โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบรนด์ดอยตุง เพิ่มพันธมิตรธุรกิจ ปั้นที่ปรึกษายั่งยืน รับมือกติกาโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2568 เวลา 02.52 น.
ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ หมุนตามเทรนด์โลก ในปี 2568 นอกจากจะบริหารพันธมิตรธุรกิจเก่า 25 บริษัท ยังแสวงหาธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจเพื่อสังคม สร้างแบรนด์ดอยตุง และบริหารคาร์บอนเครดิต ปั้นยูนิต “ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน”

“เราอยากได้เพื่อนเพิ่ม ในปี 2568 มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เรามองหาพาร์ตเนอร์ หาพันธมิตรธุรกิจเพิ่มให้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์การลงทุนที่จำเป็นของธุรกิจ รับมือสถานการณ์และข้อจำกัดของกติกาการค้าของโลก ตอบโจทย์ภาวะโลกเดือดมากขึ้น” ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ ภารกิจใหม่ที่จะเริ่มปักธงในปี 2568

“ทุกวันนี้ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เช่น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UNSDGs) เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เป้าหมายการหยุดยั้งการสูญเสียและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของโลกภายในปี 2030”

“ในเวทีด้านการพัฒนาระดับสากลยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างการพัฒนาคุณภาพชีวิตคน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการฟื้นฟูธรรมชาติ ปี 2567 นับเป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกมา โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในเดือนมกราคม-กันยายน สูงกว่าอุณหภูมิยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิน 1.5 องศาเซลเซียส”

จัดโครงสร้างองค์กรใหม่รับมือโลกเปลี่ยน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เกริ่นว่า การฟื้นฟูป่าดอยตุงเมื่อ 36 ปีก่อน กลายเป็นบุญหล่นทับให้ชาวบ้านบนโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย ปรับตัวได้เท่าทันกับสถานการณ์ โดยเฉพาะผลกระทบจาก Climate Change ซึ่งกระทบกับดอยตุงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในปี 2567 คือ พายุในเดือนเมษายน และดินสไลด์ในเดือนกันยายน

ด้วยประสบการณ์ การถ่ายทอดวิถีการทำงาน และขยายผลไปในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ได้นำแนวทางปลูกป่า ปลูกคน สร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เกิดเป็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ภายใต้สถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน ที่เผชิญปัญหาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่ต้องได้รับการแก้ไขที่เร่งด่วนมากขึ้น มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯจึงต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างและภารกิจการทำงานใหม่

ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ม.ล.ดิศปนัดดาบอกว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการ Town Hall ประชุมพนักงานมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เพื่อกำหนดพันธกิจหลักใหม่ 4 ด้าน คือ 1.งานพัฒนาคุณภาพชีวิต 2.ธุรกิจเพื่อสังคม (แบรนด์ดอยตุง) 3.Nature-based Solutions หรือการดำเนินงานเพื่อบริหารจัดการ ปกป้อง และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน (การใช้ธรรมชาติแก้ไขปัญหาธรรมชาติ) และ 4.งานที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน เพื่อนำองค์ความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์แก้ไขปัญหานี้ โดยมุ่งเน้นผนึกกำลังร่วมกับภาคีเครือข่ายในการดำเนินงาน ให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างยิ่งขึ้น

พัฒนาคุณภาพชีวิตคนบนดอย-ประเทศเพื่อนบ้าน

ม.ล.ดิศปนัดดากล่าวว่า งานพัฒนาคุณภาพชีวิต ยังคงเป็น 1 ในภารกิจหลัก ขณะเดียวกันได้ต่อยอด ขยายผล ในเชิงพื้นที่เพิ่มขึ้น พุ่งชนเป้าหมายทั้งในด้านเศรษฐกิจ รายได้ และการรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ภายใต้ปฏิบัติการ ดังนี้

  • โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย
  • โครงการร้อยใจรักษ์ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
  • โครงการศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมันและพืชน้ำมันอื่น ๆ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
  • โครงการแปรรูปป่าเศรษฐกิจน่าน
  • โครงการพัฒนาทางเลือกเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน ไทย-เมียนมา พื้นที่หนองตะยา อำเภอพินเลา รัฐฉาน

ธุรกิจเพื่อสังคม ภายใต้แบรนด์ดอยตุง

ม.ล.ดิศปนัดดาเล่าว่า ในปี 2568 เขาจะพยายามเพิ่มความเข้มแข็งทางการเงินให้กับกิจการภายใต้แบรนด์ “ดอยตุง” ให้มากที่สุด ให้มีอิสระทางการเงิน เพื่อดูแลชุมชนให้มีรายได้ ดูแลพนักงาน ในทางธุรกิจเราต้องการมีกำไรเพื่อสร้างความเติบโตให้กับกิจการ ขณะเดียวกันสามารถตอบโจทย์สังคม ภายใต้กระบวนการผลิตสินค้าที่ดูแลสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืน ผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจย่อย คือ 1.อาหารแปรรูป กาแฟและแมคคาเดเมีย 2.หัตถกรรม เซรามิก พรม กระดาษสา 3.คาเฟ่ดอยตุง 4.การเกษตร และ 5.ธุรกิจการท่องเที่ยว อาทิ ที่พักดอยตุงลอดจ์

ในปี 2568 ธุรกิจทั้ง 5 สาขา ต้องดำเนินกิจการภายใต้แนวทางสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เน้นใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ การใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การใช้ก๊าซหุงต้ม และการใส่ปุ๋ย การขับเคลื่อนการทำงานในระดับหน่วยงาน-โครงการ

“มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังได้ขยายขอบเขตการจัดซื้อตามนโยบายการจัดซื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement) ให้ครอบคลุมถึงวัตถุดิบเส้นใยใน ‘แบรนด์ดอยตุง’ ขยายขอบเขตพื้นที่การจัดการขยะไม่ให้ไปสู่บ่อฝังกลบให้ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ธุรกิจเพื่อสังคมแบรนด์ดอยตุงจะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯย้ำ

“จัดการคาร์บอนเครดิต” รับมือกติกาการค้าโลก

ม.ล.ดิศปนัดดาเล่าถึงภารกิจที่ 3 ซึ่งเป็นภารกิจที่ตอบโจทย์การใช้ธรรมชาติแก้ไขปัญหาธรรมชาติ รับมือกติกาการค้าโลก ภายใต้โครงการ Nature-based Solutions การดำเนินงานเพื่อบริหารจัดการ ปกป้อง และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ด้วยประสบการณ์ “ปลูกป่า ปลูกคน” เกือบ 40 ปีในการฟื้นฟูป่าอนุรักษ์ที่โครงการพัฒนาดอยตุง ซึ่งเราตระหนักดีว่า ปัญหาการบุกรุกทำลายป่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จากความจำเป็นเรื่องปากท้อง

แต่ในภารกิจใหม่นี้ ป่าจะสามารถเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ชุมชนและประเทศได้ด้วย โดยนำความเชี่ยวชาญการฟื้นฟูป่ามาปรับใช้กับป่าชุมชน ในปี 2563 ร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนริเริ่ม “โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ขึ้นทะเบียนเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) ภาคป่าไม้ ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.)

“โดยเชื่อว่าคาร์บอนเครดิตเป็นกลไกที่ตอบโจทย์ให้ชุมชนดูแลป่าและดูแลตัวเองได้พร้อม ๆ กัน ช่วยลดการสูญเสียพื้นที่ป่า ลดอัตราการเกิดไฟป่าให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ลดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 จากไฟป่า รวมทั้งมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาคนว่างงาน และหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันก็สามารถช่วยภาคเอกชนในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจได้ด้วย”

การดำเนินงานโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ (ระหว่างปี 2564-ปัจจุบัน) ครอบคลุมพื้นที่ 258,186 ไร่ ร่วมกับป่าชุมชน 281 ชุมชน 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร อุทัยธานี กระบี่ ยโสธร อำนาจเจริญ น่าน และลำปาง ประชาชนเข้าร่วมกว่า 150,000 คน และได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานกว่า 25 แห่ง ทั้งภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจในการพัฒนาโครงการร่วมกัน ประกอบด้วย

  • บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน)
  • บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารออมสิน
  • บริษัท ยูนิชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัด
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด
  • บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)
  • การไฟฟ้านครหลวง
  • บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด
  • บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
  • บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด
  • บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด
  • บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ทีเอ็มที สตีล จำกัด (มหาชน)

ในปี 2568 มูลนิธิมีเป้าหมายขยายพื้นที่ดำเนินการอีก 150,000-300,000 ไร่ ในพื้นที่ป่าชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน น่าน แม่ฮ่องสอน และตาก โดยคาดว่าจะได้รับปริมาณคาร์บอนเครดิตปีละ 45,000-90,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการดำเนินงาน เพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และแม่นยำสูงสุด

ผันสู่ที่ปรึกษาความยั่งยืน Sustainability Advisory

งานในสาขาที่ 4 ม.ล.ดิศปนัดดาบอกว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กระทบกับการดำเนินงานของดอยตุงอยู่บ้าง แต่เรื่องนี้ไม่ได้สร้างปัญหาอย่างเดียว แต่ก็เป็นโอกาสให้กับการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกติกาใหม่ของการค้า-การลงทุนในระดับโลก ทำให้มูลนิธิเห็นถึงโอกาสที่จะนำเอาความรู้ที่สั่งสมจากการทำงานตลอด 36 ปีที่ผ่านมา ป็นแนวทางการขับเคลื่อนหน่วยธุรกิจใหม่ของมูลนิธิ คือ “ที่ปรึกษาเรื่องความยั่งยืน”

ที่ผ่านมา มูลนิธิมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม พัฒนาชุมชน สังคม และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ได้รับการยอมรับในเวทีโลกในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และมีบทบาทในเวทีสิ่งแวดล้อมโลกมากยิ่งขึ้น ในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความหลากหลายทางชีวภาพ

สำหรับขอบเขตงานที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน (Sustainability Advisory) ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้เริ่มทำแล้ว เริ่มมีการเจรจากับบริษัทขนาดใหญ่หลายราย แต่ละบริษัทมีโจทย์ในการสร้างความยั่งยืนบนโจทย์ธุรกิจที่หลากหลาย มูลนิธิพร้อมนำองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนแบ่งปันให้กับภาคเอกชนและภาคส่วนอื่น ๆ ให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเป็นที่ปรึกษาเชิงปฏิบัติการ โดยครอบคลุมประเด็น ดังนี้

ประเด็นแรก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ผ่านการวางแผนและทวนสอบคาร์บอนฟุตพรินต์องค์กรและผลิตภัณฑ์ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการขยะสู่บ่อฝังกลบเป็นศูนย์ การทำระบบ Extended Producer Responsibility (EPR) หรือการเรียกคืนบรรจุภัณฑ์

ประเด็นที่สอง ความหลากหลายทางชีวภาพและการแก้ไขปัญหาที่อาศัยธรรมชาติ ผ่านการประเมินและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ การปลูกป่าและฟื้นฟูป่า การจัดการน้ำ ซึ่งจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ

ประเด็นที่สาม การพัฒนาชุมชน ผ่านการทำความเข้าใจชุมชนและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การทำโครงการพัฒนาชุมชน เพื่อสร้างรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี

มูลนิธิคาดหวังให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรและสร้างความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก่อให้เกิดความยั่งยืนในองค์กร รวมทั้งการขยายผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง เพื่อช่วยแก้ไขและป้องกันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงบรรเทาปัญหาของประเทศในด้านความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความสามารถในการรับมือกับภัยธรรมชาติและความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นตัวอย่างของการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาและก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันการพัฒนาดอยตุง และกิจการทั้ง 5 ธุรกิจย่อย ได้ผลในมิติเศรษฐกิจ ประชากรดอยตุงมีทรัพย์สินรวม 1,146 ล้านบาท รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 576,838 บาทต่อปี ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศ 1.6 เท่า ครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายลดลงกว่าปีที่ผ่านมา 23% และหนี้สินลดลง 22% และมีเงินออมเพิ่มขึ้น 75%

มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ รวม 108 กลุ่ม แบ่งเป็น ร้านกาแฟนอกโครงการ 10 ราย, แปรรูปชา 17 ราย, แปรรูปผลิตภัณฑ์ 11 ผู้ประกอบการ (ธัญพืช ดาวอินคา สมุนไพร วานิลลา), เลี้ยงหมูดำดอยตุง 3 ราย, ผลิตภัณฑ์จากป่า 4 ผู้ประกอบการ (ไผ่ หนอนไผ่ ผึ้ง), เกษตรไม้ถุง 22 ราย, หัตถกรรม 1 กลุ่ม และกลุ่มที่พัก โฮมสเตย์ โฮมลอดจ์ 37 ราย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบรนด์ดอยตุง เพิ่มพันธมิตรธุรกิจ ปั้นที่ปรึกษายั่งยืน รับมือกติกาโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...