โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ ไวรัส H5N1-H1N1 ต่างกันอย่างไร ชนิดไหนแพร่เชื้อรุนแรงกว่ากัน

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 พ.ย. 2567 เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2567 เวลา 08.52 น. • The Bangkok Insight

สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ ไวรัส H5N1-H1N1 ต่างกันอย่างไร ชนิดไหนแพร่เชื้อรุนแรงกว่ากัน

สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกปี 2567 ทำความเข้าใจเชื้อ H5N1 H1N1 และสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ตามฤดูกาล

ไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นกลุ่มเชื้อก่อโรคที่มีความหลากหลายและยังคงเป็นความท้าทายสำคัญต่อสาธารณสุขโลก บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างที่สำคัญระหว่างไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A สายพันธุ์ H5N1 และ H1N1 รวมถึงข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในมนุษย์ในปัจจุบัน

ประเภทของไวรัสไข้หวัดใหญ่

ไวรัสไข้หวัดใหญ่มี 4 ชนิด ได้แก่ A B C และ D แต่มีเพียงชนิด A และ B เท่านั้นที่ก่อให้เกิดการระบาดตามฤดูกาลในมนุษย์ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A ยังแบ่งย่อยเป็นสายพันธุ์ต่างๆ ตามโปรตีนที่ผิวสองชนิด คือ ฮีแมกกลูตินิน (H) และนิวรามินิเดส

สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่

การเปรียบเทียบระหว่าง H5N1 และ H1N1

ต้นกำเนิดและสิ่งมีชีวิตที่ติดเชื้อ

H5N1 มีต้นกำเนิดในนก โดยเฉพาะนกน้ำ และส่วนใหญ่ติดเชื้อในสัตว์ปีก พบครั้งแรกในห่านเลี้ยงในจีนตอนใต้เมื่อปี 2539 ส่วน H1N1 พบได้หลักๆ ในสุกรและมนุษย์ สายพันธุ์ที่ระบาดใหญ่ในปี 2552 เกิดจากการผสมผสานทางพันธุกรรมระหว่างไวรัสไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ สุกร และนก

การแพร่เชื้อ

H1N1 แพร่เชื้อระหว่างมนุษย์ได้ง่าย ผ่านละอองฝอยจากระบบทางเดินหายใจ ในทางตรงกันข้าม H5N1 ไม่แพร่เชื้อระหว่างมนุษย์ได้ง่ายนัก ผู้ป่วย H5N1 ส่วนใหญ่ได้รับเชื้อจากการสัมผัสโดยตรงกับนกที่ติดเชื้อหรือสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อ

ความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิต

การติดเชื้อ H5N1 ในมนุษย์มักมีอาการรุนแรงกว่า โดยมีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 52% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้อาจสูงเกินจริงเนื่องจากการรายงานผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงอาจต่ำกว่าความเป็นจริง การติดเชื้อ H1N1 มักมีอาการไม่รุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่ามาก การระบาดใหญ่ของ H1N1 ในปี 2552 มีอัตราการติดเชื้อทั่วโลก 11-21% ของประชากรโลก (6.8 พันล้านคน) คิดเป็นผู้ติดเชื้อ 748-1,428 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิต 151,700-575,400 ราย เมื่อคำนวณอัตราการเสียชีวิตจะได้อัตราตายอยู่ระหว่าง 0.01-0.08%

อาการและภาวะแทรกซ้อน

ไวรัสทั้งสองชนิดก่อให้เกิดอาการไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่น ไข้ ไอ และอ่อนเพลีย อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อ H5N1 อาจลุกลามอย่างรวดเร็วจนเกิดภาวะหายใจลำบากรุนแรง อวัยวะหลายระบบล้มเหลว และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ อาการของ H1N1 มักไม่รุนแรงเท่า แต่อาจรุนแรงได้ในกลุ่มเสี่ยง

การแพร่ระบาดทั่วโลก

H1N1 แพร่ระบาดไปทั่วโลกและก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ในปี 2552 ส่วน H5N1 ยังคงเป็นไวรัสที่พบหลักในนก โดยมีการติดเชื้อในมนุษย์เป็นครั้งคราวในพื้นที่ที่ไวรัสนี้เป็นโรคประจำถิ่นในประชากรนก

สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่

การตรวจและการวินิจฉัย

การตรวจวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่แบบรวดเร็ว (ATK) สามารถตรวจพบไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A ได้ แต่ไม่สามารถแยกสายพันธุ์ย่อยเช่น H5N1 และ H1N1 ได้ การตรวจหา H5N1 โดยเฉพาะต้องใช้เทคนิคขั้นสูงเช่น RT-PCR และมักทำในห้องปฏิบัติการพิเศษ

ลักษณะทางพันธุกรรม

ไวรัสทั้งสองชนิดมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมอย่างมากเมื่อเวลาผ่านไป H5N1 แตกแขนงเป็นกลุ่มพันธุกรรม (clade) หลายกลุ่ม โดยกลุ่ม 2.3.4.4b กลายเป็นกลุ่มหลักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไวรัส H1N1 ก็มีวิวัฒนาการเช่นกัน โดยสายพันธุ์ที่ระบาดใหญ่ในปี 2552 เกิดจากการผสมผสานทางพันธุกรรม

สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดในมนุษย์ปัจจุบัน

ณ ปี 2567 สายพันธุ์หลักของไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดในมนุษย์ได้แก่

ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A

1. A(H1N1)pdm09: สายพันธุ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการระบาดใหญ่ปี 2552 และยังคงแพร่ระบาดตามฤดูกาลตั้งแต่นั้นมา โดยแทนที่สายพันธุ์ A(H1N1) ตามฤดูกาลเดิม
2. A(H3N2): สายพันธุ์ย่อยนี้แพร่ระบาดในมนุษย์มาหลายทศวรรษและยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด B

ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด B แบ่งเป็นสองสายพันธุ์:
1. สายพันธุ์ B/Victoria
2. สายพันธุ์ B/Yamagata
ทั้งสองสายพันธุ์แพร่ระบาดทั่วโลก แต่ไม่พบไวรัสสายพันธุ์ B/Yamagata ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563

รูปแบบการแพร่ระบาดในปัจจุบัน

ณ ปี 2567 ฤดูกาลไข้หวัดใหญ่ในแอฟริกาใต้ (ซึ่งอาจบ่งชี้แนวโน้มในซีกโลกใต้โดยรวม) มีการระบาดหลักของ

1. ไข้หวัดใหญ่ A(H1N1)pdm09: สายพันธุ์นี้พบ 67.4% ของกรณีไข้หวัดใหญ่ที่ตรวจพบ
2. ไข้หวัดใหญ่ B/Victoria: สายพันธุ์นี้พบ 30.6% ของกรณีที่ตรวจพบ
3. ไข้หวัดใหญ่ A(H3N2): สายพันธุ์ย่อยนี้พบในระดับต่ำ คิดเป็น 1.9% ของกรณีที่ตรวจพบ

สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสายพันธุ์หลักอาจแตกต่างกันตามภูมิภาคและฤดูกาล ตัวอย่างเช่น ไวรัส A(H1N1)pdm09 ที่แพร่ระบาดในปี 2567 แสดงความแตกต่างทางพันธุกรรมบางประการเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ โดยมีการกลายพันธุ์เพิ่มเติมเช่น T120A และ K169Q

ไข้หวัดใหญ่ชนิดอื่นๆ

ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด C พบได้น้อยกว่าและมักก่อโรคไม่รุนแรงในมนุษย์ ส่วนไข้หวัดใหญ่ชนิด D ส่วนใหญ่ติดเชื้อในวัวและไม่มีข้อมูลก่อโรคในมนุษย์
สรุปได้ว่า แม้ H5N1 และ H1N1 จะเป็นไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างอย่างมากในด้านต้นกำเนิด รูปแบบการแพร่เชื้อ ความรุนแรง และผลกระทบทั่วโลก H5N1 ยังคงเป็นไวรัสที่พบหลักในนกโดยมีการแพร่เชื้อระหว่างมนุษย์จำกัดแต่มีความรุนแรงสูง ในขณะที่ H1N1 ปรับตัวให้แพร่เชื้อระหว่างมนุษย์ได้ง่ายแต่มักมีอาการไม่รุนแรง

ปัจจุบัน สายพันธุ์หลักของไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่แพร่ระบาดในมนุษย์คือ A(H1N1)pdm09, A(H3N2), และ B/Victoria โดยสายพันธุ์ B/Yamagata อาจกลับมาระบาดอีกได้ การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องยังคงมีความสำคัญในการติดตามการวิวัฒนาการและการแพร่ระบาดของไวรัสเหล่านี้ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาวัคซีนและกำหนดกลยุทธ์ด้านสาธารณสุข

ขอบคุณข้อมูล ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...