในปัจจุบันของ บริษัท รวมถึงความสามารถในการควบคุมการไหลตกชั้นของลูกหนี้ในอนาคต
ฝ่ายวิเคราะห์ได้สอบถามไปยัง TTB และพบว่า การดำเนินนโยบายซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อระดับ Dividend Payout Ratio ในปี 2567 ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์คาด TTB จะจ่ายปันผลจากกำไรสุทธิครึ่งหลังปี 2567 ที่หุ้นละ 0.07 บาท คิดเป็น Dividend Yield 3.7% และคาดในปี 2568 จะจ่ายปันผลหุ้นละ 0.136 บาท คิดเป็น Dividend Yield 7.1% (อิง Dividend Payout Ratio ที่ 62%)
และหากรวมวงเงินสำหรับการซื้อหุ้นคืนอีกปีละ 7,000 ล้านบาท (ตามแผนซื้อหุ้นคืน 3 ปี) จะเทียบเท่ากับการจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.07 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนอีกราว 3.7% ที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้ในภาพรวม TTB กลายเป็นหุ้นธนาคารที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจ, ทิศทางของ ROE และ EPS จะขยับขึ้น และมีประเด็นเฉพาะตัวมาช่วย จำกัด Downside ของราคาหุ้น
ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวกต่อประเด็นการซื้อหุ้นคืนของ TTB โดยปัจจุบัน TTB ซื้อขายด้วยระดับ PBV ที่ 0.8 เท่า (มูลค่าทางบัญชี 2.5 บาท/หุ้น) ทำให้มีช่องว่างสำหรับ TTB ที่จะดำเนินการซื้อหุ้นคืนอยู่มากพอสมควร แต่ด้วยแนวโน้มกำไรสุทธิที่คาดจะทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน และ Upside ที่เหลืออยู่ราว 11% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2568 เดิมที่ 2.12 บาท จึงคงคำแนะนำ “TRADING” โดยมองรูปแบบการลงทุนใน TTB เป็นลักษณะถือเพื่อรอรับปันผล หรือรอสะสม เมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงผิดปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...