โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

NETBAY กางแผนครึ่งปีหลัง 68 ฝ่าสงครามการค้า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 13.57 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 06.57 น.

NETBAY กางแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 68 ฝ่าสงครามการค้า ชู AI อัพเกรด 3 แพลตฟอร์มหลัก เสริมทัพ RegTech เต็มสูบ งานเอกชนโตต่อเนื่อง

นางกอบกาญจนา วีระพงษ์ประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เน็ตเบย์ (NETBAY) เปิดเผยถึงการดำเนินธุรกิจครึ่งปีหลัง 2568 ว่า หัวใจสำคัญคือธุรกิจหลัก 3 แพลตฟอร์มที่เป็น Recurring Income และการพัฒนาใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI ) และ RegTech มาใช้ยกระดับบริการ

ในครึ่งปีหลังคาดว่าจะเห็นการเติบโตต่อเนื่องของ NETBAY โดยเฉพาะงานภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 90% ของรายได้รวม และอีก 10% เป็นงานภาครัฐ

“คาดว่าจะได้รับงานภาครัฐเพิ่มในช่วงที่เหลือของปีนี้แต่คงส่งมอบได้ในปี 2569 แม้ยังต้องจับตาการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐอย่างใกล้ชิด”

นางกอบกาญจนา กล่าวว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทระมัดระวังในการดำเนินงานมากขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องสงครามการค้าสหรัฐฯ แม้ว่าจะไม่ได้กระทบกับการดำเนินงานของบริษัทโดยตรง แต่ก็เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบทางอ้อมผ่านลูกค้า

พร้อมกันนี้จะเดินหน้าพูดคุยกับพันธมิตรในกลุ่ม IT&Consult อย่างต่อเนื่อง คาดเห็นความชัดเจนภายในปีนี้ถึงปีหน้า

ปัจจุบัน NETBAY ให้บริการ 3 แพลตฟอร์มหลัก

  • ShippingNet Pluz แพลตฟอร์มให้บริการจัดทำ นำส่งใบขนสินค้านำเข้า-ส่งออก ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องและยาวนานสำหรับกลุ่มลูกค้าโลจิสติกส์ โดยได้ Add Value และเปิดตัว Feature ใหม่โดยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการทำงานให้ลูกค้าที่ใช้บริการได้รับความสะดวก ลดระยะเวลา เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น
  • AiBox เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาต่อยอดจาก iBox เดิมเพื่อยกระดับให้เป็น “The Trusted Digital Transformation Platform” ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
  • CHECK+ แพลตฟอร์มที่เน้นการให้บริการกลุ่มงานด้านการกำกับดูแล (Compliance) อย่างครบวงจร อาทิ ตรวจสอบตัวตน บันทึกข้อมูลการทำธุรกรรม และนำส่งรายงานการทำธุรกรรมให้กับหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อช่วยยกระดับให้ภาคธุรกิจสามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของหน่วยงาน อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในภาคธุรกิจได้

นอกจากนี้ บริษัท เคลาด์ ครีเอชั่น จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทย่อย ของ NETBAY ได้มีการลงนามใน NDA ทั้ง 2 ฉบับกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อครอบคลุมบริการเชื่อมต่อระบบตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงินและรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด และได้รับอนุญาตเชื่อมต่อระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการรายงานธุรกรรมในฐานะผู้ให้บริการตัวกลาง

กอบกาญจนา กล่าวว่า บริษัทฯ ยังคงเติบโตทั้งมุมรายได้และความสามารถในการขยายฐานลูกค้าในบริการเดิมและบริการใหม่ของบริษัท โดยมีการนำเทคโนโลยี เช่น AI หรืออื่นๆ เข้ามา Add Value เพื่อขยายบริการของบริษัทได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่า เมื่อมีการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง และสามารถให้บริการได้ครอบคลุมมากกว่าเดิม

นอกจากนี้สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ การให้บริการ AiBox กับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ Retail และ Nano Leasing, การให้บริการ CHECK+ กับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 13 (สหกรณ์) และมาตรา 16 (ร้านทอง อัญมณี, เต้นท์รถมือสอง, ผู้ค้าของเก่า เป็นต้น) ตลอดจนการให้บริการ ShippingNet Pluz บนกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการทำธุรกิจมากขึ้น

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...