โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อัปเดต เปิดข้อมูลควรรู้ เจ้าของร้านอาหาร ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? สรุปให้ครบ พร้อมวิธีคำนวณภาษี

Thairath Money

อัพเดต 12 ธ.ค. 2567 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2567 เวลา 02.48 น.
ภาพไฮไลต์

ปัจจุบัน หลายคน เบื่อ การทำงานในระบบ ขององค์กร บริษัท ห้างร้านต่างๆ ตัดสินใจ ลาออก มาทำ “ธุรกิจส่วนตัว” กันมากขึ้น โดย 1 ในนั้น คือ การเปิดร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่ ขนาดเล็ก ๆ ที่บ้าน บ้างไม่มีหน้าร้าน เปิดแพลตฟอร์ม ขายเฉพาะออนไลน์

แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ ก็คือ ไม่ว่าร้านของเราจะเล็กแค่ไหน หรือขายเฉพาะเพื่อนบ้าน ก็ยังต้องเข้าสู่ระบบภาษี เช่นเดียวกับธุรกิจขนาดใหญ่

ซึ่งการไม่เข้าใจเรื่องภาษีอาจนำไปสู่ปัญหาที่ไม่คาดฝัน เช่น ค่าปรับจากการไม่ยื่นภาษี หรือการเสียโอกาสรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี อย่าง การลดหย่อนภาษีได้

โดยช่วงท้ายของปีเช่นนี้ นับเป็นเวลาที่เหมาะ สำหรับการ ทบทวนความเข้าใจ เกี่ยวกับ ข้อมูลภาษีที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดตามมา

ทำความเข้าใจ การยื่น และ การเสียภาษี สำหรับ “ธุรกิจร้านอาหาร”

ซึ่งข้อมูลจาก คลินิกภาษี กระทรวงการคลัง และ K SME ธนาคารกสิกรไทย ระบุ ข้อมูลเป็นประโยชน์ สำหรับ เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร ว่า ไม่ว่า ร้านอาหารขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคล ซึ่งมี 2 รูปแบบ ด้วยกัน ได้แก่

1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นภาษีที่เจ้าของกิจการต้องยื่นภาษีใจความสำคัญ ก็คือ

  • ถ้ารายได้ 120,000 บาท/ปี แต่ไม่ต้องเสียภาษี
  • ถ้ารายได้เกิน 150,000 บาท/ปี จะต้องมีหน้าที่เสียภาษี

สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่าต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาอย่างไร ก็คำนวณตามสูตรเบื้องต้น ดังนี้

  • รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
  • เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย

โดยช่วงเวลายื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง

▸ ยื่นชำระภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 94) นับรวมรายได้ 6 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนมกราคม - เดือนมิถุนายน โดยยื่นภายในเดือนกันยายน

▸ ยื่นชำระภาษีสิ้นปี (ภ.ง.ด. 90) นับรวมรายได้ตั้งแต่เดือนมกราคม - เดือนธันวาคม โดยนำภาษีที่จ่ายครั้งแรกมาหักจากภาษีมาหักออกจากภาษีที่คำนวนได้ในครั้งที่ 2

2.ภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับร้านอาหารที่เจ้าของกิจการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งกำไรจากการขายอาหารจะถูกนำมาคำนวณหาเพื่อเสียภาษีรายได้นิติบุคคล

ซึ่งมีหลักการคำนวนคือ รายได้ทั้งหมด - ค่าใช้จ่าย = กำไรสุทธิ

และนำกำไรสุทธิที่ได้มาเปรียบเทียบกับตารางภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกิจการที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปีและมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท จะได้รับสิทธิภาษีของอัตรา SME ดังนี้

▹ กำไร 300,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษี

▹ กำไร 300,001 – 3 ล้าน ต้องเสียภาษี 15%

▹ กำไรมากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไป ต้องเสียภาษี 20%

ทั้งนี้ ถ้าอยากรู้ว่าจะต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าไหร่ ก็สามารถใช้สูตรนี้คำนวณได้เลย

  • กำไรสุทธิ x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย

*อัตราภาษีทั่วไปอยู่ที่ 20%

ซึ่งจะต้องยื่นภาษีนิติบุคคลปีละ 2 ครั้ง เช่นกัน

▸ ยื่นชำระภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 51) ยืนชำระภายใน 2 เดือน นับจากวันสุดท้ายของ 6 เดือนแรก ของรอบระยะเวลาบัญชี

▸ ยื่นชำระภาษีสิ้นปี (ภ.ง.ด. 50) ยื่นชำระภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะบัญชี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับร้านอาหาร คำนวณอย่างไร ?

ทั้งนี้ หากเราเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหาร ที่มีผลประกอบการเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี จำเป็นจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีรายได้เกินด้วย

โดยหลักการนั้น ให้คำนวณจาก 7% ของยอดขาย พร้อมทำการยื่นภาษีแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน

โดย K SME แนะว่า ดังนั้นหากร้านเราจด VAT แล้ว จึงจำเป็นจะต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ หรือลูกค้า และจะต้องออกใบกำกับภาษีให้เป็นหลักฐาน ในกรณีร้านอาหารส่วนมากยอดนี้ก็จะโชว์ในใบเสร็จค่าอาหารนั่นเอง

ที่สำคัญต้องจัดทำรายงานภาษีขาย ภาษีซื้อ สินค้าและวัตถุดิบด้วยเพื่อใช้ในการยื่นภาษี

ร้านอาหารจึงควรคิดราคาที่รวม VAT เข้าไปแล้ว ด้วยสูตรนี้

“ราคาอาหารก่อนคิด VAT x 7% = ราคาอาหารสุทธิ”

ภาษีป้าย ครัวเล็กๆ ต้องเสียภาษีไหม ?

นอกจากนี้ หากร้านอาหารของเรา มีหน้าร้าน และมีป้ายติดหน้าร้าน จะด้วยความต้องการ เพื่อให้คนรู้ว่าร้านของเรามากขึ้น ว่า ขายอะไร ซึ่งในระเบียบนั้น การติดป้ายชื่อร้าน ยี่ห้อ เครื่องหมายการค้า จำเป็นต้องเสียภาษีป้ายด้วยเช่นกัน

สำหรับ วิธีคำนวณภาษีป้ายนั้น มีหลักการ และ ตัวอย่าง ดังนี้

ตัวอย่าง ป้าย “เค เอสเอมอี” มีขนาด กว้าง 1 เมตร ยาว 2.5 เมตร

วิธีคำนวณ

กว้าง X ยาว / พื่นที่ 500 ตร.ซม = พื้นที่ที่ต้องเสียภาษี

ตัวอย่าง 100 x 250 ซม. / 500 ตร.ซม. = 50 ตร.ซม.

จากนั้นมาเปรียบเทียบกับประเภทป้าย เป็นประเภทอักษรไทยล้วน

วิธีคำนวณ

พื้นที่ที่ต้องเสียภาษี x อัตราภาษี = ภาษีป้ายที่ต้องจ่าย

ตัวอย่าง 50 x 10 = 500 บาท

เท่ากับว่าร้านนี้ต้องเสียภาษป้ายในจำนวน 500 บาท นั่นเอง

อย่างไรก็ดี ก่อนติดป้ายร้าน K SME แนะว่า อย่าลืม นำภาพถ่ายป้ายและแผนผังจุดที่จะทำการติดป้าย ไปขอคำอนุญาตที่สำนักงานเขต เทศบาล หรืออบต. พร้อมยื่นแบบพร้อมชำระป้าย (ภ.ป.1) ภายใน 15 วัน โดยมีเอกสารดังนี้

• บัตรประชาชน

• สำเนาทะเบียนบ้าน

• เลขประจำตัวผู้เสียภาษี/เลขที่ทะเบียนการค้า

• หนังสือรับรอง (กรณีนิติบุคคล)

• รูปถ่ายป้าย พร้อมขนาดกว้าง x ยาว

• ใบอนุญาตติดตั้งป้าย หรือใบเสร็จรับเงินจากร้านทำป้าย

เมื่อยื่นเรื่องเรียบร้อยก็สามารถชำระภาษี ได้ที่สำนักงานเขต และในปีต่อๆ ไปให้ยื่นแบบ (ภ.ป.1) ได้ตั้งแต่ เดือนมกราคม – เดือนมีนาคม ของทุกปี ควรนำใบเสร็จรับเงินค่าทำป้ายจากปีก่อนมาแสดงด้วย

เปิดร้านอาหารในบ้าน ต้องเสียภาษีที่ดินไหม?

สุดท้ายแล้ว ยังมีอีกหนึ่งภาษี ที่หลายคนอาจคิดว่าไม่จำเป็น แต่จริงๆ แล้ว การใช้พื้นที่ในบ้านทำกิจการก็ต้องเสียภาษีที่ดินด้วยเช่นกัน เพราะถือว่าเราใช้ที่ดินในเชิงพาณิชย์ โดยสามารถประเมินมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เปรียบเทียบกับอัตราภาษี ซึ่งถ้าหากเราเป็นผู้เช่าต้องตกลงกับเจ้าของให้ชัดเจน ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบภาษีที่ดินตรงนี้นั่นเอง

ทั้งหมด คือ เรื่องราวภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเรื่องภาษีไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเราเข้าใจ และ เตรียมพร้อม ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจในการทำธุรกิจให้กับเราต่อไปได้

ที่มา : K SME ,K-Property ,iTAX ,คลินิกภาษี กระทรวงการคลัง

อ่านข่าวหุ้น ข่าวทองคำ และ ข่าวการลงทุน และ การเงิน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อัปเดต เปิดข้อมูลควรรู้ เจ้าของร้านอาหาร ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? สรุปให้ครบ พร้อมวิธีคำนวณภาษี

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...